MITH น้ำหอมแบรนด์ไทย ร่วมกับ Wongnai เปิดตัวน้ำหอมกลิ่นชาไทยครั้งแรก “Thai Tea” Eau De Parfum ถ่ายทอดกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของหนึ่งในสุดยอดเครื่องดื่มยอดนิยมระดับโลก โดยมีท็อปโน้ตเป็นกลิ่นความหอมหวานของส้มและความอ่อนนุ่มของ Cardamom ที่มีความ Warm Spicy เบา ๆ แทรกเข้ามาพร้อมกลิ่นหอมของช่วงกลางกลิ่นจาก Star Anise ผสมกับกลิ่นชาให้ความหอมหวานของใบไม้สีเขียวที่มีความ Aromatic ผสม Creamy ช่วงเบสมีกลิ่นนมนุ่ม ๆ ของ Vanilla ที่เข้มข้น ชวนให้รู้สึกเคลิ้มด้วย Brown Sugar และ Sandalwood เชื่อว่านี่จะเป็นกลิ่นหอมที่แฟนชาไทยหลาย ๆ คนชื่นชอบอย่างแน่นอน

“Thai Tea” Eau De Parfum โดย MITH x Wongnai วางจำหน่ายแล้ววันนี้ทั้งหน้าร้าน MITH และช่องทางออนไลน์ ดูรายละเอียดได้ที่ลิงก์

News Release View More

LINE MAN Wongnai Grows Tech Diversity Effort with Spectrum Tech Camp Year 2 for Highschoolers Nationwide

LINE MAN Wongnai, in collaboration with The Institute for the Promotion of Teaching Science and Technology (IPST), recently hosted its second “Spectrum Tech Camp 2025.” Themed “Tech is for Everyone,” the camp aims to showcase diversity in the tech industry beyond gender and provide high school students from all academic backgrounds nationwide with future-ready skills from industry professionals, addressing Thailand’s tech talent shortage. As part of Pride Month, the Spectrum Tech Camp 2025 marks the first time the program is open to the public nationwide with completely free of charge—hosted at LINE MAN Wongnai headquarter in Bangkok. It drew over 1,000 applicants from across Thailand, with 60 students selected from a wide range of backgrounds: different genders, academic tracks, religions, school types both public and private, and from schools across provincial Thailand. This diversity underscores that a passion for tech isn’t limited to men or STEM students. With the right opportunities, it can come from anyone. Isriya Paireepairit, VP of Public Affairs at LINE MAN Wongnai, highlighted that “The global tech industry continues to face significant diversity gaps across gender, age, and background. Women and LGBTQ+ professionals make up less than 30%1 of the workforce and remain underrepresented in leadership roles especially in fields like AI and software engineering. At the same time, Thailand is experiencing a severe tech talent shortage, with over 179,000 open positions but just 9,358 applicants2. The solution lies at the intersection that we need a bigger, more diverse talent pool. That’s where Spectrum Tech Camp comes in for sparking interest and building real-world tech skills among students from all academic backgrounds, whether they’re in STEM, the arts, or other fields. We believe diversity in tech goes beyond gender, it’s also about different perspectives, skills, and backgrounds — all essential for building technology that works for everyone.” The camp gives students the chance to tackle real-world challenges from the LINE MAN app, which serves over 10 million users daily. By working closely with mentors from LINE MAN Wongnai, participants gain firsthand experience and insights into the company’s work culture, something rarely found in traditional classrooms or coding courses. They also hear directly from Pattrawoot Suesatayasilp, CTO of LINE MAN Wongnai and co-founder of Wongnai. Through hands-on workshops in four high-demand fields including Software Development, UX/UI Design, Data Science, and Business Development, students explore the tech world in an inclusive space that encourages them to be themselves, think big, and collaborate. As AI continues to evolve rapidly, LINE MAN Wongnai Spectrum Tech Camp focuses on building skills that AI can’t replace, essential for managing large-scale applications. These future-proof skills will help students stand out in the tech industry over the next 5 to 10 years: ●  Critical Thinking & Problem-Solving: The ability to see what AI might miss, think critically about its output, and design creative solutions that work in the real world. ●  Collaboration & Communication: Working with people from different backgrounds, sharing complex ideas in simple ways, and pushing projects forward—something AI still can’t do on its own. Dr. Chaiwut Lertwanasiriwan, Assistant to the President of IPST, added, “Tech learning shouldn’t be confined to classrooms or specific students. This partnership creates an open learning space, encouraging lifelong learning and helping Thai youth keep pace with technological changes.” Since day one, LINE MAN Wongnai has been committed to building an inclusive workplace where people of all genders and ages can grow equally, LGBTQ+ employees are supported, and women and people with disabilities have the opportunity to work as riders. It all reflects one of its core values: Respect Everyone. Because when inclusion is deeply rooted inside the company, it creates the power to drive change outside. Spectrum Tech Camp is a key step in passing that value on to the next generation. Sources:1 Women Tech Network (2024), Nash Squared Digital Leadership Report (2023)2 Office of National Higher Education Science Research and Innovation Policy Council – NXPO (December 2023) For press inquiries, please contactLINE MAN Wongnai’s Corporate Communication team: [email protected] 

LINE MAN Wongnai

9 Jun 2025

LINE MAN Wongnai หนุน Reskill–Upskill คนละครึ่งพลัส ชูโซลูชันดิจิทัลครบที่สุดในตลาด ช่วยร้านเล็กลดต้นทุน-เพิ่มรายได้

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล LINE MAN Wongnai นำโดย ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมพันธมิตร ttb และ FlowAccount ร่วมสนับสนุนยุทธศาสตร์ “Quick Big Win” ของกระทรวงการคลัง ในโครงการพัฒนาความรู้ทักษะ (Upskill) หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) ที่ผ่านมติเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้าไปยกระดับทักษะดิจิทัลให้ผู้ประกอบการร้านอาหารในโครงการคนละครึ่งพลัส โดยมีอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และคณะรัฐมนตรี เยี่ยมชมบูธและรับฟังข้อมูลการพัฒนาศักยภาพร้านค้าผ่านเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ได้จริง LINE MAN เปิดเผยภาพรวมการใช้งานโครงการคนละครึ่งพลัส ระบุว่า 65% ของร้านค้าทั่วประเทศ หรือราว 44,000 ร้านเลือกขายคนละครึ่งเดลิเวอรีบน LINE MAN โดยมียอดการใช้สิทธิ์ฟู้ดเดลิเวอรีเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม LINE MAN มากถึง 60% และที่สำคัญยังช่วยกระตุ้นรายได้ร้านค้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4 เท่า สะท้อนบทบาทของ LINE MAN  ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำคัญที่ช่วยให้ร้านค้ารายย่อยเข้าถึงลูกค้าได้อย่างกว้างขวางในโครงการภาครัฐ เพื่อร่วมผลักดัน​​โครงการพัฒนาความรู้ทักษะ (Upskill) หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม LINE MAN Wongnai จับมือกับ ttb และ FlowAccount นำเสนอ “ผู้ช่วยทางการเงินอัจฉริยะ” ที่รวมเทคโนโลยีระบบ Wongnai POS การจัดการยอดขายหน้าร้านและออนไลน์ ระบบรับชำระเงินครบวงจร บริการสินเชื่อธุรกิจอนุมัติรวดเร็ว ระบบบัญชีดิจิทัล และเครื่องมือ AI วิเคราะห์ข้อมูลร้านค้า ช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารธุรกิจได้แม่นยำขึ้น ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และเข้าถึงโอกาสใหม่ในเศรษฐกิจดิจิทัล โดยร้านค้าสามารถขอรับ D-Voucher จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) มูลค่า 5,000 บาท สำหรับทดลองใช้บริการซอฟต์แวร์ Wongnai POS ได้ฟรี 6 เดือน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://aitransform.depa.or.th/ นอกจากนี้ ภายใต้โครงการร้านค้าที่ต้องการรับสิทธิสนับสนุนจากภาครัฐจำเป็นต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด สามารถเลือกเข้าร่วมอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ ร้านค้าที่ผ่านหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพัฒนาทักษะจำนวนไม่เกิน 400,000 รายแรก จะได้รับสิทธิเงินสนับสนุนจากภาครัฐ 20% ของยอดขายที่เกิดจากโครงการคนละครึ่งพลัส เฉพาะในส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่าย สูงสุดไม่เกิน 2,000 บาทต่อราย เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินและกระตุ้นการปรับตัวด้านดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการทั่วประเทศ ผู้ประกอบการร้านค้าสามารถศึกษาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการฯ เพิ่มเติมได้ทาง www.คนละครึ่งพลัส.com โดยภายในงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการได้รับเกียรติจาก กนกพร จูฑา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ttb และกฤษฎา ชุตินธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง FlowAccount มาร่วมให้ข้อมูลที่บูธ LINE MAN ด้วยความตั้งใจเสริมทักษะและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้ร้านค้าไทยเติบโตแข็งแรงในเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

