LINE MAN Wongnai is set to expand its tech team after the USD 1 billion series B fundraising. The number of tech staff will rise to 450 within the first half of 2023 to follow the goal of developing Made-in-Thailand services that will make positive impacts for the nation. 

Mr. Pattrawoot Suesatayasilp, Chief Technology Officer of LINE MAN Wongnai who is also a co-founder of Wongnai, reveals LINE MAN Wongnai’s technology investment plan as follows:

Behind This National Platform are More Than 350 Tech Talents 

More than 10 million Thais have used LINE MAN Wongnai services. To facilitate such scale of services, LINE MAN Wonghai has now hired more than 350 tech talents in three main teams – Engineering Team, Product Team, and Data Team. These teams work together to deliver ease of use and better life to Thais: 1) Users enjoy greater convenience through on-demand services; 2) Merchants can sell online and achieve business growth; and 3) Riders have a sustainable livelihood and source of income.  

LINE MAN Wongnai’s product portfolio

Strengths of Tech Firm with Tech Team, HQ in Thailand

“More than 90% of LINE MAN Wongnai’s tech staff are Thai and based in Thailand. Therefore, our platform adapts real fast to the Thai user’s changing situations. Aside, everyone at LINE MAN Wongnai works in line with its Core Values namely Innovate Faster, Go Deeper, and Respect Everyone,” Mr. Pattrawoot says.  

It took LINE MAN Wongnai just six weeks to link the government’s ‘half-half co-payment’ scheme to its platform. The result was so impressive that 75% of restaurants participating in the scheme’s Phase 3 have chosen to register themselves on LINE MAN. 

LINE MAN Wongnai has lately set up a tech hub in Chiang Mai. No matter where tech staff are based, they are under the same welfare and remuneration structure.  

“We have also recruited foreigners from Singapore, China, and India who had worked for international platforms before. Such recruitment strategy enables us to acquire know-how that can be applied to our context and support our scalability. We have allowed foreign staff to work from anywhere,” Mr. Pattrawoot adds. 

Tech Team to Have 450 Members by 2023, Work in World-Class Environment 

Mr. Pattrawoot reveals that LINE MAN Wongnai will increase the number of its tech talents to 450 by the first half of 2023, with many senior positions in the new structure. This move aims at accommodating the growth of the firm’s platform, deepening its food-delivery services, and developing various new services in the form of E-commerce Platform for Services. 

“Throughout the past 12 years, we have been committed to developing Thailand’s most inspiring tech company. With us, tech talents can contribute to the development of a Thai platform that their friends, family members and people around them really use in their everyday life. We can guarantee that LINE MAN Wongnai’s work environment is challenging and offers the work experiences that are as great as international platforms,” Mr. Pattrawoot concludes. 

Tech team took six weeks to link the government’s ‘half-half co-payment’ scheme to its platform. The result was so impressive that 75% of restaurants participating in the scheme’s Phase 3 have chosen to register themselves on LINE MAN. 
Analyzing data to forecast the user’s demand in each area and recommending riders to operate delivery jobs in dense areas / Using AI technology to select the most beautiful photos for the storefront on Wongnai app

News Release View More

เย็นเย็น จับมือ Wongnai ชวนอยู่บ้าน ป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19!

