วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่คุกคามสภาพความเป็นอยู่ของคนทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ทั้งภาครัฐและเอกชนได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ความช่วยเหลือส่วนใหญ่ได้มุ่งเน้นไปยังการจัดการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค การกระตุ้นเศรษฐกิจ และมาตรการในการใช้ชีวิตร่วมกันของคนในสังคมที่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

“ท่ามกลางกระแสการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตในวิกฤตการโควิด-19 ยังมีเสียงเล็ก ๆ จากเด็กยากจนอีกกว่า 750,000 คน ทั่วประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือจากสังคมให้พ้นจากสภาวะขาดแคลนอาหารในช่วงปิดเทอม”

การปิดเทอมที่ยาวนานกับมื้ออาหารที่หายไป?

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้รัฐบาลต้องประกาศสั่งเลื่อนการเปิดภาคการศึกษาใหม่ไปเป็นวันที่ 1 ก.ค. ทำให้เด็ก ๆ มีระยะเวลาในการปิดเทอมที่ยาวนานออกไปถึง 45 วัน สำหรับเด็กที่มาจากครอบครัวที่ไม่ขัดสนก็คงจะไม่มีผลกระทบใด ๆ แต่เมื่อหันไปมองเด็ก ๆ ที่มาจากครอบครัวที่ยากจนเราจะพบวิกฤตที่แฝงอยู่ในวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า “ที่ผ่านมาเครือข่ายครูสังกัด สพฐ. ตชด. และ อปท. กว่า 400,000 คนทั่วประเทศได้มีการลงพื้นที่เยี่ยมสำรวจความต้องการของนักเรียนยากจน เพื่อนำมาประเมินสถานการณ์ ความเสี่ยง และผลกระทบที่นักเรียนจะได้รับเนื่องมาจากการปิดเทอมที่ยาวนานขึ้น เราพบว่าปัญหาอันดับหนึ่งที่เกิดขึ้นคือความกังวลจากการเพิ่มภาระรายจ่ายค่าอาหารของครอบครัว และยิ่งไปกว่านั้นพบว่าเด็ก ๆ กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนอาหาร เนื่องมาจากเด็กส่วนใหญ่พึ่งพาอาหารกลางวันที่ครบห้าหมู่จากโรงเรียนเป็นหลัก เมื่อการเปิดเทอมถูกเลื่อนออกไปจึงทำให้เด็กเหล่านี้ประสบสภาวะทุพโภชนาการและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน”

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

ความช่วยเหลือเร่งด่วน

กสศ.ในฐานะที่เป็นองค์กรทำงานเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาด้วยการยื่นมือเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามาโดยตลอด ซึ่งเป็นเวลากว่า 2 ปีมาแล้วที่ กสศ. ได้เข้าไปช่วยเหลือ สนับสนุน และส่งเสริมพัฒนา เด็ก เยาวชน ทั้งที่อยู่ในระบบและนอกระบบการศึกษา ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือแก่ครู ผู้พิการ และประชาชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสกว่า 1,147,754 คน ครอบคลุม 27,731 โรงเรียนทั่วประเทศไทย

เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กสศ. จึงเร่งดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มเด็กยากจนพิเศษที่กำลังประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน ในเบื้องต้น กสศ. ได้ใช้งบประมาณที่ได้คืนมาจากรัฐบาลรวมกับงบประมาณฉุกเฉิน รวมเป็นเงิน 500 ล้านบาท และได้เร่งนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือให้กับนักเรียนยากจนจำนวนคนละ 600 บาท เป็นค่าอาหารเบื้องต้น 30 วัน ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะได้คนละเพียง 20 บาทต่อวันเท่านั้นเอง ซึ่งเงินจำนวนนี้นับเป็นเงินฉุกเฉินเบื้องต้นที่ กสศ. ได้ดำเนินการเยียวยาเด็ก ๆ ที่กำลังประสบปัญหาอย่างเร่งด่วน

