LINE MAN Launches Eco-Friendly “No Condiments” Feature in Food Delivery

LINE MAN has introduced the “No Condiments” green choice feature for food delivery service, following the success of its “No Plastic Cutleries” feature. This new feature has already reduced over 20 million condiment packets in two months. The company aims to reduce 4,200 tons of plastic and food waste annually from food delivery service and expand the number of eco-friendly restaurants on its platform to 100,000 by the end of 2024. Mr. Yod Chinsupakul, CEO of LINE MAN Wongnai, highlights the critical importance of tackling environmental challenges. According to the Pollution Control Department, Thailand produces around 2.76 million tons of single-use plastic waste each year. In response, LINE MAN Wongnai is prioritizing ESG principles in its business operations. Through technology and a widely accessible platform, we aim to sustainably address environmental concerns for both users and merchants. After implementing the “No Plastic Cutleries” feature last year, we have recently developed another feature called “No Condiments” on the LINE MAN app. This aligns with the Thai food culture, many enjoy seasoning their food with fish sauce, sugar, chili sauce, and other condiments. Now, users who prefer unseasoned meals can inform restaurants directly. Since its launch, over 20 million condiment packets have been saved. Noodle dishes see the highest number of users opting out of condiments. It is expected to reduce plastic waste from food delivery, including plastic cutleries and condiment packets, and food waste within the condiment packets by over 350 tons per month or 4,200 tons annually. Moreover, LINE MAN Wongnai is teaming up with Doozy Online, Dezpax, gracz, and aro to introduce a biodegradable Green Packaging program. Over the past three months, more than 1,300 restaurants nationwide have joined this effort. These restaurants will display the badge of “Eco-Friendly Restaurants” on the LINE MAN app, showing their dedication to environmental sustainability. Additionally, collaborating with WWF Thailand’s Plastic ACTion (PACT), Plastic Smart Cities – TVA program to raise awareness about reducing plastic use in restaurants across four areas in southern Thailand: Songkhla, Hat Yai, Surat Thani, and Koh Samui. By the end of 2024, LINE MAN Wongnai aims to increase the number of eco-friendly restaurants on its platform to 100,000. Ms. Preeyaporn Suwanaged, Director General of the Pollution Control Department (PCD), emphasized the importance of managing waste throughout the product life cycle, encouraging eco-design and the use of environmentally friendly materials from the start. PCD is  encouraging everyone, including food suppliers and consumers, to change their behavior by using packaging only as necessary, and reducing unfriendly usage of items like plastic bags, straws, cutlery, foam containers, and condiment packets. This can minimize disposal needs and promote plastic reuse, making waste management simpler. Therefore, Food delivery platforms introducing features to decline plastic cutlery and condiments are crucial. They help change consumer habits and support restaurants in using more eco-friendly packaging. This positive change can influence manufacturers to develop better-quality and more affordable eco-friendly packaging. Ms. Soracha Puangpat, owner of Pad Thai Roi Ha Kung Ten, one of the participating restaurants, shared that an increasing number of customers are prioritizing environmental concerns. Approximately 30% of LINE MAN orders choose not to receive condiments and cutleries. The restaurant has been using eco-friendly packaging such as paper and banana leaves instead of plastic for over six years, ensuring no harmful residues for consumers and easy biodegradability, thus protecting the environment. This practice also adds unique value to the restaurant. For press inquiries, please contact LINE MAN Wongnai’s Corporate Communication team: [email protected]

LINE MAN Wongnai

10 Jun 2024

LINE MAN Wongnai ปล่อยฟีเจอร์ “ไม่รับเครื่องปรุง” ลดขยะเครื่องปรุงไปแล้วกว่า 20 ล้านซอง ภายใน 2 เดือน