“เย็นเย็น” จับมือ “Wongnai” ขานรับพฤติกรรมอยู่บ้าน ป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 เปิดตัวแคมเปญ “10 ร้านเด็ด เผ็ดพ่นไฟ สู้ด้วยเย็นเย็น” รับเย็นเย็น สูตรเย้นนนเย็น ฟรี! เมื่อสั่งอาหารจากร้านผ่าน Wongnai และ LINE MAN ตั้งแต่ 1-30 เม.ย. 63 นี้ เย็นเย็น เครื่องดื่มน้ำจับเลี้ยง ร่วมมือกับ Wongnai ผู้นำด้านซูเปอร์ไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มสัญชาติไทย อาสาเสิร์ฟเครื่องดื่มสมุนไพรดับร้อนกินคู่กับอาหารรสจัดจ้านจาก 10 ร้านเด็ดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลในช่วงที่ผู้บริโภคกักตัวอยู่บ้านเพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยแคมเปญ “10 ร้านเด็ด เผ็ดพ่นไฟ สู้ด้วยเย็นเย็น” มอบเครื่องดื่มเย็นเย็น สูตรใหม่ เย้นนนเย็น มาพร้อมนวัตกรรมคูลลิ่งเอฟเฟคต์ที่ เย็นสะท้านสัมผัสได้ ขนาด 400 มล. ให้ลูกค้าฟรีทันที เมื่อสั่งอาหารจากร้านที่เข้าร่วมรายการผ่านทาง Wongnai และ LINE MAN ตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัจจุบัน ตลาดผู้ให้บริการสินค้าแบบจัดส่งหรือ Food Delivery เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะขณะนี้ที่เรากำลังเผชิญกับสถานการณ์โรคระบาดที่ทำให้ทั้งร้านอาหารและผู้บริโภคต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง เย็นเย็นจึงได้จับมือกับแพลตฟอร์มที่ให้ค้นหาข้อมูลรีวิวจากผู้ใช้จริงแบบครบวงจร โดยเฉพาะเรื่องร้านอาหารอย่าง Wongnai เพื่อสร้างสรรค์แคมเปญที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคปัจจุบัน ด้วยการมอบเครื่องดื่มเย็นเย็น ที่มีคุณสมบัติเด่นในการสู้ร้อนสู้เผ็ด เหมาะจะรับประทานคู่กับเมนูอาหารรสจัดจ้าน เพื่อช่วยดับทั้งความเผ็ดและความกระหายในช่วงหน้าร้อนนี้ ในคอนเซปต์ #ทำทุกเรื่องเผ็ดร้อนให้เย็นเย็น โดยลูกค้าที่สั่งอาหารจาก “10 ร้านเด็ด เผ็ดพ่นไฟ สู้ด้วยเย็นเย็น” ผ่านทาง Wongnai หรือ LINE MAN ตั้งแต่วันที่ 1-30 เมษายน 2563 นี้ จะได้รับฟรี เย็นเย็น สูตรใหม่ เย้นนนเย็น ขนาด 400 มล. 1 ขวด และอีก 1 ขวดสำหรับ LINE MAN ผู้ทำการจัดส่งออเดอร์” ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด กล่าวว่า “เวลานี้ สุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด พวกเราทุกคนต้องดูแลตัวเองและคนรอบข้างด้วยการอยู่กับบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ดังนั้นการสั่งอาหารแบบจัดส่งหรือ Delivery จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทำให้ทุกคนสามารถรับประทานอาหารที่ชื่นชอบได้โดยไม่ต้องออกจากบ้าน โดย Wongnai และ LINE MAN ร่วมกับเย็นเย็นพร้อมแล้วที่จะเสิร์ฟความแซ่บจากร้านเด็ดที่เราคัดสรรมาให้คุณถึงบ้าน และเราหวังการร่วมมือกันครั้งนี้จะทำให้การอยู่บ้านของทุกคนเต็มไปด้วยความสุข ไร้ความเสี่ยงในช่วงวิกฤต” เย็นเย็น คือ เครื่องดื่มน้ำจับเลี้ยง ผู้นำอันดับ 1 ในด้านเครื่องดื่มสมุนไพรดับร้อน ตามแบรนด์คอนเซปต์ ‘ร้อน ๆ เผ็ด ๆ สู้ด้วยเย็นเย็น’ มาพร้อมประโยชน์ของน้ำจับเลี้ยงซึ่งผสานคุณค่าของสมุนไพรฤทธิ์เย็นไว้ถึง 12 ชนิด มีสรรพคุณในการดับร้อนและแก้เผ็ด เหมาะกับสภาพภูมิอากาศที่ร้อนของประเทศไทย และพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยที่ชอบการรับประทานอาหารเผ็ดจัดจ้าน รายชื่อ 10 ร้านที่เข้าร่วมแคมเปญ “10 ร้านเด็ด เผ็ดพ่นไฟ สู้ด้วยเย็นเย็น” ได้แก่ กะเพราถาด by บาร์นมอุดมสุข  จันทน์หอม ตำ 20 แจ้งวัฒนะ 14  นายป้อมซุปเปอร์เล้ง ดอนเมือง สรงประภา นนท์ตำแหลก ติดลม หมูทอดปลาร้า ลาดพร้าว 101  พระราม 9 ไก่ย่าง ลาบนัวอุดร วิภาวดี 3  ตำตลบ พัฒนาการ – เฉลิมพระเกียรติ ร.๙  ยำมะหมิว ยำมะม่วงรสเด็ด เมืองเอก สำหรับข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ “10 ร้านเด็ด เผ็ดพ่นไฟ สู้ด้วยเย็นเย็น” และผลิตภัณฑ์เย็นเย็น สามารถติดตามได้ทาง https://www.facebook.com/yenyendrinks/ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ ทิพย์ ทองหุ่น บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โทร. 081-930-0764 อีเมล [email protected] ภัทรศฎามัธ บุญข่าย บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โทร. 093-690-5950 อีเมล [email protected]‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬ สุภาพร มาศิริ โอกิลวี่ กรุ๊ป โทร. 081-988-0123 อีเมล [email protected] จิตรทิวัส ราชคม (ก๊อบ) โทร. 06-2614-5692 อีเมล [email protected]

