วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่คุกคามสภาพความเป็นอยู่ของคนทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ทั้งภาครัฐและเอกชนได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ความช่วยเหลือส่วนใหญ่ได้มุ่งเน้นไปยังการจัดการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค การกระตุ้นเศรษฐกิจ และมาตรการในการใช้ชีวิตร่วมกันของคนในสังคมที่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

“ท่ามกลางกระแสการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตในวิกฤตการโควิด-19 ยังมีเสียงเล็ก ๆ จากเด็กยากจนอีกกว่า 750,000 คน ทั่วประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือจากสังคมให้พ้นจากสภาวะขาดแคลนอาหารในช่วงปิดเทอม”

การปิดเทอมที่ยาวนานกับมื้ออาหารที่หายไป?

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้รัฐบาลต้องประกาศสั่งเลื่อนการเปิดภาคการศึกษาใหม่ไปเป็นวันที่ 1 ก.ค. ทำให้เด็ก ๆ มีระยะเวลาในการปิดเทอมที่ยาวนานออกไปถึง 45 วัน สำหรับเด็กที่มาจากครอบครัวที่ไม่ขัดสนก็คงจะไม่มีผลกระทบใด ๆ แต่เมื่อหันไปมองเด็ก ๆ ที่มาจากครอบครัวที่ยากจนเราจะพบวิกฤตที่แฝงอยู่ในวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า “ที่ผ่านมาเครือข่ายครูสังกัด สพฐ. ตชด. และ อปท. กว่า 400,000 คนทั่วประเทศได้มีการลงพื้นที่เยี่ยมสำรวจความต้องการของนักเรียนยากจน เพื่อนำมาประเมินสถานการณ์ ความเสี่ยง และผลกระทบที่นักเรียนจะได้รับเนื่องมาจากการปิดเทอมที่ยาวนานขึ้น เราพบว่าปัญหาอันดับหนึ่งที่เกิดขึ้นคือความกังวลจากการเพิ่มภาระรายจ่ายค่าอาหารของครอบครัว และยิ่งไปกว่านั้นพบว่าเด็ก ๆ กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนอาหาร เนื่องมาจากเด็กส่วนใหญ่พึ่งพาอาหารกลางวันที่ครบห้าหมู่จากโรงเรียนเป็นหลัก เมื่อการเปิดเทอมถูกเลื่อนออกไปจึงทำให้เด็กเหล่านี้ประสบสภาวะทุพโภชนาการและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน”

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

ความช่วยเหลือเร่งด่วน

กสศ.ในฐานะที่เป็นองค์กรทำงานเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาด้วยการยื่นมือเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามาโดยตลอด ซึ่งเป็นเวลากว่า 2 ปีมาแล้วที่ กสศ. ได้เข้าไปช่วยเหลือ สนับสนุน และส่งเสริมพัฒนา เด็ก เยาวชน ทั้งที่อยู่ในระบบและนอกระบบการศึกษา ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือแก่ครู ผู้พิการ และประชาชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสกว่า 1,147,754 คน ครอบคลุม 27,731 โรงเรียนทั่วประเทศไทย

เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กสศ. จึงเร่งดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มเด็กยากจนพิเศษที่กำลังประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน ในเบื้องต้น กสศ. ได้ใช้งบประมาณที่ได้คืนมาจากรัฐบาลรวมกับงบประมาณฉุกเฉิน รวมเป็นเงิน 500 ล้านบาท และได้เร่งนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือให้กับนักเรียนยากจนจำนวนคนละ 600 บาท เป็นค่าอาหารเบื้องต้น 30 วัน ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะได้คนละเพียง 20 บาทต่อวันเท่านั้นเอง ซึ่งเงินจำนวนนี้นับเป็นเงินฉุกเฉินเบื้องต้นที่ กสศ. ได้ดำเนินการเยียวยาเด็ก ๆ ที่กำลังประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน

อย่างไรก็ตามยังมีช่องว่างอีก 15 วันก่อนที่จะถึงวันเปิดเทอมที่ กสศ. จำเป็นต้องออกมาระดมทุนผ่านโครงการ “สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง” ซึ่งต้องการความช่วยเหลือจากภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปให้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสนับสนุน และร่วมสมทบทุนเพื่อเติมเต็มมื้ออาหารให้กับเด็ก ๆ