อย่างไรก็ตามยังมีช่องว่างอีก 15 วันก่อนที่จะถึงวันเปิดเทอมที่ กสศ. จำเป็นต้องออกมาระดมทุนผ่านโครงการ “สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง” ซึ่งต้องการความช่วยเหลือจากภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปให้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสนับสนุน และร่วมสมทบทุนเพื่อเติมเต็มมื้ออาหารให้กับเด็ก ๆ

กสศ. ได้ใช้งบประมาณที่ได้คืนมาจากรัฐบาลรวมกับงบประมาณฉุกเฉิน รวมเป็นเงิน 500 ล้านบาท และได้เร่งนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือให้กับนักเรียนยากจนจำนวนคนละ 600 บาท เป็นค่าอาหารเบื้องต้น 30 วัน ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะได้คนละเพียง 20 บาทต่อวันเท่านั้นเอง

รูลงพื้นที่พบเด็กอดมื้อกินมื้อ

จากการลงพื้นที่ของเครือข่ายครูเพื่อรายงานสภาพความเป็นอยู่ของเด็กนักเรียนยากจนและจากพื้นที่ทุรกันดาร พบว่าเด็ก ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและถิ่นทุรกันดารมักจะไม่ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ โดยบางบ้านเด็ก ๆ ต้องกินข้าวต้มกับเกลือเสียด้วยซ้ำ นอกจากนั้นยังพบว่าบางครัวเรือนที่ผู้ปกครองมีอาชีพหาเช้ากินค่ำ จะประสบปัญหาไม่มีเงินซื้ออาหารเนื่องมาจากโดยปกติเด็กจะพึ่งพาอาหารเช้าและอาหารกลางวันจากโรงเรียน เมื่อมีการปิดเทอมที่ยาวนานขึ้นจึงทำให้เด็กต้องอดมื้อกินมื้อ การปิดเทอมที่ยาวนานนี้ หากมองจากมุมของผู้มีอันจะกินคงมิใช่ปัญหา แต่หากมองในมุมของเด็กๆ เหล่านี้มันคือสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ก็คือเรื่องจริงที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมและต้องการความช่วยเหลือ และร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง

เด็ก ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและถิ่นทุรกันดารมักจะไม่ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่  โดยบางบ้านเด็ก ๆ ต้องกินข้าวต้มกับเกลือเสียด้วยซ้ำ

สารอาหารที่ไม่เพียงพอกระทบพัฒนาการของเด็กๆ

อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการด้านโภชนาการ ที่ปรึกษาโครงการสู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัญหาที่พบบ่อยในการติดตามพัฒนาการของเด็กยากจนคือ สภาวะทุพโภชนาการ หรือการที่เด็กไม่ได้รับสารอาหารครบถ้วน โดยเด็กๆ เหล่านี้ต้องการอาหารที่ครบ 5 หมู่ ซึ่งจำเป็นต่อพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา สมอง ซึ่งหากเด็กๆ ไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอจะส่งผลกระทบให้มีอาการสมองฝ่อ ร่างกายเตี้ย ผอมแคระแกร็น ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเรียนและพัฒนาการทางสติปัญญา ที่ผ่านมาพบว่าเด็กที่มีปัญหาจะอยู่ในถิ่นทุรกันดารหรือมาจากครอบครัวที่ยากจน โดยเด็กมักจะไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอในระหว่างปิดภาคเรียนเนื่องมาจากความยากจน ซึ่งเด็กเหล่านี้จะพึ่งพาอาหารที่ถูกหลักโภชนาการจากโรงเรียน ดังนั้นเมื่อกำหนดเปิดภาคการศึกษาถูกเลื่อนออกไปจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อเด็กกลุ่มดังกล่าวโดยตรง เพราะโรงเรียนไม่ใช่แค่สถานที่เรียนรู้ แต่คือโรงครัวของเด็กๆ ที่ยากจน”

อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการด้านโภชนาการ ที่ปรึกษาโครงการสู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง

ปัญหาปากท้องของเด็กยากจนในช่วงปิดเทอมที่ยาวนานอาจจะเป็นปัญหาระยะสั้นที่ต้องเร่งมือกันช่วยแก้ไข แต่ปัญหาระยะยาวนั้นมีผลกระทบเป็นทอดๆ และต่อเนื่องในหลากหลายมิติ ซึ่งสภาวะขาดแคลนของครอบครัวที่ขาดรายได้นอกจากจะส่งผลกระทบต่อตัวเด็กแล้ว ยังเชื่อมโยงเป็นลูกโซ่จนสามารถส่งผลกระทบให้เด็กเหล่านั้นจำต้องออกจากระบบการศึกษาในที่สุด และแน่นอนว่าการที่เด็กคนหนึ่งจำต้องออกจากระบบการศึกษาจะส่งผลโดยตรงต่อโอกาสในชีวิตของเด็กและสามารถกลายมาเป็นปัญหาอื่นๆ ให้กับสังคมได้อีกมากมาย

ปัญหาขาดแคลนอาหารจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่จนสามารถส่งผลกระทบให้เด็กเหล่านั้นจำต้องออกจากระบบการศึกษาในที่สุด

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาคเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ยากจนพิเศษจำนวนกว่า 750,000 คนทั่วประเทศ ในโครงการ #สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม กับกสศ. ผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี: กสศ.มาตรา 6(6) เลขบัญชี: 172-0-30021-6 หรือเวบไซต์ สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-079-5475

