LINE MAN ร่วมมือกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมภาคีผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ปั้นหลักสูตรดูแลสุขภาวะไรเดอร์ กาย-ใจ-ความปลอดภัยบนท้องถนน มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างอาชีพไรเดอร์ให้ยั่งยืน ล่าสุดนำร่องจัดกิจกรรมอบรมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก่อนเตรียมขยายผลหลักสูตรให้เข้าถึงไรเดอร์ทั่วประเทศ ไม่จำกัดค่าย

อาชีพไรเดอร์กลายเป็นอาชีพมาแรงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีคนหลายแสนคนที่ก้าวเข้าสู่สายอาชีพนี้และกลายเป็นที่พึ่งให้กับคนทั่วไป ร้านค้า และร้านอาหารในทุกๆ วัน แต่การทำงานบนท้องถนนทั้งวันทำให้ไรเดอร์ต้องเผชิญกับปัญหาด้านสุขภาพตามมาจากการขับขี่รถจักรยานยนต์หลายชั่วโมง และความเครียดจากการจราจร ด้วยเหตุนี้ LINE MAN และ สสส. ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเดียวกันในการยกระดับคุณภาพชีวิตแก่ไรเดอร์ไทยจึงได้ร่วมมือกันพัฒนาหลักสูตรดูแลสุขภาวะที่ผ่านการวิจัยความต้องการจากไรเดอร์โดยตรง โดยได้นำร่องจัดการอบรมไปแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง ณ ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. ตลอดเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “สำหรับ LINE MAN ในฐานะแพลตฟอร์ม เราต้องการผลักดันวิชาชีพไรเดอร์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งรากฐานที่สำคัญคือเรื่องสุขภาพของไรเดอร์ ถ้าไรเดอร์มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงก็จะทำให้สร้างโอกาสทำมาหากินได้ ด้วยเหตุนี้เราจึงได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านสุขภาพโดยเฉพาะ อย่าง สสส. เพื่อเริ่มต้นวิจัยความต้องการของไรเดอร์เกี่ยวกับปัญหาด้านสุขภาพและนำมาสกัดเพื่อพัฒนาหลักสูตรสุขภาวะเพื่อสร้างความรู้ในการดูแลตัวเองอย่างถูกต้องขั้นต้นให้แก่ไรเดอร์”

ด้าน นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่า “หนึ่งในความตั้งใจของ สสส. คือการปลูกฝังเรื่องการดูแลสุขภาพให้แก่คนทำงานอาชีพไรเดอร์ การร่วมมือในหลักสูตร ‘ไรเดอร์สร้างเสริมสุขภาพ’ ครั้งนี้ LINE MAN ถือเป็นแพลตฟอร์มพาร์ทเนอร์เจ้าแรกที่ร่วมมือลงแรงปั้นหลักสูตรเพื่อดูแลสุขภาวะของไรเดอร์อย่างจริงจัง พร้อมได้รับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนานโยบาย คณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และมูลนิธินโยบายถนนปลอดภัย โดยนำร่องจัดกิจกรรมอบรมไปแล้ว 3 ครั้งตลอดเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ได้แก่

  • การดูแลสุขภาพกายให้เหมาะกับการทำงานของไรเดอร์ ในหัวข้อ “คอ บ่า หลัง สะโพก โยกย้าย” เพื่อฝึกทักษะการบริหารร่างกายและความเข้าใจเกี่ยวกับท่าทางที่ถูกต้อง พร้อมแนะนำกิจกรรมบำบัด และกายภาพบำบัดที่สอดคล้องกับสุขภาพของไรเดอร์แต่ละบุคคล 
  • การดูแลสุขภาพจิตสำหรับไรเดอร์ ในหัวข้อ “หัวไม่ร้อน นอนหลับสบาย” ฝึกทักษะเบื้องต้นเกี่ยวกับการป้องกัน จัดการความโกรธกับความวิตกกังวลอย่างถูกต้อง สร้างความเข้าใจเรื่องอารมณ์ความรู้สึก ให้มีสุขภาพจิตที่ดีในการทำงาน 
  • ความปลอดภัยบนท้องถนน ในหัวข้อ “ไรเดอร์เซฟตี้” ฝึกทักษะเกี่ยวกับการวางการขับขี่บนท้อนถนนให้ปลอดภัย ตั้งแต่การเตรียมความพร้อม ตรวจสภาพรถ อุปกรณ์ ร่างกายและจิตใจก่อนทำงาน รวมถึงทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและช่วงทางการขอความช่วยเหลือหากเกิดอุบัติเหตุ”