LINE MAN Wongnai

26 Mar 2020

สร้างสรรค์ต่อยอดชุมชน! ข้าวหอมกระเจาจากห้วยกระเจาปลูกด้วยใจคัดด้วยมือ

“ข้าวหอมกระเจา” ข้าวที่ปลูกด้วยใจคัดด้วยมือจากชาวบ้านห้วยกระเจา ชุมชนห้วยกระเจา ชุมชนใน ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ กลิ่นอายของธรรมชาติ และสถานที่ทางประวัติศาสตร์อันงดงาม แม้ชุมชนห้วยกระเจาจะเป็นชุมชนเล็ก ๆ แต่กลับมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และผลผลิตที่เกิดจากฝีมือชาวบ้านที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ อำเภอห้วยกระเจาเป็นอำเภอที่มีพื้นที่แห้งแล้ง คลองชลประทานเข้าไม่ถึง และมีปริมาณน้ำฝนน้อยจึงต้องเลือกปลูกพันธุ์ “ข้าวขาวดอกมะลิ 105” ที่มีคุณสมบัติทนต่อสภาพแล้ง ดินเปรี้ยว ดินเค็มได้ดีพอสมควร และด้วยพื้นที่นี้ไม่สามารถทำการเกษตรได้มากนัก จึงทำให้ธาตุอาหารในดินยังคงมีในปริมาณมาก และทำให้ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่ได้มีรสชาติ และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์หากินจากที่ไหนไม่ได้ ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา จ.กาญจนบุรี ได้รับการสนับสนุนจาก “โครงการข้าวเพื่อสุขภาพโดยอินทัช” โดยบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ อินทัช เพื่อช่วยเหลือชาวนาให้มีรายได้อย่างยั่งยืน และเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวขาวดอกมะลิ 105 ภายใต้ชื่อแบรนด์ “ข้าวหอมกระเจา” ที่ปราศจากสารเคมีแบบ 100% และยังได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP และอยู่ระหว่างการคัดสรรดาว OTOP แต่สิ่งที่เป็นโจทย์สำคัญ คือ เราจะทำอย่างไรให้คนทั่วไปรู้จักผลผลิตที่ปลูกด้วยใจและคัดด้วยมือของชาวบ้านโดยนำเสนอผ่านเอกลักษณ์ของท้องถิ่นทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกิน และสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อนำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ที่ยั่งยืนสู่ชุมชนอย่างแท้จริง นี่จึงเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่าง อินทัช และ Wongnai ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อคนไทยเข้าสู่สิ่งดี ๆ ทั้งเรื่องอาหารและการท่องเที่ยว Wongnai เองทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวในชุมชนห้วยกระเจาผ่านแนวคิด “เที่ยว 3 ธรรม ตามวิถีห้วยกระเจา” เพื่อให้นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ได้ลองสัมผัสกับวิถีชีวิต และความเป็นอยู่ของชาวห้วยกระเจาให้มากขึ้น และยังได้นำเอาข้าวหอมกระเจาซึ่งเป็นผลผลิตของชุมชน มานำเสนอเป็นบทความและวิดีโอสอนทำเมนูอาหารที่มีชื่อว่า “ข้าวอบสามสหาย” ที่เน้นวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยาก และกินได้ไม่มีเบื่อ ซึ่งสิ่งนี้เองเป็นเหมือนใบเบิกทางให้กับผลผลิตจากชุมชนเล็ก ๆ เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ด้วยความตั้งใจดี ๆ ในการสร้างความยั่งยืนสู่ชาวบ้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา เรานำผลผลิต “ข้าวหอมกระเจา” มาต่อยอดให้ถูกตาด้วยสีสัน และต้องลิ้นด้วยรสชาติมากขึ้นด้วยการรังสรรค์เมนูสุดพิเศษในเมนู “ข้าวปั้นหมูทอดสามสี” ที่ทำโดยเชฟที่มีฝีมือ ซึ่งความพิเศษของเมนูนี้คือ การนำเอาข้าวที่ปลูกโดยชาวบ้านห้วยกระเจา ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นำมาปั้นให้เป็นรูปทรงสามเหลี่ยม และมีสีสันที่หลากหลาย กินคู่กับหมูทอดที่ผ่านการหมักมาอย่างดี ราดด้วยซอสน้ำจิ้มแจ่ว หรือซอสน้ำจิ้มแจ่วปลาร้า ที่ทำให้เมนูนี้รสชาติดีมากยิ่งขึ้น และได้นำเมนูนี้มานำเสนอให้กับชาวกรุงฯ ที่งานเทศกาลอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยรายได้ทั้งหมดแบบไม่หักค่าใช้จ่าย จะนำไปช่วยเหลือชาวบ้านในเรื่องของวัสดุอุปกรณ์ในการต่อเติมอาคาร และวัสดุอุปกรณ์ในการผลิตสินค้า เพื่อให้ชาวชุมชนห้วยกระเจาได้นำไปใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด นอกจากข้าวหอมกระเจาแล้ว ชาวบ้านบ้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา ยังมีผลผลิตที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิ และเครื่องดื่มน้ำเมล่อนผสมน้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิ ที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า นี่คือไอเดียที่เป็นตัวอย่างที่ดีที่ช่วยจุดประกายให้กับชุมชนทั่วประเทศไทยได้นำไปปรับใช้ในการหยิบผลผลิตท้องถิ่นปรุงรสด้วยความคิดสร้างสรรค์ลงไปเพิ่มเติมเพื่อต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างการรับรู้ในวงกว้างเพื่อสร้างความยั่งยืนระยะยาวให้กับชุมชนได้ WongnaiWeGive