News Release View More

ยอด ชินสุภัคกุล เตรียมรับตำแหน่งซีอีโอ LINE MAN Wongnai

ในวันที่ 6 สิงหาคม 2563  LINE คอร์ปอเรชั่น ประกาศเลือก “ยอด ชินสุภัคกุล” ให้ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอ บริษัท LINE MAN Wongnai บริษัทใหม่ที่เกิดจากการควบรวมกิจการระหว่าง “ไลน์แมน” แอปพลิเคชั่นแพลตฟอร์มออนดีมานด์ชั้นนำของไทย และ “Wongnai” แพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ รีวิว และค้นหาร้านอาหารชั้นนำของประเทศ มีผลในช่วงเดือนกันยายน 2563* โดย “ยอด” จะรับหน้าที่บริหารจัดการธุรกิจ และการปฏิบัติการต่าง ๆ ของบริษัท “อึนจอง ลี” หัวหน้าฝ่ายบริหารธุรกิจ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไลน์ พลัส คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “จากการดำเนินธุรกิจตลอด 4 ปีที่ผ่านมา LINE MAN พิสูจน์ตัวเองในฐานะ ‘ผู้ช่วยเบอร์หนึ่ง’ ของคนไทย และเป็นผู้เล่นสำคัญในธุรกิจ O2O ของประเทศไทย เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างธุรกิจให้เติบโตขึ้นไปเรื่อย ๆ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตประจำวันของคนไทย ด้วยเงินลงทุนมูลค่า 3,300 ล้านบาท (110 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) จาก BRV Capital Management เราเชื่อว่า LINE MAN Wongnai จะก้าวสู่การเป็นแพลตฟอร์มซูเปอร์ไลฟ์สไตล์ที่สร้างมิติใหม่ให้กับตลาดประเทศไทยในไม่ช้า” “คุณยอด ชินสุภัคกุล เป็นผู้ที่เข้าใจในธุรกิจ O2O อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะด้านฟู้ดเดลิเวอรี LINE MAN Wongnai ภายใต้การบริหารของคุณยอด จะเป็นบริษัทที่สร้างโดยคนไทย บริหารโดยคนไทย และดำเนินงานเพื่อคนไทย ซึ่งจะสามารถสร้างสิ่งใหม่ๆ น่าตื่นเต้นและเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายอย่างแท้จริง” อึนจอง กล่าว ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “การผนึกกำลังของทั้งสองบริษัทในครั้งนี้ จะเป็นการสร้างอีโคซิสเต็ม Online-to-offline ที่สมบูรณ์ที่สุดสำหรับทั้งร้านอาหารและผู้ใช้ สามารถสร้างคุณค่าให้กับทุกฝ่ายในธุรกิจ LINE MAN Wongnai เป็นบริษัทที่ก่อตั้งและบริหารโดยคนไทย ด้วยความเข้าใจเรื่องอาหารการกินของคนไทยอย่างแท้จริง เรามั่นใจว่านี่จะเป็นก้าวสำคัญสำหรับเราที่จะดำเนินธุรกิจที่จะสร้างประโยชน์ให้แก่คนไทย และธุรกิจไทยในประเทศไทยเช่นเดียวกัน” ยอด ชินสุภัคกุล ดำรงตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Wongnai โดยก่อนหน้านั้นรับตำแหน่งเป็น Support Manager ที่ Thomson Reuters ยอดจบการศึกษา MBA จาก UCLA Anderson School of Management ในปี 2010 และด้าน Computer Engineering จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2004 LINE Corporation (NYSE:LN/TSE:3938) เป็นองค์กรที่มุ่งมั่นปฏิบัติภายใต้พันธกิจ Closing the Distance เชื่อมต่อผู้ใช้งานทั่วโลกให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นด้วย ข้อมูลข่าวสาร บริการ และผลิตภัณฑ์ของ LINE เริ่มจาก แอพพลิเคชั่น LINE ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายน 2554 ต่อมาได้เติบโตและขยายธุรกิจออกไป ในรูปแบบ หลากหลายในระบบนิเวศทั่วโลกซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI), Fintech และอื่น ๆ สำหรับใน ประเทศไทย LINE ได้เข้ามาให้บริการตั้งแต่ปี 2555 จากนั้นเติบโตอย่างรวดเร็วจนเป็น แพลตฟอร์มการสื่อสารและการบริการออนไลน์ชั้นนำของประเทศ LINE Plus Corporation เป็นบริษัทย่อยของ LINE Corporation ก่อตั้งขึ้นในเดือนมีนาคม 2556 ในประเทศ เกาหลีใต้ โดยมีวัตถุประสงค์ในการรองรับและสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจของ LINE ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยมีโปรแกรมเมอร์ นักออกแบบ นักการตลาด และนักขาย รวมถึงนักประชาสัมพันธ์จากทั่วโลกมาทำงานร่วมกัน โดย LINE MAN Wongnai ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทย เกิดจากการควบรวมกิจการระหว่าง LINE MAN และ Wongnai ด้วยเงินลงทุนมูลค่า 110 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากบริษัท BRV Capital Management เมื่อเดือนกรกฎาคม 2563 มีเป้าหมายยกระดับธุรกิจอาหารในไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ออนไลน์ไปถึงออฟไลน์ (O2O) ทั้งการค้นหาข้อมูล การรีวิวร้านอาหาร การสั่งอาหารเดลิเวอรี บริการขนส่งออนดีมานด์อื่น ๆ รวมถึงโซลูชันสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร

LINE MAN Wongnai

7 Aug 2020

LINE MAN MART หนุนรัฐ ชวนคนไทยลดหย่อนภาษีโครงการ Easy E-Receipt สูงสุด 50,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 15 กุมภาพันธ์นี้