“หลักสูตรเหล่านี้ได้ถูกพัฒนาจากทีมนักวิจัยที่ทำแบบสำรวจความต้องการของจำนวนไรเดอร์เกี่ยวกับทักษะที่จำเป็นและสกัดออกมาเป็นหลักสูตรที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มไรเดอร์ได้เป็นอย่างดี  สำหรับกิจกรรมอบรมทั้ง 3 ครั้งมีไรเดอร์เข้าร่วมกว่า 70 คน และในอนาคตเตรียมขยายผลหลักสูตรให้เข้าถึงไรเดอร์ทั่วประเทศ ไม่จำกัดค่ายให้มีส่วนร่วมได้” คุณอิสริยะทิ้งท้าย

นอกจากนี้ ช่วงสิ้นปี LINE MAN ยังได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลกรุงเทพ (BDMS) จัดกิจกรรมอบรมการปฐมพยาบาลและช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานประจำปี 2565 ภายใต้โครงการ “BDMS อบรมการช่วยชีวิต” สำหรับไรเดอร์ LINE MAN จำนวน 50 คน เพื่อตอกย้ำความตั้งใจของ LINE MAN ในการช่วยเสริมสร้างทักษะในการช่วยชีวิตให้แก่ไรเดอร์บนท้องถนน