กสศ. ได้ใช้งบประมาณที่ได้คืนมาจากรัฐบาลรวมกับงบประมาณฉุกเฉิน รวมเป็นเงิน 500 ล้านบาท และได้เร่งนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือให้กับนักเรียนยากจนจำนวนคนละ 600 บาท เป็นค่าอาหารเบื้องต้น 30 วัน ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะได้คนละเพียง 20 บาทต่อวันเท่านั้นเอง

รูลงพื้นที่พบเด็กอดมื้อกินมื้อ

จากการลงพื้นที่ของเครือข่ายครูเพื่อรายงานสภาพความเป็นอยู่ของเด็กนักเรียนยากจนและจากพื้นที่ทุรกันดาร พบว่าเด็ก ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและถิ่นทุรกันดารมักจะไม่ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ โดยบางบ้านเด็ก ๆ ต้องกินข้าวต้มกับเกลือเสียด้วยซ้ำ นอกจากนั้นยังพบว่าบางครัวเรือนที่ผู้ปกครองมีอาชีพหาเช้ากินค่ำ จะประสบปัญหาไม่มีเงินซื้ออาหารเนื่องมาจากโดยปกติเด็กจะพึ่งพาอาหารเช้าและอาหารกลางวันจากโรงเรียน เมื่อมีการปิดเทอมที่ยาวนานขึ้นจึงทำให้เด็กต้องอดมื้อกินมื้อ การปิดเทอมที่ยาวนานนี้ หากมองจากมุมของผู้มีอันจะกินคงมิใช่ปัญหา แต่หากมองในมุมของเด็กๆ เหล่านี้มันคือสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ก็คือเรื่องจริงที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมและต้องการความช่วยเหลือ และร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง

เด็ก ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและถิ่นทุรกันดารมักจะไม่ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่  โดยบางบ้านเด็ก ๆ ต้องกินข้าวต้มกับเกลือเสียด้วยซ้ำ

สารอาหารที่ไม่เพียงพอกระทบพัฒนาการของเด็กๆ

อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการด้านโภชนาการ ที่ปรึกษาโครงการสู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัญหาที่พบบ่อยในการติดตามพัฒนาการของเด็กยากจนคือ สภาวะทุพโภชนาการ หรือการที่เด็กไม่ได้รับสารอาหารครบถ้วน โดยเด็กๆ เหล่านี้ต้องการอาหารที่ครบ 5 หมู่ ซึ่งจำเป็นต่อพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา สมอง ซึ่งหากเด็กๆ ไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอจะส่งผลกระทบให้มีอาการสมองฝ่อ ร่างกายเตี้ย ผอมแคระแกร็น ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเรียนและพัฒนาการทางสติปัญญา ที่ผ่านมาพบว่าเด็กที่มีปัญหาจะอยู่ในถิ่นทุรกันดารหรือมาจากครอบครัวที่ยากจน โดยเด็กมักจะไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอในระหว่างปิดภาคเรียนเนื่องมาจากความยากจน ซึ่งเด็กเหล่านี้จะพึ่งพาอาหารที่ถูกหลักโภชนาการจากโรงเรียน ดังนั้นเมื่อกำหนดเปิดภาคการศึกษาถูกเลื่อนออกไปจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อเด็กกลุ่มดังกล่าวโดยตรง เพราะโรงเรียนไม่ใช่แค่สถานที่เรียนรู้ แต่คือโรงครัวของเด็กๆ ที่ยากจน”

อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการด้านโภชนาการ ที่ปรึกษาโครงการสู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง

ปัญหาปากท้องของเด็กยากจนในช่วงปิดเทอมที่ยาวนานอาจจะเป็นปัญหาระยะสั้นที่ต้องเร่งมือกันช่วยแก้ไข แต่ปัญหาระยะยาวนั้นมีผลกระทบเป็นทอดๆ และต่อเนื่องในหลากหลายมิติ ซึ่งสภาวะขาดแคลนของครอบครัวที่ขาดรายได้นอกจากจะส่งผลกระทบต่อตัวเด็กแล้ว ยังเชื่อมโยงเป็นลูกโซ่จนสามารถส่งผลกระทบให้เด็กเหล่านั้นจำต้องออกจากระบบการศึกษาในที่สุด และแน่นอนว่าการที่เด็กคนหนึ่งจำต้องออกจากระบบการศึกษาจะส่งผลโดยตรงต่อโอกาสในชีวิตของเด็กและสามารถกลายมาเป็นปัญหาอื่นๆ ให้กับสังคมได้อีกมากมาย

ปัญหาขาดแคลนอาหารจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่จนสามารถส่งผลกระทบให้เด็กเหล่านั้นจำต้องออกจากระบบการศึกษาในที่สุด

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาคเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ยากจนพิเศษจำนวนกว่า 750,000 คนทั่วประเทศ ในโครงการ #สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม กับกสศ. ผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี: กสศ.มาตรา 6(6) เลขบัญชี: 172-0-30021-6 หรือเวบไซต์ สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-079-5475

News Release View More

LINE MAN จับมือ กทม.-จุฬา จัดถนนคนเดินบรรทัดทอง ตอกย้ำภาพตัวจริงอันดับ 1 เรื่องอาหาร

LINE MAN ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) และสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) ในกิจกรรม “Bangkok Car Free 2024” เปลี่ยนถนนบรรทัดทองให้กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ ตอกย้ำความสำเร็จในการทำงานร่วมกันโดยมี ภาครัฐ, ภาคเอกชน และประชาสังคม เพื่อพัฒนาต้นแบบพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ พร้อมดึง เทศน์ – ไมรอน และ พีพี – ปุญญ์ปรีดี นักแสดงดาวรุ่งจากละครชุดดวงใจเทวพรหม แท็กทีมตะลุยแลนด์มาร์กของอร่อยย่านบรรทัดทอง ระหว่างวันที่ 21-22 กันยายนที่ผ่านมา LINE MAN เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนกิจกรรมดังกล่าว ทั้งด้านการจัดระเบียบจุดจอดไรเดอร์, การตกแต่งถนนด้วยคาแรกเตอร์  “น้องบุช (Bush)” ผลงานศิลปะจากศิลปิน Tum Ulit x LINE MAN และชวนดาราศิลปินที่มาสร้างสีสันให้กับย่านบรรทัดทอง รวมถึงการสนับสนุนส่วนลดค่าอาหารและการเดินทางผ่าน LINE MAN ในงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai พร้อมด้วยทีมงานและไรเดอร์ LINE MAN ได้เข้าร่วมกิจกรรม “Bangkok Car Free 2024” ณ ถนนบรรทัดทอง โดยถ่ายภาพร่วมกับคุณศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, รศ.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ  ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร ผู้รักษาการอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

24 Sep 2024

Wongnai สนับสนุนแคมเปญชวนเที่ยว ททท.