ต้อนรับศักราชใหม่ปี 2567 LINE MAN MART สนับสนุนมาตรการรัฐ ชวนคนไทยช้อปสินค้าลดหย่อนภาษีในโครงการ Easy E-Receipt โอกาสดีที่ไม่ควรพลาด สั่งง่ายได้ทั้งช้อป ได้ทั้งของ พร้อมหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี 2567 สูงสุดถึง 50,000 บาท เพียงสั่งสินค้าจากร้านค้าดังที่ร่วมรายการกว่า 721 แห่ง ผ่าน LINE MAN MART พร้อมรับส่วนลดเพิ่มอีก 10% สูงสุด 150 บาท* ตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2567 โดยสามารถเลือกช้อปสินค้าจากร้านค้าดัง ได้แก่ Tops, Tops daily, Gourmet Market, OfficeMate, B2S, HomePro และ BigC Hyper สาขาที่ร่วมรายการกว่า 721 สาขา* ในพื้นที่บริการ 10 จังหวัด อาทิ กรุงเทพและปริมณฑล, ชลบุรี, ระยอง, อยุธยา, เชียงใหม่ ตั้งแต่วันนี้ – 15 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งทุกการสั่งซื้อสามารถเลือกกดรับ Easy E-Receipt เพียงกรอกข้อมูลบน LINE MAN ขอใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ e-Tax invoice หรือ e-Receipt ได้อย่างง่ายดาย “โครงการ Easy E-Receipt” บน LINE MAN MART ถือเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดกระแสตอบรับที่ดีจากโครงการช้อปดีมีคืนลดหย่อนภาษีปี 2566 ที่ผ่านมา โดยการสนับสนุนโครงการภาครัฐครั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน พร้อมอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ไม่พลาดการได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี นอกจากนี้ยังมอบส่วนลดพิเศษให้กับผู้ใช้เพียงกรอกโค้ด “EASYTAX” รับส่วนลด 10% สูงสุด 150 บาท เมื่อสั่งขั้นต่ำ 600 บาท**  สำหรับผู้สนใจใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในโครงการ Easy E-Receipt ผ่านการซื้อสินค้าบน LINE MAN MART และสามารถดูวิธีสั่งซื้อและการกรอกข้อมูลเพื่อขอรับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมสั่งซื้อสินค้าเพื่อใช้ลดหย่อนภาษีปี 2567 ได้แล้ววันนี้ทาง LINE MAN MART หรือ https://lineman.onelink.me/1N3T/x9lbar52 *เฉพาะร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ **เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

3 Jan 2024

LINE MAN Wongnai Aims to Secure Top Spot in POS Market; Reports 100K Newly Opened Restaurants in 2023

LINE MAN Wongnai, Thailand’s leading on-demand and restaurant discovery platform,  recently held the ‘Restaurant 2023: Future’s Recipe’ annual event to reveal an overview of Thailand’s restaurant industry, highlight dining trends, and a plan following the acquisition of FoodStory. With the goal of solidifying the top position as a restaurant solutions leader, LINE MAN Wongnai seeks to offer innovative features that cater to the diverse needs of all types of restaurants. Over 100K New Restaurants Open Amidst Challenges Yod Chinsupakul, CEO of LINE MAN Wongnai, said, “In 2023, the restaurant industry witnessed a 13.6% increase, with over 100,000 new restaurants emerging. Among these, breakfast eateries (sandwiches), Chinese restaurants, and sukiyaki/shabu restaurants experienced the highest growth rates, while food trucks, late-night congee places, and pizzerias saw relatively slower growth. As Covid-19 restrictions eased, data