News Release View More

Life on LINE ภาพแพลตฟอร์มดิจิทัลยืนหนึ่งทุกไลฟ์สไตล์ยุค Now Normal

LINE ปล่อยภาพยนตร์โฆษณาใหม่ “Life on LINE”ขยายภาพแพลตฟอร์มดิจิทัลยืนหนึ่งสำหรับทุกไลฟ์สไตล์แห่งยุค “Now Normal” ชมภาพยนตร์โฆษณา Life on LINE : https://u.lin.ee/B23GHaB/wcvn/PR/lol LINE ประเทศไทย เดินหน้าตอบโจทย์การเชื่อมโยงทุกไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของคนไทย เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “Life on LINE” นำเสนอภาพการใช้ชีวิตของคนไทยอย่างมีมิติและสีสัน ในยุคต่อจากนี้ การันตีด้วยความไว้วางใจของผู้ใช้งานทั่วไทยกว่า 50 ล้านราย ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานเพื่อไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของผู้บริโภคยุค Now Normal ชีวิตวิถีใหม่ของวันนี้ที่มองหาความสะดวกและประสบการณ์แบบครบถ้วนในที่เดียว พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย “จากการที่ LINE ประเทศไทยมีผู้ใช้งานครบ 50 ล้านรายนั้นได้แสดงถึงความไว้วางใจของผู้ใช้ทั่วไทยที่มีต่อแพลตฟอร์ม LINE ในการเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันทั้งด้านการสื่อสาร ความบันเทิง ช้อปปิ้ง ขายของออนไลน์ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ในด้านต่างๆ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงทักษะในการเป็น ‘พลเมืองดิจิทัล’ ที่เข้าถึงและใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ในการดำเนินชีวิตได้อย่างอิสระและเท่าเทียม ท่ามกลางข้อจำกัดและสิ่งแวดล้อมที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา สอดคล้องกับแนวคิด Life on LINE ของแพลตฟอร์มที่ต้องการเชื่อมโยงไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้เข้าด้วยกันบนแพลตฟอร์ม LINE เป็นไปตามแนวโน้มผู้บริโภคยุคนาว นอร์มอล (Now Normal) ชีวิตวิถีใหม่ของวันนี้ที่มองหาประสบการณ์ไลฟ์สไตล์แบบครบถ้วนจบในที่เดียว” ชมคลิป CEO LINE ประเทศไทยขอบคุณ 50 ล้านผู้ใช้พร้อมฝากถึงภาพยนตร์โฆษณาใหม่ Life on LINE : https://lin.ee/s5KaSu2/wcvn/PRCEOspeech/LOL ชาญวุฒิ ลือชัยสิทธิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด LINE ประเทศไทย “ภาพยนตร์โฆษณาชุด Life on LINE นี้ เป็นการแสดงถึงความสำเร็จของแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของยุค Now Normal ด้วยการขยายภาพวิสัยทัศน์ของ LINE ผ่านทุกจังหวะการใช้ชีวิตบนแพลตฟอร์ม LINE ของคนยุค Now Normal ออกมาอย่างเป็นรูปธรรม ชัดเจนและเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชีวิตประจำวัน การซื้อขายของออนไลน์ การติดต่อสื่อสารเชื่อมโยงกับทุกเจน และสนุกไปกับเรื่องราวของโลกรอบตัวที่เกิดขึ้นได้พร้อม ๆ กัน ซึ่งชีวิตในแบบ Life on LINE ไม่ได้หมายถึงการใช้ชีวิตอยู่แค่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ แต่เป็นการที่ผู้ใช้รู้จักและสามารถใช้แพลตฟอร์ม LINE อำนวยความสะดวกในการผสมผสานการใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์และโลกออฟไลน์ได้อย่างไร้รอยต่อเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตไปอีกขั้น” จากแอปพลิเคชันสื่อสารสู่แพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานเพื่อไลฟ์สไตล์ดิจิทัลที่คนไทยเลือกใช้เป็นอันดับหนึ่ง จึงทำให้ภาพยนตร์โฆษณาชุด Life on LINE นี้ สามารถสื่อแนวคิดข้างต้นออกมาได้อย่างชัดเจนผ่านไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ทุกเพศ ทุกวัย ด้วยบริการบนแพลตฟอร์ม LINE ที่พร้อมรองรับทุกช่วงเวลา #LifeonLINE #ตอบทุกโจทย์ชีวิตคุณ อัปเดต LINE เวอร์ชันล่าสุด คลิก

LINE MAN Wongnai

7 Oct 2021

LINE MAN’s Fun Facts 2022: Superstar’s Soft Power Drives Thai Food Sales Surge

LINE MAN, Thailand’s leading on-demand platform, unveiled the “Fun Facts 2022”, announcing the food trends of over 10 million Thai users who placed orders from more than 700,000 eateries throughout the year. The year of ‘Soft Power,’ superstar’s power drives massive online orders A single word or image on social media from celebrities can ignite an overnight frenzy. Restaurants experienced a skyrocketed demand. This year’s winners of ‘Soft Power’-inspired menus are:  “Som Tam,” the bestselling of the year with over 6.8 million plates ordered. Som Tam is the most-ordered dish of the year, with over 6.8 million plates delivered (January 1 – November 28, 2022), which is enough to serve every household in Thailand’s North-Eastern region. Som Tam Pu Plara, Som Tam Paa, and Som Tam Thai are the three most popular Som Tam menus, together with other Isaan dishes also ranked on Top 10 bestsellers this year.  Uncovering a list of most-ordered urgent items on LINE MAN MART. With over 60,000 shops, and 20 minutes fast to deliver the goods, LINE MAN MART can serve users’ immediate demands. The top five most ordered goods are forgotten or urgently needed products, which include phone chargers, sanitary napkins, condoms, artificial tears, and pregnancy testing kits.  LINE MAN MESSENGER expresses deliveries all around Thailand. LINE MAN’s messenger service, express delivery, document delivery, and invoicing service, has already expanded to 77 provinces across the country. Pattaya, Chiang Mai, Songkhla, Kanchanaburi, and Khon Kaen have the largest number of messenger users in each region. The top user of our messenger service used it as many as 6,142 times. LINE MAN TAXI revealed Bangkok’s outskirts are among the most popular drop-off destinations. Business district regions with offices and dense communities are among the most often requested taxi destinations. At the same time, residential areas such as Bang Phli District in Samut Prakan, Chatuchak District in Bangkok, and Muang District in Nonthaburi are the most popular drop-off destinations. In addition to the Fun Facts 2022, LINE MAN has launched a new feature that allows you to go back in time and see what you ate in 2022. Over 10 million users will be able to revisit their most frequently ordered favorite foods or personal eating styles, as well as many of their best of the year. Browse through the new feature today at: https://lineman.onelink.me/1N3T/xtcwv2ha.