LINE MAN Wongnai

3 Mar 2020

กรมพัฒนาธุกิจการค้า x Wongnai x LINE MAN ชวนร้านอาหารกลับมา BACK TO LIFE!

BACK TO LIFE! Wongnai และ LINE MAN เพิ่ม 2 ฟีเจอร์ธุรกิจในแอปพลิเคชั่น พร้อมช่วยประชาสัมพันธ์ร้านอาหารให้แบบจัดเต็มทุกช่องทาง 2 พันธมิตรของกระทรงพาณิชย์ ผนึกกำลังช่วยขยายช่องทางการตลาดให้ร้านอาหาร Thai SELECT ทั่วประเทศ ตอบโจทย์สายชิมออนไลน์ยุค New Normal … Wongnai และ LINE MAN เพิ่ม 2 ฟีเจอร์ธุรกิจในแอปพลิเคชั่นอำนวยความสะดวกผู้บริโภคที่ต้องการสั่งอาหารจากร้าน Thai SELECT พร้อมช่วยประชาสัมพันธ์ร้านอาหารให้แบบจัดเต็มทุกรูปแบบ/ทุกช่องทาง ทั้งการสั่งออนไลน์, การชำระค่าอาหาร/บริการ, การรับอาหารเองที่ร้าน หรือส่งอาหารถึงที่บ้าน ง่าย ๆ เพียงร้านค้าอัปเดทเมนูและราคาให้เป็นปัจจุบัน หมั่นเช็กออร์เดอร์ลูกค้า บริหารจัดการร้านค้าแบบมืออาชีพ ก็สามารถก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการวิถีชีวิตใหม่ได้แล้ว 1.การรับอาหารเองที่ร้าน 2.ส่งอาหารถึงที่บ้าน นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับ Wongnai และ LINE MAN ขยายช่องทางการตลาดให้ร้านอาหาร Thai SELECT ตอบโจทย์สายชิมออนไลน์ยุค New Normal โดย Wongnai และ LINE MAN ได้พัฒนาฟีเจอร์ธุรกิจเพื่ออำนวยความสะดวกผู้บริโภคที่ต้องการสั่งอาหารร้านอาหาร Thai SELECT โดยเฉพาะ เพิ่มตัวช่วยใหม่ให้ร้านอาหารทำระบบรับ-ส่ง เดลิเวอรีเอง รวมถึงประชาสัมพันธ์ร้านอาหารให้แบบจัดเต็มทุกรูปแบบ/ทุกช่องทางเพื่อเข้าถึงผู้บริโภค และกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด” “ปัจจุบันผู้บริโภคนิยมใช้ช่องทางออนไลน์ในการเลือกสรร/สั่งอาหาร และชำระค่าสินค้า/บริการ สะท้อนถึงพฤติกรรมการบริโภคของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป ร้านอาหารจึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยสถานการณ์ปกติ…ร้านอาหารจะมีรายได้จากการขายอาหารที่ร้านประมาณร้อยละ 80 และรับคำสั่งซื้อทางออนไลน์ร้อยละ 20 แต่ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ร้านอาหารมีรายได้จากคำสั่งซื้อทางออนไลน์ถึงร้อยละ 100 และเมื่อเข้าสู่ยุควิถีชีวิตใหม่ (New Normal) คำสั่งซื้อทางออนไลน์ก็ยังคงได้รับความนิยม และเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรูปแบบรับ-ส่งอาหารจะขึ้นอยู่กับความสะดวกของลูกค้าเป็นหลัก ทั้งผ่านระบบเดลิเวอรีและรับอาหารเองที่ร้าน” “ทั้งนี้ ผู้ประกอบการร้านอาหาร Thai SELECT ต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้สอดรับกับการดำเนินชีวิตตามวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ของผู้บริโภค โดยใช้ช่องทางออนไลน์เป็นช่องทางหลักสำหรับการขยายช่องทางการตลาด การประชาสัมพันธ์ การจำหน่ายสินค้า ฯลฯ ต้องมีการอัพเดทเมนู/ราคา/แจ้งข่าวสารต่างๆ ของร้านให้เป็นปัจจุบัน หมั่นตรวจเช็คคำสั่งซื้อของลูกค้า และดำเนินการจัดส่งสินค้า/อาหารให้โดยเร็ว มีปฏิสัมพันธ์ที่ดี และมีการบริหารจัดการร้านค้าแบบมืออาชีพด้วยความซื่อสัตย์/ตรงไปตรงมา โดยร้านที่สามารถปรับตัวได้ก่อน ก็มีโอกาสที่จะสร้างผลกำไรให้กิจการได้ก่อนเช่นกัน” นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด กล่าวว่า “การคลายล็อกกิจการเฟส 4 ถือว่าเป็นสัญญาณบวกที่พวกเราทุกคนสามารถร่วมด้วยช่วยกันฟื้นฟูเศรษฐกิจ และธุรกิจไทยได้อีกครั้ง โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งการร่วมมือครั้งนี้ Wongnai ในฐานะที่เป็นไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มที่ร่วมสู้ไปด้วยกันกับวงการร้านอาหารไทยมาตลอด