from Wongnai POS revealed a steady rise in gross merchandise value (GMV) of total dine-in sales. Despite the continuous emergence of new restaurant openings, 50% of them will close within the first year, and 65% will shut down in the first three years. As the leading restaurant solutions provider, LINE MAN Wongnai aids eateries in boosting revenue and cutting costs, enabling them to thrive in the competitive market. By utilizing advanced POS (Point of Sale) technology, suitable for all restaurant types, owners can efficiently manage front-house orders and back-office operations.” Post-acquisition plan with FoodStory to accelerate all-in-one solutions for all restaurant types Yod added, “With the acquisition of FoodStory, we are combining the expertise of an 11-year restaurant solutions provider with the largest restaurant database platform in Thailand. Currently, we hold the top position in the POS market, with 55,000 restaurants using Wongnai POS and FoodStory POS, accounting for 40% of the market share. Together, both POS systems have generated 180 billion baht in GMV, processed 636 million orders, and reduced paper usage by 323 tonnes.” Introducing New Restaurant Management Features for Increased Sales and Reduced Costs. Thagoon Chartsutipol, Head of FoodStory POS of LINE MAN Wongnai, said, “Wongnai POS and FoodStory POS are invaluable partners for restaurants at every stage of their journey, from initial setup during opening, catering to increasing customer demand, to expanding with new branches. Based on a survey with 1,230 restaurants conducted in the first half of 2023, we identified their top concerns as ingredient costs, labor expenses, hidden costs, heightened competition, and fewer new and returning customers. In response, we have developed new solutions to address the challenges faced by all restaurants.” During the event, dining trends among Thai users in 2023 were unveiled. The most searched menus on LINE MAN Wongnai included crispy pork, ice cream, cake, sukiyaki, and mala, while the top delivery-ordered menus on LINE MAN were papaya salad with fermented fish, stir-fried spicy basil crispy pork, and grilled chicken. Among the drinks, the top three bestsellers were milk matcha, chocolate drink, and Thai tea. The “Restaurant 2023: Future’s Recipe” event, which was held at Samyan Mitrtown Hall, saw esteemed guests in attendance. Thanapong Wongchinsri from Torpenguin Facebook page, Pornchai Nitmetawong from เพื่อนแท้ร้านอาหาร Facebook page, Kunapong Techavoraprasert from ขายดีไปด้วยกัน Facebook page,  and representatives from famous restaurants such as Mo-Mo-Paradise, Siam Steak, and NANA Coffee Roasters shared their experience in restaurant management while many restaurateurs attended the event.  1Data from all restaurants on LINE MAN Wongnai platform compared between June 2022 and June 2023. 2Combined data from Wongnai POS and FoodStory POS between 2014 and 2023