Wongnai สนับสนุน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมผลักดันการท่องเที่ยว ช่วยเหลือผู้ประกอบการจากสถานการณ์โควิด-19 หวังสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวไทยยุค New Normal ด้วย 2 แคมเปญใหญ่ “Special เที่ยวไทย” มอบส่วนลดที่พัก สายการบิน รถเช่า โฮมสเตย์ สูงสุด 90% และ “ชนบทที่รัก Silver Age 5.0” มุ่งโปรโมทชุมชนเตรียมพร้อมกระตุ้นนักเดินทางรุ่นใหญ่ท่องเที่ยวชนบท ชู 16 ชุมชนวัฒนธรรมคู่กิจกรรมสร้างสรรค์ เที่ยวเมืองไทยให้หายคิดถึงด้วยส่วนลด กิน บิน พักกว่า 100 รายการ ททท. ดึง โป๊ป ธนวรรธน์ ชวนคนไปบอกรักเมืองไทยแบบ New Normal ด้วยแคมเปญ “Special เที่ยวไทย” เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และพลิกฟื้นการท่องเที่ยว นำโดยนายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา ร่วมกับ Wongnai นำโดย นายเอกลักษณ์ วิริยะโกวิทยา COO Lifestyle & Solutions Service พร้อมด้วยพันธมิตร และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว อาทิ โรงแรมอนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ, โรงแรม ดิเอมเมอรัล โคฟ เกาะช้าง, แคมป์ช้าง ปอนด์ รีสอร์ท, Double Tree by Hilton Phuket Banthat Resort, จันตราคีรี ชาเลต์ โรงแรม ดิโอลต์ ภูเก็ต ร่วมส่งเสริมการขายแพ็กเกจโรงแรม ที่พัก กิจกรรมท่องเที่ยว กิจกรรมชุมชน และทัวร์ กว่า 100 รายการ พร้อมมอบของสมนาคุณและสิทธิพิเศษอาทิ Tour ชุมชน, Tour ไหว้พระ ชมเมืองเก่า และอื่นๆ ให้ผู้ที่สนใจเลือกซื้อดีลท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร และการบินได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 20 ตุลาคม 2563 ที่ www.specialtiewthai.com หรือแอดไลน์เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารและโปรโมชั่นดีๆ ได้ที่ LINE @Specialtiewthai สำหรับสมาชิก Wongnai ที่ซื้อดีลภายในงาน หรือซื้อดีลผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน Wongnai รับส่วนลด ทันที 10% พร้อมทั้งสามารถติดตามกิจกรรมจากโครงการ “Special เที่ยวไทย” ผ่านเว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน  Wongnai ชวนวัยซิลเวอร์เอจเที่ยว 16 ชุมชนวัฒนธรรม เปิด 16 ชุมชนวัฒนธรรม พร้อมสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อนักเดินทางรุ่นใหญ่วัยซิลเวอร์เอจ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเมนูอาหาร เครื่องดื่ม และกิจกรรมต่าง ๆ นำโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคัล จำกัด (มหาชน) สายการบินไทยสมายล์ สายการบินไทย แอร์เอเชีย เปิดตัวแคมเปญ “ชนบทที่รัก Silver Age 5.0” โดยมีนางสาวอัจฉราพร พงษ์ฉวี รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ คุณปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานกิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ตัวแทนกลุ่มซิลเวอร์เอจ เข้าร่วมการเปิดงานพร้อมกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของแคมเปญดังกล่าวว่า “แคมเปญชนบทที่รัก Silver Age 5.0 ได้คัดเลือกแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชนหลากหลายจังหวัด มาสร้างสรรค์ให้ตรงกับความสนใจของคนวัยซิลเวอร์เอจ เพื่อกระตุ้นให้คนวัยนี้เดินทางท่องเที่ยวไปยังชนบทอย่างประทับใจ โดยชู 16 ชุมชนวัฒนธรรม อาทิ กลุ่มวิสาหกิจวนเกษตรดงเย็น จ. สุพรรณบุรี, ชุมชนบ้านริมคลองโฮมสเตย์ จ. สมุทรสงคราม ,ชุมชนแหลมผักเบี้ย (ท่องเที่ยวชุมชนบ้านดอนใน) จ. เพชรบุรี, ชุมชนตะเคียนเตี้ย จ. ชลบุรี, ชุมชนท่องเที่ยวบ้านทะเลน้อย ระยองฮิ จ. ระยอง และอื่น ๆ อีกมากมาย” สำหรับผู้ที่สนใจสามารถจองทริปท่องเที่ยวชนบทได้แล้วที่ www.ชนบทที่รัก.com หรือติดตามการประชาสัมพันธ์แคมเปญผ่านช่องทางออนไลน์เพจ Wongnai Travel Wongnai เชิญชวนทุกคนออกไปบอกรักเมืองไทยสัมผัสอ้อมกอดธรรมชาติ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจ สนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวและชุมชนในยุค New Normal แล้วคุณจะได้ความประทับใจกลับไปจนยากที่จะลืม