วิกฤตครั้งนี้เราจะเป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยโปรโมทร้านอาหารไทยกว่า 500 ร้านทั่วประเทศ ที่เปิดให้นั่งกินที่ร้าน และมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ให้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านทางช่องทางต่าง ๆ ของ Wongnai ที่มีจำนวนผู้ใช้งานต่อเดือนมากกว่า 10 ล้านราย เพื่อสร้างความรับรู้ ดึงดูดลูกค้า และที่สำคัญคือช่วยเรียกความมั่นใจให้กับลูกค้าทั่วประเทศให้มีความเชื่อมั่นในการอุดหนุนร้านอาหารของคนไทยอีกครั้ง” “โดยจะทำการประชาสัมพันธ์ร้านอาหาร Thai SELECT ผ่านแอปลิเคชั่นและเว็บไซต์ Wongnai 3 รูปแบบ คือ 1) บทความแนะนำลายแทงร้านอาหาร Thai SELECT เจ้าเด็ดเจ้าดัง 2) อัลบั้มรูปนำเสนอไฮไลต์และเรื่องอินไซต์จากร้านอาหาร Thai SELECT ผ่านแฟนเพจ Wongnai.com เพื่อเพิ่มเสน่ห์ร้านค้าให้เป็นที่จดจำ เป็นที่รู้จักมากขึ้น และพร้อมที่จะเข้าไปใช้บริการ และ 3) วิดีโอรีวิวอาหารสำหรับเมนูเด็ดแนะนำที่ห้ามพลาดเมื่อไปกินอาหารที่ร้าน พร้อมข้อมูลร้านสั้น ๆ อธิบายระหว่างเปิดคลิป และจะช่วยประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของ Wongnai เพิ่มเติมให้อีกด้วย” “นอกจากนี้ Wongnai ได้เพิ่มตัวช่วยให้กับร้านอาหารกว่า 500 ร้านทั่วประเทศ ให้สามารถใช้ฟีเจอร์ล่าสุด ‘Self Delivery (ร้านส่งเอง)’ บน Wongnai Merchant App (WMA) ได้ฟรีตั้งแต่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน นี้ เพื่อช่วยให้ร้านอาหารมีทางเลือกในการกำหนดค่าส่ง และวิธีการส่งเดลิเวอรีที่เหมาะสมได้เอง ไม่ว่าจะเป็นการใช้พนักงานที่ร้าน ใช้บริการคนขับ LINE MAN หรือวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง โดยรับออร์เดอร์อัตโนมัติจากลูกค้าที่สั่งผ่าน LINE Official Account ของทางร้านเองได้อย่างสะดวก ช่วยให้ร้านสามารถจัดเวลาไปกับการจัดเตรียมอาหารได้ดียิ่งขึ้น และลดเวลาที่ต้องใช้ในการเช็กหรือตอบแชทลูกค้า ทำให้สามารถบริหารต้นทุนค่าขนส่ง และวางระบบการบริหารจัดการเดลิเวอรีได้ง่ายมากขึ้น” มร.ซินหมิง จ้าว หัวหน้ากลุ่มปฏิบัติการ LINE MAN กล่าวว่า “เพื่อเพิ่มเครื่องมือให้กับร้านอาหารในยุคโควิด-19 ทาง LINE MAN และ Wongnai ได้พัฒนาฟีเจอร์ใหม่เพิ่มเติมขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภคในการสั่งอาหารจากร้านทั่วประเทศโดยเฉพาะ ครอบคลุมไลฟ์สไตล์/ความต้องการของลูกค้า และช่วยให้ร้านอาหารสามารถบริหารจัดการคำสั่งซื้อได้สะดวกมากยิ่งขึ้นด้วยฟีเจอร์ Pickup (ร้านอาหารไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน นี้) เมื่อลูกค้าสั่งอาหารผ่านแอปฯ LINE MAN หรือ Wongnai และชำระค่าอาหารเรียบร้อยแล้ว สามารถไปรับอาหารได้ที่ร้าน ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้า *ไม่ต้องเสียเวลาในการต่อคิว/รอทำอาหาร * สั่งอาหารได้สะดวก รวดเร็ว และไม่ต้องพกเงินสด * ไม่เสียค่าจัดส่ง ขณะที่ร้านอาหาร * บริหารคิวลูกค้าได้ดีขึ้น * เพิ่มเครื่องมือ/ช่องทางใหม่ ทำให้ไม่พลาดการขาย * เพิ่มยอดขายโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม” สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองธุรกิจบริการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทรศัพท์ : 0 2547 5962E-Mail : [email protected] สายด่วน 1570Website :  www.dbd.go.thสำหรับร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถลงทะเบียนได้ที่ ลงทะเบียนเข้าร่วมแคมเปญ DBD x Wongnai x LINE MAN “Back To Life” หรือเฟซบุ๊ก Wongnai For Business