LINE MAN Wongnai

24 Jul 2023

กรมพัฒนาธุกิจการค้า x Wongnai x LINE MAN ชวนร้านอาหารกลับมา BACK TO LIFE!

BACK TO LIFE! Wongnai และ LINE MAN เพิ่ม 2 ฟีเจอร์ธุรกิจในแอปพลิเคชั่น พร้อมช่วยประชาสัมพันธ์ร้านอาหารให้แบบจัดเต็มทุกช่องทาง 2 พันธมิตรของกระทรงพาณิชย์ ผนึกกำลังช่วยขยายช่องทางการตลาดให้ร้านอาหาร Thai SELECT ทั่วประเทศ ตอบโจทย์สายชิมออนไลน์ยุค New Normal … Wongnai และ LINE MAN เพิ่ม 2 ฟีเจอร์ธุรกิจในแอปพลิเคชั่นอำนวยความสะดวกผู้บริโภคที่ต้องการสั่งอาหารจากร้าน Thai SELECT พร้อมช่วยประชาสัมพันธ์ร้านอาหารให้แบบจัดเต็มทุกรูปแบบ/ทุกช่องทาง ทั้งการสั่งออนไลน์, การชำระค่าอาหาร/บริการ, การรับอาหารเองที่ร้าน หรือส่งอาหารถึงที่บ้าน ง่าย ๆ เพียงร้านค้าอัปเดทเมนูและราคาให้เป็นปัจจุบัน หมั่นเช็กออร์เดอร์ลูกค้า บริหารจัดการร้านค้าแบบมืออาชีพ ก็สามารถก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการวิถีชีวิตใหม่ได้แล้ว 1.การรับอาหารเองที่ร้าน 2.ส่งอาหารถึงที่บ้าน นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับ Wongnai และ LINE MAN ขยายช่องทางการตลาดให้ร้านอาหาร Thai SELECT ตอบโจทย์สายชิมออนไลน์ยุค New Normal โดย Wongnai และ LINE MAN ได้พัฒนาฟีเจอร์ธุรกิจเพื่ออำนวยความสะดวกผู้บริโภคที่ต้องการสั่งอาหารร้านอาหาร Thai SELECT โดยเฉพาะ เพิ่มตัวช่วยใหม่ให้ร้านอาหารทำระบบรับ-ส่ง เดลิเวอรีเอง รวมถึงประชาสัมพันธ์ร้านอาหารให้แบบจัดเต็มทุกรูปแบบ/ทุกช่องทางเพื่อเข้าถึงผู้บริโภค และกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด” “ปัจจุบันผู้บริโภคนิยมใช้ช่องทางออนไลน์ในการเลือกสรร/สั่งอาหาร และชำระค่าสินค้า/บริการ สะท้อนถึงพฤติกรรมการบริโภคของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป ร้านอาหารจึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยสถานการณ์ปกติ…ร้านอาหารจะมีรายได้จากการขายอาหารที่ร้านประมาณร้อยละ 80 และรับคำสั่งซื้อทางออนไลน์ร้อยละ 20 แต่ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ร้านอาหารมีรายได้จากคำสั่งซื้อทางออนไลน์ถึงร้อยละ 100 และเมื่อเข้าสู่ยุควิถีชีวิตใหม่ (New Normal) คำสั่งซื้อทางออนไลน์ก็ยังคงได้รับความนิยม และเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรูปแบบรับ-ส่งอาหารจะขึ้นอยู่กับความสะดวกของลูกค้าเป็นหลัก ทั้งผ่านระบบเดลิเวอรีและรับอาหารเองที่ร้าน” “ทั้งนี้ ผู้ประกอบการร้านอาหาร Thai SELECT ต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้สอดรับกับการดำเนินชีวิตตามวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ของผู้บริโภค โดยใช้ช่องทางออนไลน์เป็นช่องทางหลักสำหรับการขยายช่องทางการตลาด การประชาสัมพันธ์ การจำหน่ายสินค้า ฯลฯ ต้องมีการอัพเดทเมนู/ราคา/แจ้งข่าวสารต่างๆ ของร้านให้เป็นปัจจุบัน หมั่นตรวจเช็คคำสั่งซื้อของลูกค้า และดำเนินการจัดส่งสินค้า/อาหารให้โดยเร็ว มีปฏิสัมพันธ์ที่ดี และมีการบริหารจัดการร้านค้าแบบมืออาชีพด้วยความซื่อสัตย์/ตรงไปตรงมา โดยร้านที่สามารถปรับตัวได้ก่อน ก็มีโอกาสที่จะสร้างผลกำไรให้กิจการได้ก่อนเช่นกัน” นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด กล่าวว่า “การคลายล็อกกิจการเฟส 4 ถือว่าเป็นสัญญาณบวกที่พวกเราทุกคนสามารถร่วมด้วยช่วยกันฟื้นฟูเศรษฐกิจ และธุรกิจไทยได้อีกครั้ง โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งการร่วมมือครั้งนี้ Wongnai ในฐานะที่เป็นไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มที่ร่วมสู้ไปด้วยกันกับวงการร้านอาหารไทยมาตลอด