LINE MAN Wongnai เปิดตัวฟีเจอร์รักษ์โลก “ไม่รับเครื่องปรุง” บนแอป LINE MAN สานต่อความสำเร็จหลังเปิดใช้ฟีเจอร์ “ไม่รับช้อนส้อมพลาสติก” ลดขยะจากซองเครื่องปรุงไปแล้วกว่า 20 ล้านซองภายใน 2 เดือน ตั้งเป้าช่วยลดขยะพลาสติกและขยะอาหารจากฟู้ดเดลิเวอรีรวม 4,200 ตันต่อปี เดินหน้าเพิ่มจำนวนร้านอาหารรักษ์โลกบนแพลตฟอร์มเป็น 100,000 ร้านทั่วประเทศ คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า ความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อมถือเป็นเรื่องเร่งด่วน โดยข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า ประเทศไทยมีขยะพลาสติกใช้ครั้งเดียว (Single-use Plastics) เกิดขึ้นภายหลังการบริโภคประมาณ 2.76 ล้านตัน ด้วยเหตุนี้ LINE MAN Wongnai ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงเร่งขับเคลื่อนแนวทางการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาล (ESG) ผ่านเทคโนโลยี และแพลตฟอร์มที่เข้าถึงผู้ใช้และร้านค้าจำนวนมาก เพื่อร่วมกันลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน หลังจากเปิดใช้ฟีเจอร์ “ไม่รับช้อนส้อมพลาสติก” มาได้ระยะหนึ่ง ล่าสุดเราได้พัฒนาฟีเจอร์ตัวเลือก “ไม่รับเครื่องปรุง” บนแอป LINE MAN ที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมการกินของคนไทยที่นิยมปรุงอาหารด้วยน้ำปลา น้ำตาล น้ำจิ้ม และซอสต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้ที่ไม่ต้องการเครื่องปรุงสามารถแจ้งร้านได้โดยตรง ช่วยลดขยะพลาสติกจากซองเครื่องปรุงลงได้มาก หลังจากปล่อยฟีเจอร์นี้เป็นเวลา 2 เดือน มีผู้ใช้กดเลือกไม่รับเครื่องปรุงรวมกว่า 20 ล้านซอง เมนูก๋วยเตี๋ยวเป็นเมนูที่ผู้ใช้เลือกไม่รับเครื่องปรุงสูงที่สุด คาดว่าจะช่วยลดขยะพลาสติกที่เกิดจากฟู้ดเดลิเวอรี (ช้อนส้อมพลาสติกและซองเครื่องปรุง) และขยะอาหารในซองเครื่องปรุงรวมกันกว่า 350 ตันต่อเดือน หรือเท่ากับ 4,200 ตันต่อปี นอกจากแนวทางการลดขยะจากผู้สั่งอาหารแล้ว LINE MAN Wongnai ยังมีโครงการภาชนะรักษ์โลกร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ Doozy Online, Dezpax, gracz และ aro ที่สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ Green Packaging เพื่อสนับสนุนร้านค้าให้เปลี่ยนจากบรรจุภัณฑ์พลาสติกมาเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมามีร้านอาหารเข้าร่วมแล้วกว่า 1,300 ร้าน ร้านเหล่านี้จะได้สัญลักษณ์  “ภาชนะรักษ์โลก” บนแอป LINE MAN เพื่อบ่งบอกให้ผู้ใช้ที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมได้รับรู้ บริษัทยังมีความร่วมมือกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลก สำนักงานประเทศไทย (WWF Thailand) ภายใต้โครงการ Plastic ACTion (PACT), Plastic Smart Cities – TVA ลงพื้นที่สร้างความตระหนักรู้เรื่องการลดการใช้พลาสติกแก่ร้านอาหารใน 4 พื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ สงขลา หาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี และเกาะสมุย โดยภายในสิ้นปี 2567 LINE MAN Wongnai ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนร้านอาหารรักษ์โลกที่เพิ่มตัวเลือกไม่รับเครื่องปรุงหรือใช้ภาชนะรักษ์โลกรวมเป็น 