19 Nov 2025

LINE MAN ผ่านการรับรองมาตรฐาน PCI DSS v4.0.1 ยกระดับความปลอดภัยระบบชำระเงิน

LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์อันดับ 1 ของไทย ประกาศความสำเร็จในการได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านข้อมูลบัตรชำระเงิน PCI DSS (Payment Card Industry Data Security Standard) เวอร์ชัน 4.0.1 สำหรับระบบการชำระเงินภายในแพลตฟอร์ม โดยผ่านการตรวจประเมินจากบริษัท อัลฟ่าเซค จำกัด มาตรฐาน PCI DSS กำหนดโดยองค์กร Payment Card Industry Security Standards Council (PCI SSC) ซึ่งก่อตั้งโดยเครือข่ายบัตรชำระเงินระดับโลก ได้แก่ Visa, Mastercard, American Express, Discover และ JCB โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างมาตรการรักษาความปลอดภัยในการจัดเก็บ ประมวลผล และส่งข้อมูลการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ การได้รับการรับรองนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ LINE MAN ในการปกป้องข้อมูลลูกค้า ท่ามกลางความท้าทายของภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

19 Feb 2025

LINE MAN Wongnai เปิดดัชนีราคาอาหารจานเดียวทั่วไทยพุ่งเฉลี่ย 6.7% เทียบเงินเฟ้อปี 65