LINE MAN Wongnai

9 Jul 2020

LINE MAN Wongnai ช่วย #Saveร้านอาหาร สู้วิกฤตโควิด-19 ระลอก 3

LINE MAN Wongnai เดินหน้า #Saveร้านอาหาร อัดมาตรการหนุนผู้ประกอบการร้านอาหารฝ่าวิกฤตโควิด-19 ระลอก 3 ในเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนนี้ พร้อมมอบอาหารให้กับชุมชนที่ขาดแคลน ผ่านการอุดหนุนร้านอาหารบนแพลตฟอร์ม และร่วมบริจาคอุปกรณ์ป้องกันให้กับบุคลากรทางการแพทย์ใน 4 โรงพยาบาลรวม 4 ภูมิภาคทั่วประเทศไทย LINE MAN Wongnai ช่วย #Saveร้านอาหาร ให้ใช้ Self Delivery และ Pickup ฟรีไม่เก็บ GP, แจกคูปองกระตุ้นลูกค้าอุดหนุนร้านใกล้บ้าน นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “สถานการณ์โควิด-19 ระลอก 3 ครั้งนี้มีแนวโน้มกระจายเป็นวงกว้างและเร็วกว่าที่คาดคิด ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ สภาพคล่อง และการจ้างงานในระยะยาวกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะในธุรกิจอาหาร ซึ่งเราไม่ได้นิ่งนอนใจเเละติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และทราบดีว่าผู้ประกอบการร้านอาหารกำลังแบกรับต้นทุนค่าบริหารจัดการต่างๆ โดย LINE MAN Wongnai ได้วาง 3 มาตรการสำคัญภายใต้งบประมาณ 25 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือพาร์ทเนอร์ร้านอาหารในการกระตุ้นยอดขายและนำเสนอเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ร้านค้า โดยที่ไม่คิดค่าธรรมเนียม GP ในช่วงที่ถูกงดห้ามนั่งทานที่ร้าน” 3 มาตรการ #Saveร้านอาหาร จาก LINE MAN Wongnai กระตุ้นยอดขายเดลิเวอรีด้วยการมอบคูปองส่วนลดค่าอาหาร 30 บาท เมื่อสั่งอาหารขั้นต่ำ 100 บาท โดยใช้โค้ด “SAVELOCAL” สำหรับการสั่งในทุกออร์เดอร์จากทั้งร้านอาหาร GP และ Non-GP (ร้านไม่จำเป็นต้องสมัคร GP) บนแอปฯ LINE MAN จำนวน 1,000 สิทธิ์ต่อวัน พร้อมกับคูปองส่วนลดค่าอาหารอีกมากมาย ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2564 ร้านอาหารใช้ฟีเจอร์ Self Delivery (ระบบร้านรับ-ส่งเอง) และฟีเจอร์ Pickup (รับที่ร้าน) ได้ฟรี โดยไม่คิดค่าธรรมเนียม GP (เดิมคิดที่ 5% ของยอดขาย) เพื่อเพิ่มช่องทางการขายใหม่ๆ ทั้งจากร้านให้พนักงานส่งเอง และให้ลูกค้าสั่งผ่านแอปฯ แล้วรับที่ร้าน ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2564 โดยร้านค้าที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3hgjwaG ให้พื้นที่สื่อสำหรับโปรโมทร้านอาหาร เมนู และโปรโมชันของร้านได้ฟรี รวมมูลค่า 10 ล้านบาท ผ่านช่องทางสื่อและโซเชียลทั้งหมดของ LINE MAN Wongnai รวมทั้งสิ้น 1,000 ร้านตลอดทั้งเดือนพฤษภาคม 2564 รวมถึงช่วยโปรโมทร้านอาหารใกล้บ้านบนแอปฯ LINE MAN ในรูปแบบต่างๆ เช่น ไอคอนพิเศษ แบนเนอร์ คอลเลคชันรวมร้านอาหารทั้ง GP และ Non-GP สำหรับร้านที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ https://forms.gle/EVyWieSBJi2Ffxdt5 นอกจากนี้ LINE MAN Wongnai ยังร่วมสร้างรายได้ให้กับร้านอาหารที่ประสบปัญหาผ่านการอุดหนุนอาหารเพื่อส่งต่อให้กับชุมชนที่ขาดแคลน ได้แก่ ชุมชนคลองเตย และชุมชนราชเทวี จำนวน 1,200 ชุด พร้อมทั้งร่วมสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลผ่านการมอบอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) และ อุปกรณ์ป้องกันใบหน้า (Face Shield) ให้กับโรงพยาบาลใน 4 จังหวัด ได้แก่ โรงพยาบาลสนามจังหวัดเชียงใหม่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดปทุมธานี โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี และโรงพยาบาลศรีสะเกษ LINE MAN Wongnai เดินหน้า #Saveร้านอาหาร พร้อมเคียงข้างผู้ประกอบการร้านอาหารและคนไทย พร้อมกันนี้ เรายังคงให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยในการส่งมอบอาหารเดลิเวอรี เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันการระบาดของโควิด-19 จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

LINE MAN Wongnai

22 Jun 2021