100,000 ร้านทั่วประเทศ คุณปรีญาพร สุวรรณเกษ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษมีแนวทางการจัดการขยะตามวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ เริ่มตั้งแต่ต้นทาง โดยการมุ่งเน้นให้ผู้ผลิตสินค้าออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้หมด (Eco-design) และมีการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กลางทาง มุ่งเน้นให้ผู้จำหน่ายอาหารและผลิตภัณฑ์ รวมถึงประชาชนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยใช้บรรจุภัณฑ์เท่าที่จำเป็น ลดหรืองดการให้/การใช้ที่ฟุ่มเฟือย หรือไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ ถุงหูหิ้ว หลอด ช้อมส้อมพลาสติก กล่องโฟม รวมถึงซองเครื่องปรุง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาโลกร้อน ทำให้ขยะรีไซเคิลไม่เข้าสู่ระบบ จึงทำให้ขยะพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งเหล่านี้ตกค้างในสถานที่ฝังกลบขยะมูลฝอยจำนวนมาก และย่อยสลายได้ช้า รวมทั้งอาจแตกตัวเป็นไมโครพลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ประชาชนควรมีการลดการใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง และคัดแยกขยะ โดยเฉพาะขยะอาหาร เพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัดที่ปลายทาง และเพิ่มศักยภาพในการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ รวมทั้งง่ายต่อการจัดการ เพราะฉะนั้นการที่แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีคิดค้นฟีเจอร์ไม่รับช้อนส้อมพลาสติกและซองเครื่องปรุง ถือเป็นการร่วมด้วยช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคจำนวนมาก รวมถึงการสนับสนุนให้ร้านอาหารใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกกันมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีเป็นลูกโซ่ไปถึงผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ต้นทางในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกที่คุณภาพดีและราคาที่เข้าถึงได้ยิ่งขึ้น ด้านนางสาวสรชา พวงพัฒน์ หรือ พี่กุ้ง เจ้าของร้านผัดไทยร้อยห้ากุ้งเต้น หนึ่งในร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ เปิดเผยว่า ปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่เริ่มให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สะท้อนได้จากจำนวนออร์เดอร์ของลูกค้า LINE MAN ประมาณ 30% ที่กดเลือกไม่รับเครื่องปรุงและไม่รับช้อนส้อมพลาสติก โดยหนึ่งในหัวใจสำคัญที่ร้านใช้มัดใจลูกค้า นอกจากเลือกใช้ของดี ตั้งแต่วัตถุดิบคุณภาพที่สดใหม่แล้ว คือการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างกระดาษและใบตองแทนการใช้พลาสติกก็เป็นหนึ่งปัจจัยหลักสำคัญที่เราทำมาอย่างยาวนานกว่า 6 ปี เนื่องจากเราคำนึงถึงความปลอดภัยไม่มีสารตกค้างกับผู้รับประทาน และย่อยสลายง่าย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม รวมทั้งยังช่วยสร้างคุณค่าที่แตกต่างให้กับร้านอีกด้วย ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