LINE MAN Wongnai

23 Dec 2022

LINE MAN Wongnai หนุนความเท่าเทียม สร้างมาตรฐานใหม่ให้สวัสดิการเงินขวัญถุงสมรสเท่าเทียมทันที ไม่ต้องรอกฎหมาย

LINE MAN Wongnai สร้างมาตรฐานองค์กรรุ่นใหม่ ให้สวัสดิการเงินขวัญถุงสมรสเท่าเทียมทันที ไม่ต้องรอกฎหมายผ่าน ผลักดันนโยบายสนับสนุนความหลากหลายและไม่แบ่งแยก (Diversity & Inclusion) มองที่ศักยภาพโดยมองข้ามเรื่องเพศ ‘สวัสดิการเท่าเทียมทุกเพศ ลาผ่าตัดแปลงเพศ การโอบรับความหลากหลาย’ เป็นสิ่งที่องค์กรรุ่นใหม่อย่าง LINE MAN Wongnai ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริง และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเด็นเหล่านี้ให้ไปไกลกว่าแค่การสร้างความตระหนักรู้  คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai เปิดเผยว่า “LINE MAN Wongnai ให้ความสำคัญเรื่องความเท่าเทียมทางเพศมาโดยตลอด เราสนับสนุนความหลากหลายและความเท่าเทียมทางเพศอย่างเป็นรูปธรรม โดยมอบสวัสดิการเงินขวัญถุงสมรสเท่าเทียมให้พนักงานทันที ไม่ต้องรอกฎหมายผ่านเพื่อให้จดทะเบียนสมรสเพศเดียวกันได้ ขอแค่มีการ์ดแต่งงานหรือรูปถ่ายเป็นหลักฐานก็พอแล้ว”  ในปีที่ผ่านมา LINE MAN Wongnai ได้ยกระดับสวัสดิการเท่าเทียมทางเพศอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่  “ตลอดการดำเนินธุรกิจของ LINE MAN Wongnai เรายึดถือ Core Value เรื่อง Respect Everyone ที่สอดแทรกอยู่ในทุกขั้นตอนการทำงาน ตั้งแต่มุมมองของผู้บริหาร วิธีการคัดเลือกทีมงาน วิธีการปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกความหลากหลาย ให้ทุกคนได้เป็นตัวเองและแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ปัจจุบันบริษัทมีจำนวนพนักงาน LGBTQ+ ราว 10% หลายคนอยู่ในตำแหน่งระดับผู้จัดการขึ้นไป สะท้อนให้เห็นการให้โอกาสในการเติบโตในสายอาชีพที่ตัดสินจากผลงานโดยไม่เกี่ยวกับเพศสภาพ” คุณอิสริยะทิ้งท้าย ในปีที่ผ่านมาช่วงเดือน Pride Month ที่ LINE MAN Wongnai ได้จัดกิจกรรมเสวนาเรื่องการสร้าง Safe Space ในองค์กร รวมถึงสนับสนุนองค์กรเพื่อความเท่าเทียมและระดมทุนเพื่อช่วยเหลือขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางเพศผ่านมูลนิธิต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น นฤมิตไพรด์ หรือมูลนิธิเพื่อนกะเทย โดยในปีนี้ยังคงให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

LINE MAN Wongnai

30 May 2023

LINE MAN Wongnai สนับสนุนผู้ค้าในศูนย์อาหาร “Hawker Center สวนลุมพินี” ดันสตรีทฟู้ดไทยสู่มาตรฐานใหม่ Soft Opening แล้ววันนี้

กรุงเทพมหานคร เตรียม Soft Opening “Hawker Center สวนลุมพินี” ศูนย์อาหารริมทางเพื่อทุกคน ต้นแบบใหม่ของการยกระดับสตรีทฟู้ดไทยสู่มาตรฐานเมืองยุคใหม่ โดยกรุงเทพมหานครเป็นผู้ออกแบบและลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างครบวงจร ทั้งการจัดระเบียบพื้นที่ขายและโซนนั่งทาน ที่สะดวก สะอาด และวางระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ พร้อมดึง LINE MAN Wongnai นำเทคโนโลยีร้านอาหารเข้ามาสนับสนุนอย่างเป็นระบบ ทดลองเปิดให้บริการแล้ววันนี้ Hawker Center สวนลุมพินี เป็นศูนย์อาหารที่รวบรวมร้านอาหารข้างทางกว่า 100 ร้านในรูปแบบที่มีการบริหารจัดการ และหมุนเวียนร้านค้าตามช่วงเวลา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านอาหารข้างทางขนาดเล็กในพื้นที่เขตปทุมวันได้เข้าถึงพื้นที่ศักยภาพในราคาค่าเช่าที่เข้าถึงได้ รวมทั้งช่วยบรรเทาค่าครองชีพของคนในย่านด้วยอาหารราคาย่อมเยา พร้อมยกระดับมาตรฐานด้านความสะอาด ความปลอดภัย และการให้บริการ โดยยังคงเสน่ห์ของสตรีทฟู้ดไทยไว้ สอดคล้องกับแนวทางของกรุงเทพมหานครในการยกระดับมาตรฐานสตรีทฟู้ดให้เป็นระบบ ควบคู่กับการดูแลสุขอนามัย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงอาหารที่สะอาด ปลอดภัย และอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “สตรีทฟู้ดเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของกรุงเทพฯ แต่การยกระดับให้สอดรับกับเมืองยุคใหม่ จำเป็นต้องเริ่มจาก ‘โครงสร้างพื้นฐานและการออกแบบ’ โครงการ Hawker Center จึงถูกพัฒนาขึ้นในฐานะพื้นที่ต้นแบบที่ลงทุนทั้งระบบสาธารณูปโภค สุขอนามัย และการจัดการอย่างเป็นระบบ มีการจัดระเบียบพื้นที่ขายให้เป็นสัดส่วน แยกโซนตามประเภทสินค้า และโซนนั่งรับประทานอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความสะอาด ปลอดภัย และรองรับการใช้งานของคนจำนวนมากในพื้นที่เดียวกัน โดยเฉพาะบริเวณสวนลุมพินีที่มีผู้ใช้งานหลากหลายตลอดวัน ตั้งแต่นักวิ่ง คนเต้นแอโรบิก ไปจนถึงบุคลากรทางการแพทย์และพนักงานออฟฟิศ ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนอย่าง LINE MAN Wongnai ยังเข้ามาเสริมด้วยเทคโนโลยีร้านอาหาร ช่วยให้ผู้ประกอบการสตรีทฟู้ดรายย่อยสามารถค้าขายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ Hawker Center ไม่ใช่แค่พื้นที่ขายอาหาร แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจเมือง ที่ผสานอัตลักษณ์ดั้งเดิมเข้ากับมาตรฐานที่ดีขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม” ด้านคุณวีระพงศ์ โก กรรมการผู้จัดการ On-Demand Services, LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “LINE MAN Wongnai อยู่กับวงการร้านอาหารไทยมากว่า 16 ปี เราเห็นว่าร้านริมทางรายย่อยมีศักยภาพ แต่ขาดทั้งเครื่องมือและพื้นที่ที่เหมาะสม ศูนย์อาหาร Hawker Center ของกรุงเทพมหานคร จึงเป็นโอกาสที่เราจะได้สนับสนุน LINE Pay QR BOX ร้านค้าจะได้ยินเสียงแจ้งเตือนทันทีที่มีเงินเข้า รู้ยอดทันที