วิกฤตครั้งนี้เราจะเป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยโปรโมทร้านอาหารไทยกว่า 500 ร้านทั่วประเทศ ที่เปิดให้นั่งกินที่ร้าน และมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ให้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านทางช่องทางต่าง ๆ ของ Wongnai ที่มีจำนวนผู้ใช้งานต่อเดือนมากกว่า 10 ล้านราย เพื่อสร้างความรับรู้ ดึงดูดลูกค้า และที่สำคัญคือช่วยเรียกความมั่นใจให้กับลูกค้าทั่วประเทศให้มีความเชื่อมั่นในการอุดหนุนร้านอาหารของคนไทยอีกครั้ง” “โดยจะทำการประชาสัมพันธ์ร้านอาหาร Thai SELECT ผ่านแอปลิเคชั่นและเว็บไซต์ Wongnai 3 รูปแบบ คือ 1) บทความแนะนำลายแทงร้านอาหาร Thai SELECT เจ้าเด็ดเจ้าดัง 2) อัลบั้มรูปนำเสนอไฮไลต์และเรื่องอินไซต์จากร้านอาหาร Thai SELECT ผ่านแฟนเพจ Wongnai.com เพื่อเพิ่มเสน่ห์ร้านค้าให้เป็นที่จดจำ เป็นที่รู้จักมากขึ้น และพร้อมที่จะเข้าไปใช้บริการ และ 3) วิดีโอรีวิวอาหารสำหรับเมนูเด็ดแนะนำที่ห้ามพลาดเมื่อไปกินอาหารที่ร้าน พร้อมข้อมูลร้านสั้น ๆ อธิบายระหว่างเปิดคลิป และจะช่วยประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของ Wongnai เพิ่มเติมให้อีกด้วย” “นอกจากนี้ Wongnai ได้เพิ่มตัวช่วยให้กับร้านอาหารกว่า 500 ร้านทั่วประเทศ ให้สามารถใช้ฟีเจอร์ล่าสุด ‘Self Delivery (ร้านส่งเอง)’ บน Wongnai Merchant App (WMA) ได้ฟรีตั้งแต่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน นี้ เพื่อช่วยให้ร้านอาหารมีทางเลือกในการกำหนดค่าส่ง และวิธีการส่งเดลิเวอรีที่เหมาะสมได้เอง ไม่ว่าจะเป็นการใช้พนักงานที่ร้าน ใช้บริการคนขับ LINE MAN หรือวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง โดยรับออร์เดอร์อัตโนมัติจากลูกค้าที่สั่งผ่าน LINE Official Account ของทางร้านเองได้อย่างสะดวก ช่วยให้ร้านสามารถจัดเวลาไปกับการจัดเตรียมอาหารได้ดียิ่งขึ้น และลดเวลาที่ต้องใช้ในการเช็กหรือตอบแชทลูกค้า ทำให้สามารถบริหารต้นทุนค่าขนส่ง และวางระบบการบริหารจัดการเดลิเวอรีได้ง่ายมากขึ้น” มร.ซินหมิง จ้าว หัวหน้ากลุ่มปฏิบัติการ LINE MAN กล่าวว่า “เพื่อเพิ่มเครื่องมือให้กับร้านอาหารในยุคโควิด-19 ทาง LINE MAN และ Wongnai ได้พัฒนาฟีเจอร์ใหม่เพิ่มเติมขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภคในการสั่งอาหารจากร้านทั่วประเทศโดยเฉพาะ ครอบคลุมไลฟ์สไตล์/ความต้องการของลูกค้า และช่วยให้ร้านอาหารสามารถบริหารจัดการคำสั่งซื้อได้สะดวกมากยิ่งขึ้นด้วยฟีเจอร์ Pickup (ร้านอาหารไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน นี้) เมื่อลูกค้าสั่งอาหารผ่านแอปฯ LINE MAN หรือ Wongnai และชำระค่าอาหารเรียบร้อยแล้ว สามารถไปรับอาหารได้ที่ร้าน ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้า *ไม่ต้องเสียเวลาในการต่อคิว/รอทำอาหาร * สั่งอาหารได้สะดวก รวดเร็ว และไม่ต้องพกเงินสด * ไม่เสียค่าจัดส่ง ขณะที่ร้านอาหาร * บริหารคิวลูกค้าได้ดีขึ้น * เพิ่มเครื่องมือ/ช่องทางใหม่ ทำให้ไม่พลาดการขาย * เพิ่มยอดขายโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม” สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองธุรกิจบริการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทรศัพท์ : 0 2547 5962E-Mail : [email protected] สายด่วน 1570Website :  www.dbd.go.thสำหรับร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถลงทะเบียนได้ที่ ลงทะเบียนเข้าร่วมแคมเปญ DBD x Wongnai x LINE MAN “Back To Life” หรือเฟซบุ๊ก Wongnai For Business

LINE MAN Wongnai

9 Jul 2020