LINE MAN Wongnai เปิดรายงานดัชนีราคาอาหารจานเดียวทั่วประเทศไทย ระหว่างปี 2563-2565 เพื่อเป็นข้อมูลเปรียบเทียบกับสถานการณ์เงินเฟ้อและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน โดยใช้ข้อมูลราคาที่ขายจริงจากร้านอาหารกว่า 7 แสนร้านที่ขายเดลิเวอรีบนแพลตฟอร์ม LINE MAN ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย พบประเด็นสำคัญ ดังต่อไปนี้ ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวทั่วไทยในรอบปี แพงขึ้น 3.66 บาท หรือ 6.7% (เทียบระหว่างพฤษภาคม 2564 และพฤษภาคม 2565) ใกล้เคียงกับตัวเลขเงินเฟ้อ 7.1% ของกระทรวงพาณิชย์ ราคาอาหารในต่างจังหวัดยังต่ำกว่าในกรุงเทพและปริมณฑลอยู่ที่เฉลี่ยจานละ 7 บาท แต่ต่างจังหวัดมีอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาอาหารเร็วกว่าในกรุงเทพและปริมณฑล อาหารเมนูหมูยังราคาใกล้เคียงเดิม แต่เมนูไก่ราคาแพงขึ้นชัดเจน ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2565 เป็นต้นมา ข้าวผัดกะเพราราคาพุ่ง แพงขึ้นเฉลี่ย 3 บาท ภายใน 4 เดือนแรกของปี 2565 (ข้อมูลระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม 2565) จากเฉลี่ยจานละ 56 บาท เพิ่มเป็นเฉลี่ยจานละ 59 บาท ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวทั่วไทย ระหว่างปี 2563-2565 Key Finding: เงินเฟ้อและต้นทุนวัตถุดิบ ทำให้ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวทั่วไทยปี 2565 แพงขึ้น 3.66 บาท หรือ 6.7% (เทียบระหว่าง พ.ค. 64 และ พ.ค. 65) LINE MAN Wongnai รายงานความเปลี่ยนแปลงราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียว เช่น ก๋วยเตี๋ยว สุกี้ ข้าวผัดกะเพรา อาหารตามสั่ง ข้าวผัด ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ข้าวขาหมู ราดหน้า ฯลฯ ที่ขายในแต่ละเดือนระหว่างปี 2563-2565 พบว่า ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวในปี 2563 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2564 โดยตัวเลขของปี 2564 น้อยกว่าของปี 2563 อยู่เล็กน้อย ซึ่งอาจเป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ตาม ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวของปี 2565 กลับเพิ่มขึ้นจากปี 2564 อย่างชัดเจน ราคาเฉลี่ยในเดือนมกราคม 2565 อยู่ที่ 55.33 บาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2564 ที่ 53.33 บาท (แพงขึ้น 2 บาท) และถ้าดูตัวเลขในเดือนพฤษภาคม 2565 อยู่ที่ 57.87 บาท เทียบกับเดือนพฤษภาคม 2564 ที่ 54.21 บาทเพิ่มขึ้น 3.66 บาท หรือประมาณ 6.7% ใกล้เคียงกับตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของกระทรวงพาณิชย์ที่ประเมินไว้ราว 7.1% เดือนพฤษภาคม 2565 (อ้างอิง) ภาคตะวันออก เป็นภาคที่มีราคาเฉลี่ยของอาหารจานเดียวแพงที่สุดอยู่ที่ 59.96 บาท ส่วนภาคตะวันตก มีราคาเฉลี่ยถูกที่สุดอยู่ที่ 49.92 บาท (มิถุนายน 2565) โดยภาคกลางเป็นภาคที่มีราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 3.97 บาท (เทียบระหว่างมกราคมและมิถุนายน 2565) ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวแยกตามภูมิภาค ในเดือนมิถุนายน 2565 (ราคาที่เพิ่มขึ้นจากมกราคม 2565) ภาคกลาง 59.63 บาท (+3.97 บาท) ภาคตะวันออก 59.96 บาท (+3.16 บาท) ภาคเหนือ 50.26 บาท (+2.94 บาท) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 56.04 บาท (+3.51 บาท) ภาคใต้ 57.46 บาท (+2.58 บาท) ภาคตะวันตก 49.92 บาท (+2.43 บาท) เปรียบเทียบราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียว ระหว่างกรุงเทพฯ-ปริมณฑลและจังหวัดอื่นๆ Key Finding: ราคาอาหารในต่างจังหวัดยังต่ำกว่าในกรุงเทพและปริมณฑลอยู่ที่เฉลี่ย 7 บาท แต่มีอัตราราคาอาหารเพิ่มขึ้นเร็วกว่าในกรุงเทพและปริมณฑล LINE MAN Wongnai รายงานราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียว เปรียบเทียบ ระหว่างกรุงเทพและปริมณฑล 6 จังหวัด (กรุงเทพ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม) กับจังหวัดอื่นๆ ของประเทศไทยที่ขายบนแพลตฟอร์ม LINE MAN เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างค่าครองชีพของกรุงเทพและปริมณฑลกับต่างจังหวัด พบว่า ราคาอาหารจานเดียวในกรุงเทพและปริมณฑล แพงกว่าต่างจังหวัดเฉลี่ยประมาณ 8 บาท (1 มกราคม 2564) แต่ส่วนแต่งนี้ลดลงเหลือประมาณ 7 บาทแล้ว (1 พฤษภาคม 2565) ตลอดทั้งปี 2564 ราคาอาหารจานเดียวในต่างจังหวัด เพิ่มขึ้นในอัตรา 5.9% ซึ่งขึ้นเร็วกว่ากรุงเทพฯ และปริมณฑลที่เพิ่มขึ้น 2.8% ในช่วงเวลาเดียวกัน ในปี 2565 ราคาอาหารเริ่มปรับเพิ่มอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นมา ราคาอาหารจายเดียวเฉลี่ยในกรุงเทพและปริมณฑลเพิ่มขึ้นมาแล้ว 6.68% และต่างจังหวัดเพิ่ม 7.98% (เทียบ 1 มกราคม 2565 กับ 1 พฤษภาคม 2565)  ราคาเฉลี่ย (บาท) ณ 1 ม.ค. 64 ราคาเฉลี่ย (บาท) ณ 1 พ.ค. 64 ราคาเฉลี่ย (บาท) ณ 1 ม.ค. 65 ราคาเฉลี่ย (บาท) ณ1 พ.ค. 65 กรุงเทพฯ และปริมณฑล 56.77  57.19 58.38(+2.8% YoY) 61.01(+6.68% YoY)(+4.5% จาก 1 ม.ค. 65) จังหวัดอื่นๆ 48.78 50.02 51.64(+5.9% YoY) 54.01(+7.98% YoY)(+4.6% จาก 1 ม.ค. 65) ราคาต่างกัน 7.99 7.17 6.74 7 ราคาเฉลี่ยเมนูอาหารแต่ละวัตถุดิบทั่วไทย ช่วงครึ่งปีแรก 2565 Key Finding: อาหารเมนูหมูยังราคาใกล้เคียงเดิม แต่เมนูไก่ราคาแพงขึ้นมากตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 เป็นต้นมา LINE MAN Wongnai รายงานการเปรียบเทียบราคาอาหารเฉลี่ย (นับรวมอาหารทุกประเภท ทุกระดับราคา) โดยแยกตามประเภทของเนื้อสัตว์ที่ใช้เป็นวัตถุดิบของอาหาร พบว่าเมนูอาหารที่มีไก่เป็นส่วนประกอบมีราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมากที่สุด สอดคล้องกับข่าวเนื้อไก่แพงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในรอบ 20 ปี (อ้างอิง) ราคาเฉลี่ยของอาหารที่ใช้ไก่เป็นส่วนประกอบ เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2565 และพุ่งขึ้นสูงสุดในเดือนเมษายน 2565 ก่อนที่จะค่อยๆ ปรับลดลงมาในเดือนพฤษภาคม แต่ก็ยังถือว่าสูงขึ้นจากช่วงก่อนหน้า ราคาเฉลี่ยอาหารเมนูไก่ ในช่วงครึ่งปีแรก 2565  1 มีนาคม 80.37 บาท 1 เมษายน 109 บาท 13 เมษายน 134 บาท (ปรับขึ้นมากเป็นพิเศษในช่วงหยุดสงกรานต์) 1 พฤษภาคม 113 บาท 1 มิถุนายน 93.9 บาท ส่วนเมนูอาหารที่ใช้หมูเป็นส่วนประกอบ คงอยู่ที่ราว 64-69 บาทตลอดทั้งช่วงครึ่งปีแรก 2565 อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าราคาอาหารเฉลี่ย (รวมเนื้อสัตว์ทุกประเภท) ที่อยู่ราว 64-80 บาท ราคาเฉลี่ยข้าวผัดกะเพราทั่วไทย ระหว่างปี 2563-2565 Key Finding: ข้าวผัดกะเพราราคาพุ่ง จากราคาเฉลี่ยจานละ 56 บาทช่วงต้นปี 2565 เป็นราคาเฉลี่ยจานละ 59 บาท เฉลี่ยแพงขึ้น 3 บาท LINE MAN Wongnai ตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงราคาเฉลี่ยของ “ข้าวผัดกะเพรา” อาหารยอดนิยมของคนไทย (นับทั้งข้าวผัดกะเพรา ข้าวราดกะเพรา ใส่เนื้อสัตว์ทุกประเภท แต่ไม่รวมตัวเลือกเสริม เช่น ไข่ดาว ไข่เจียว ที่เลือกสั่งเพิ่มเป็น top-up แยกต่างหาก) ระหว่างปี 2563-2565 พบว่า ราคาเฉลี่ยของข้าวผัดกะเพราในไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยราคาช่วงต้นปี 2564 อยู่ที่จานละ 52.78 บาท และค่อยๆ ขึ้นมาเรื่อยๆ จนอยู่ที่ 54.73 บาทในช่วงปลายปี (เพิ่มขึ้นประมาณ 2 บาท) แต่ในปี 2565 สถานการณ์ราคาปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยช่วงต้นปี ราคาเฉลี่ยของข้าวผัดกะเพราหนึ่งจานคือ 55.9 บาท และเพิ่มมาเป็น 59 บาทในเดือนพฤษภาคม (แพงขึ้น 3 บาทภายใน 4 เดือน) ภาคตะวันออก เป็นภาคที่มีราคาเฉลี่ยของข้าวผัดกะเพราแพงที่สุดอยู่ที่ 62.24 บาท ส่วนภาคตะวันตก มีราคาเฉลี่ยถูกที่สุดอยู่ที่ 50.08 บาท ราคาเฉลี่ยข้าวผัดกะเพราแยกตามภูมิภาค  ภาคกลาง 60.63 บาท ภาคตะวันออก 62.24 บาท ภาคเหนือ 50.57 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 57.30 บาท ภาคใต้ 56.79 บาท ภาคตะวันตก 50.08 บาท

LINE MAN Wongnai

27 Jun 2022