10 Jun 2024

LINE MAN และ LINE Pay ช่วยปัญหาโภชนาการเด็กห่างไกล เสริมความรู้ สร้างมื้อดี จับมือพันธมิตรมอบ 1.7 ล้าน ปูอนาคตที่ดีสู่เด็ก 100 โรงเรียนทั่วไทย

การรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบ 5 หมู่ดูจะเป็นเรื่องไม่ยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเด็ก ๆ ในพื้นที่ห่างไกล ปัญหาโภชนาการไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กเท่านั้น แต่ยังทำให้พวกเขาไม่สามารถเรียนและเล่นได้อย่างเต็มที่ ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการอันขวางฝันที่พวกเขาอยากทำในอนาคตได้ ปัญหาด้านโภชนาการของเด็กไทยจึงเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน โครงการ FOOD FOR GOOD มูลนิธิยุวพัฒน์ จึงได้ถูกก่อตั้งขึ้นด้วยหมุดหมายให้เด็กไทยมีภาวะโภชนาการที่เหมาะสม ผ่านการสนับสนุนงบประมาณอาหารกลางวัน มากไปกว่านั้นยังสนับสนุนความรู้ด้านโภชนาการให้แก่ครู เพื่อให้ความรู้ด้านโภชนาการคงอยู่อย่างยั่งยืน  โรงเรียนบ้านท่าแฉลบ (เอครพานิช) โรงเรียนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรีที่มีจำนวนนักเรียนชั้นอนุบาลถึงประถมรวมกันเพียง 53 คน เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่ร่วมโครงการ FOOD FOR GOOD และเป็นโรงเรียนตัวอย่างที่ทั้งคุณครูและนักเรียนร่วมมือกันเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาทางโภชนาการกันอย่างขันแข็ง “ถ้าเมนูวันนี้เป็นไข่พะโล้ จากงบประมาณที่มี เด็ก ๆ จะได้กินไข่แค่ครึ่งฟองเท่านั้น…” กิ่งทอง นวลหงษ์ คุณครูโรงเรียนบ้านท่าแฉลบฯ เล่าว่า ก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการ FOOD FOR GOOD เด็ก ๆ ได้รับอาหารกลางวันในสัดส่วนที่ไม่เพียงพอ เพราะต้องตักในปริมาณน้อย ๆ เพื่อให้เพียงพอต่อนักเรียนทั้งโรงเรียน แต่หลังจากได้ร่วมโครงการนี้ เด็ก ๆ ได้รับประทานมื้อกลางวันครบ 5 หมู่ โดยครูไม่ต้องมากังวลว่าจะเหลือ แต่สิ่งที่ได้มากกว่ามื้ออาหารคือ “ความรู้ทางโภชนาการ” ที่นักโภชนาการของโครงการได้มาให้ความรู้อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ความรู้เรื่องสารอาหาร 5 หมู่ ว่าเด็ก ๆ ในแต่ละวัยควรได้รับในปริมาณเท่าไหร่ นำไปสู่การเรียนรู้เรื่องของปริมาณการตักเสิร์ฟอาหารให้เด็ก ๆ แต่ละวัยอย่างเหมาะสม การปรับพฤติกรรมการกินอาหารสำหรับเด็กอ้วนหรือเด็กผอม  ไปจนถึงการวางแผนเมนูอาหารของนักเรียนตลอด 12 สัปดาห์ ให้เด็ก ๆ ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและหลากหลาย และที่สำคัญการวางแผนเมนูอาหารหมุนเวียนล่วงหน้านี้ยังช่วยบริหารจัดการเรื่องการจัดเตรียมวัตถุดิบและงบประมาณ มากไปกว่านั้น ความรู้นี้ถูกถ่ายทอดสู่ทั้งผู้บริหาร คุณครู และนักเรียน ทำให้ทุกคนสามารถนำความรู้นี้ไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันได้ ไม่เพียงแต่อยู่ในรั้วโรงเรียนเท่านั้น  คุณครูกิ่งทอง เสริมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการก้าวไปพร้อมกับนักเรียน เพื่อให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าการกินอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการเป็นสิ่งที่สำคัญกับชีวิตของเด็ก ๆ จริง ๆ ครูที่โรงเรียนบ้านท่าแฉลบจึงเป็นเหมือน “เพื่อนซี้” ด้านโภชนาการของนักเรียนที่กำลังเติบโตไปพร้อมกัน  “เด็ก ๆ ชั้นอนุบาล หรือ ป.1 จะกินผักกันไม่ค่อยเก่ง สิ่งที่ครูจะทำคือเราจะกินให้เขาดู ทำให้เขาเห็นว่าการกินผักไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ให้กำลังใจตอนเด็ก ๆ ฝึกกินผักอยู่ข้าง ๆ เหมือนเราเป็นเพื่อนเขา” ธมนวรรณ อั๋นประเสริฐ นักโภชนาการจากโครงการ FOOD FOR GOOD พูดถึง ปัญหา “ภาวะทุพโภชนาการ” ในเด็กไทย มีทั้งเกิดจากการได้รับอาหารน้อยหรือมากเกินความต้องการ ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาภาวะโภชนาการที่ได้รับสารอาหารเกินที่เกิดจากเด็ก ๆ มีพฤติกรรมการเลือกกินขนม น้ำหวาน และกินตามใจปาก หรือปัญหาเด็กขาดสารอาหาร ส่งผลให้เด็ก ๆ ไม่มีแรงเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน ทำให้เป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการทั้งในการร่างกายและการเรียนรู้อีกด้วย  “แม้ปัญหาเรื่องโภชนาการ จะเป็นปัญหาที่ไม่ได้มองเห็นผลลัพธ์ได้อย่างทันที แต่ถ้าเด็ก ๆ ขาดสารอาหารหรือได้รับสารอาหารเกินความต้องการของร่างกายสะสมไปเรื่อย ๆ จะส่งผลในเรื่องของสุขภาพ สติปัญญารวมถึงพัฒนาการของเขาในอนาคต มากไปกว่านั้นผลกระทบนี้จะส่งผลให้เขาไม่สามารถประกอบอาชีพตามที่เขาใฝ่ฝันได้ เช่น เด็กบางคนอยากจะโตไปเป็นแอร์โฮสเตส แต่ว่าส่วนสูงไม่ถึงเกณฑ์ เด็กคนนั้นก็จะไปถึงฝันไม่ได้เพราะปัญหาด้านการเจริญเติบโตของร่างกายที่เกิดจากปัญหาทางโภชนาการที่ไม่ถูกแก้แต่เนิ่น ๆ ” ปฏิเสธไม่ได้ว่างบประมาณในการสนับสนุนโครงการเป็นสิ่งสำคัญ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา คนไทยได้มีส่วนร่วมสนับสนุนโครงการ FOOD FOR GOOD โดยทุกออร์เดอร์ที่ลูกค้าสั่งอาหารบน LINE MAN ที่จ่ายด้วยบัตร Mastercard ผ่าน LINE Pay ทางพันธมิตรจะสมทบเงิน 10 บาททุกออร์เดอร์ จากตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ เพื่อเป็นตัวแทนผู้ใช้ส่งมื้อดีให้น้อง ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผู้บริหารและทีมงาน LINE MAN, LINE Pay และ Mastercard ได้ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนบ้านท่าแฉลบ ร่วมกับทีมงานและนักโภชนาการจากโครงการ FOOD FOR GOOD ทำกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านโภชนาการให้กับน้อง ๆ ผ่านการเรียนการสอนและการเล่นเกม รวมทั้งร่วมกันทำกล้วยเชื่อมกับน้อง ๆ ส่งท้ายด้วยกิจกรรมสันทนาการที่พาน้อง ๆ ขยับร่างกายสนุกสนานเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญา กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคุณมาลียา โชติสกุลรัตน์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์จาก LINE MAN Wongnai, คุณชานนทร์ เฉลิมวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจจาก LINE Pay และคุณ Alexia Guan ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจจาก Mastercard ร่วมกันเรียนรู้การตักเสิร์ฟอาหารกลางวันในปริมาณที่เหมาะสมพร้อมกับคุณครู และรับประทานอาหารกลางวันถูกต้องตามหลักโภชนาการร่วมกับน้อง ๆ ด้วยบรรยากาศที่แสนอบอุ่นอีกด้วย *ภาพประกอบบทความได้รับการอนุญาตถ่ายภาพจากผู้ปกครองเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai และ LINE Pay: [email protected]

LINE MAN Wongnai

14 Feb 2024