ไม่ต้องกังวลเรื่องความผิดพลาดหรือสลิปปลอม ขณะเดียวกันลูกค้าก็จ่ายง่ายและมั่นใจ พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์จำเป็นให้แก่ผู้ค้า เช่น จาน ช้อนส้อม ถังขยะ จุดล้างมือ จุดล้างจาน การตกแต่งร้าน และจุดพักคอยไรเดอร์ เพื่อให้พื้นที่สะอาด เป็นระบบ และรองรับการใช้งานจริง ช่วยให้ร้านเล็ก ๆ หลุดจากข้อจำกัดเดิม ยกระดับมาตรฐานและเติบโตได้มากขึ้น จาก ‘ของดีข้างทาง’ พัฒนาไปสู่ระบบเศรษฐกิจอาหารเมืองที่แข็งแรง มีมาตรฐาน และขยายโอกาสได้ไกลกว่าวันนี้ โดย LINE MAN Wongnai ได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานครในการสร้างพื้นที่สาธารณะที่ดีอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับเป้าหมายที่อยากให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้นในทุกมิติ”  Hawker Center สวนลุมพินี ศูนย์อาหารริมทางเพื่อทุกคน ตั้งอยู่ริมถนนราชดำริ ติดกับสวนลุมพินี ประตู 5  (BTS  ศาลาแดง ทางออก 6 และ MRT สวนลุมพินี ทางออก 1) รวบรวมร้านเด็ดข้างทางที่ชาวสวนลุมฯ รู้จักกันดี ไม่ว่าจะเป็น ร้านเกาเหลาเลือดหมูสวนลุมประตูแปด, น้ำเต้าหู้ สวนลุมพินี, ข้าวขาหมูโกล้าน, เตี๋ยวไก่ยกซด, ต้อมกล้วยทอด และอีกมากมาย ที่จะหมุนเวียนร้านค้าตามช่วงเวลา ทั้งรอบเช้า (05.00-16.00 น.) และรอบเย็น (16.00-24.00 น.) โดยศูนย์อาหารถูกออกแบบภายใต้แนวคิดผสมผสานระหว่างการรักษาอัตลักษณ์สตรีทฟู้ดของกรุงเทพฯ กับมาตรฐานสากล ตัวอาคารคำนึงบริบทสิ่งแวดล้อมรอบพื้นที่ เช่น การเคลื่อนย้ายต้นไม้ใหญ่ไปปลูกชั่วคราวและนำกลับคืนหลังการก่อสร้าง การใช้ระบบระบายอากาศธรรมชาติ ลดการใช้เครื่องปรับอากาศ และวัสดุหลังคาที่ลดแสงสะท้อนรบกวนโรงพยาบาลใกล้เคียง นอกจากนี้ ในการใช้งานได้มีการจัดสรรพื้นที่ร้านค้าแบบเป็นระเบียบ ขนาด 2×2 เมตรต่อร้าน รองรับผู้ค้ากว่า 100 ราย พร้อมออกแบบโซนนั่งรับประทานอาหาร ทางเดิน ระบบการสัญจรให้คล่องตัว พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับระบบสนับสนุนด้านสุขอนามัยอย่างครบถ้วน โดยจัดให้มีโซนล้างภาชนะและทำความสะอาดสำหรับร้านค้า จุดทิ้งขยะแยกประเภทที่ได้มาตรฐาน บ่อดักไขมัน และจุดล้างมือสำหรับผู้มาใช้บริการ ซึ่งช่วยยกระดับทั้งความสะอาด ความปลอดภัย และภาพลักษณ์เมือง ทำให้ Hawker Center เป็นทั้งศูนย์อาหารและพื้นที่สาธารณะที่สะท้อนความทันสมัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนอย่างยั่งยืน โครงการ Hawker Center สวนลุมพินี ทดลองเปิดให้บริการแบบ Soft Opening ในวันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569 โดยได้รับเกียรติจาก คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมทีมงาน ร่วมด้วย คุณวีระพงศ์ โก กรรมการผู้จัดการ On-Demand Services, LINE MAN Wongnai และทีมงาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชมโครงการ ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการยกระดับสตรีทฟู้ดไทยสู่มาตรฐานเมืองอย่างเป็นรูปธรรม ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

10 Apr 2026