LINE MAN Wongnai

16 Sep 2020

LINE MAN ร่วม ป.ป.ส. แสดงพลังสร้างสังคมปลอดภัย ห่างไกลยาเสพติด

LINE MAN นำโดย นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ พร้อมด้วยตัวแทนไรเดอร์ ร่วมแสดงพลังในงาน “รวมพลัง สร้างสังคมปลอดภัย ห่างไกลยาเสพติด” โดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เพื่อรณรงค์สร้างการรับรู้และสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดในกลุ่มแรงงานนอกระบบ โดยได้รับเกียรติจากนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนางสาวณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. ผู้บริหารกระทรวง กองบัญชาการตำรวจนครบาล กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมการขนส่งทางบก รวมถึงตัวแทนผู้บริหารและไรเดอร์จากแพลตฟอร์มต่างๆ สมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง และเครือข่ายภาคประชาชนกองทุนแม่ของแผ่นดิน กว่า 100 คน เข้าร่วมงานที่สำนักงาน ป.ป.ส. ดินแดงเมื่อเร็วๆ นี้ LINE MAN ยึดมั่นจุดยืนในการให้บริการขนส่งอย่างโปร่งใสและต่อต้านการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายทุกรูปแบบ โดย LINE MAN และไรเดอร์ทั่วประเทศจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการช่วยแจ้งเบาะแส ร่วมถึงสอดส่องผู้ค้ายาเสพติด เพื่อนำไปสู่การยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติด  ทุกท่านสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ซึ่งจะมีรางวัลการแจ้งเบาะแส 5% ของมูลค่าทรัพย์ที่ยึดได้

LINE MAN Wongnai

15 Sep 2022

LINE MAN งดเว้นค่าส่งทุกออร์เดอร์คนละครึ่ง ช่วยลดค่าใช้จ่าย 2 สัปดาห์

LINE MAN ประกาศงดเว้นค่าส่งทุกออร์เดอร์คนละครึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายประชาชนทั่วประเทศ 2 สัปดาห์ LINE MAN ประกาศงดเว้นค่าส่งจากโครงการคนละครึ่งทุกออร์เดอร์ทั่วประเทศ (ให้บริการ 68 จังหวัด) ในระยะทาง 5 กิโลเมตรแรก ระหว่างวันที่ 18-31 ตุลาคมนี้ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “จากรายงานของกระทรวงการคลังเปิดเผยยอดใช้จ่ายสะสมโครงการคนละครึ่งผ่านฟู้ดเดลิเวอรี 361.9 ล้านบาท (ณ วันที่ 15 ต.ค.) เราเห็นยอดขายฝั่งร้านอาหารที่เข้าร่วมคนละครึ่งบน LINE MAN เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 80% สะท้อนให้เห็นผลของการกระตุ้นเศรษฐกิจจากโครงการ ส่งผลเชิงบวกต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดในธุรกิจอาหาร” LINE MAN จึงช่วยสนับสนุนโครงการนี้ไปอีกขั้น ด้วยการช่วยจ่ายค่าส่งให้ลูกค้าที่สั่งออร์เดอร์คนละครึ่งทุกออร์เดอร์ จากร้านในระยะ 5 กิโลเมตร เป็นเวลานาน 2 สัปดาห์ ตั้งแต่ 18-31 ตุลาคมนี้ ในพื้นที่ 68 จังหวัดทั่วประเทศที่ LINE MAN ให้บริการ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายแก่ลูกค้า และกระตุ้นยอดขายร้านอาหารและเศรษฐกิจไทยในภาพรวม “จากโครงการคนละครึ่ง รัฐได้เข้ามาช่วยอุดหนุนค่าอาหารครึ่งหนึ่งแล้ว กำแพงที่เหลืออยู่คือค่าส่ง การงดเว้นค่าส่งครั้งนี้ เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ใช้มาใช้สิทธิ์คนละครึ่งผ่าน LINE MAN มากขึ้น โดยมีตัวเลือกร้านอาหารคนละครึ่งมากที่สุดกว่า 45,000 ร้าน นอกจากผู้ใช้สิทธิ์จะได้รับความสะดวกสบายในการสั่งอาหารโดยไม่ต้องเสี่ยงออกจากบ้านและได้ลดค่าใช้จ่ายด้วยแล้ว ยังเป็นการช่วยสนับสนุนเจ้าของร้าน พนักงาน พ่อค้าแม่ค้าในตลาด และไรเดอร์ อีกหลายแสนครอบครัวได้อยู่รอดต่อไป” คุณยอดปิดท้าย

LINE MAN Wongnai

19 Oct 2021