LINE MAN MART เผยปัจจุบันมีร้านค้ารายย่อยบนแพลตฟอร์มจำนวนมากกว่า 60,000 ร้าน หลังร้านค้าส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มช่องทางการขายผ่านเดลิเวอรีเพิ่มมากขึ้น พร้อมสนับสนุนร้านเล็กผ่านแคมเปญ “ช้อปร้านใกล้บ้าน ขาดอะไรก็มี” ชูร้าน “หนุ่มผักสด” หนึ่งในร้านยอดนิยมย่านรามคำแหง ยอดขายเติบโต สร้างรายได้หลักแสนต่อเดือน ตอกย้ำการเป็นผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของ LINE MAN ที่ทำให้ช่องทางเดลิเวอรีเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนไทยทั้งร้านค้าและผู้ซื้อมากขึ้น

คุณวิชากร ศรีแก้ว เจ้าของร้านหนุ่มผักสด กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้สร้างผลกระทบให้กับยอดขายสินค้าหน้าร้านเป็นอย่างมาก จึงตัดสินใจเพิ่มช่องทางการขายผ่านเดลิเวอรีแพลตฟอร์ม โดย LINE MAN MART เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญที่ช่วยขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ซึ่งร้านเรามีคอนเซปต์คือ “เรื่องกิน เรื่องใหญ่” ทำให้มีความพิถีพิถัน คัดเลือกผักที่สวยและสดใหม่ ใส่ใจในทุกความต้องการของลูกค้า พร้อมพูดคุยกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด เสมือนลูกค้ามาเลือกเองหน้าร้าน อีกทั้ง เรายังมีการใช้สื่อโซเชียลเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้า ส่งผลให้ร้านสามารถสร้างฐานลูกค้าประจำที่สั่งผ่าน LINE MAN MART เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยการขายสินค้าราคาเป็นมิตร ทำให้ลูกค้าเกิดการซื้ออย่างต่อเนื่อง และ นึกถึงร้านเราเป็นอันดับแรก ๆ จนสามารถสร้างยอดขายได้ในหลักแสนต่อเดือน

ร้านหนุ่มผักสด เปิดให้บริการผ่านทาง LINE MAN MART มาเป็นระยะเวลา 2 ปี เดิมกลุ่มลูกค้าหลักเป็นแม่บ้านที่มาซื้อเองหน้าร้าน แต่หลังจากได้เพิ่มช่องขายผ่านทางเดลิเวอรี จึงได้ขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มคนทำงานและนักศึกษาในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงห่างออกไปประมาณ 2-5 กิโลเมตร  ช่วงเวลาที่มียอดสั่งเยอะคือ ช่วง 9.00-11.00 น. และ 15.00-18.00 น. สินค้าที่ได้รับความนิยม ได้แก่ พริก กระเทียม มะนาว ต้นหอม ผักชี ผักบุ้ง เป็นต้น ยิ่งช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์จะมียอดสั่งเยอะเป็นพิเศษ เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่มีเวลาในการทำอาหารรับประทานเองที่บ้านเพิ่มมากขึ้น

LINE MAN MART สามารถตอบโจทย์ความลูกค้าที่ต้องการความสะดวก ลดระยะเวลาเดินทาง เลือกซื้อสินค้าง่าย รวมไปถึงความตั้งใจของทางร้านที่คัดสรรผักสด คุณภาพดีมาอย่างพิถีพิถันในทุก ๆ วัน ทำให้ร้าน “หนุ่มผักสด” กลายเป็นร้านผักสดยอดนิยมของคนในพื้นที่ย่านรามคำแหง อีกทั้งยังเป็นร้านที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ในทุกกลุ่มความต้องการ โดยเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00-22.00 น.

สำหรับร้าน หนุ่มผักสด ตั้งอยู่ที่ ซอยรามคำแหง 53 แยก 1 ใกล้กับซันมูนแมนชั่น สามารถเข้าไปเลือกสั่งซื้อสินค้ากันได้ที่ lin.ee/PJIW9DS  และล่าสุด LINE MAN MART มีจัดแคมเปญ “ช้อปร้านใกล้บ้าน ขาดอะไรก็มี” เพื่อสนับสนุนร้านค้ารายย่อยให้เติบโตอย่างยั่งยืน กระตุ้นยอดขายกระจายรายได้ให้ร้านใกล้บ้าน ผ่านโปรโมชั่นสุดพิเศษ มอบส่วนลด 15% สูงสุด 150 บาท เพียงใส่โค้ด ‘NEARYOU’ เมื่อสั่งขั้นต่ำ 250 บาท จากร้านค้าใกล้บ้าน ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2565 สั่งได้เลยที่ https://lineman.onelink.me/1N3T/ee99cyru

News Release View More

LINE MAN Wongnai มอบสวัสดิการแต่งงานเพศเดียวกัน 20,000 บาทเทียบเท่าคู่แต่งงานชาย-หญิง รับ Pride Month

ก้าวเข้าสู่เดือนมิถุนายน เดือนแห่งความหลากหลายทางเพศในช่วงเทศกาล Pride Month ที่ผู้คนทั่วโลกต่างออกกิจกรรมหรือแคมเปญส่งเสริมความหลากหลายทางเพศ กระแส Pride ที่ขยายตัวไปทั่วโลกยังสอดคล้องกับกระแสการสร้างความเท่าเทียมกันในสังคม LINE MAN Wongnai เป็นหนึ่งในบริษัทที่ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมทางเพศเสมอมา ผสมผสานคนทุกเพศทุกวัยมาร่วมกันทำงานภายใต้ Core Value ที่สำคัญอย่าง Respect Everyone การเคารพทุกคนด้วยความเท่าเทียม และการยอมรับความหลากหลายในทุกความต่าง คุณอานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์ รองประธานฝ่ายทรัพยากรบุคคลและวัฒนธรรมองค์กร LINE MAN Wongnai เปิดเผยว่า “หนึ่งในแก่นหลักของวัฒนธรรมบริษัทที่เราให้ความสำคัญเสมอมาคือ Respect Everyone เราให้ความสำคัญกับการเคารพซึ่งกันและกัน ปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนด้วยความเท่าเทียมกันทุกด้านโดยไม่เลือกเพศหรืออายุ เราเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้ามาทำงานในองค์กรอย่างชอบธรรมและเท่าเทียม ปัจจุบันเรามีจำนวนพนักงาน LGBTQ+ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของพนักงานทั้งหมด และหลายคนก็อยู่ในตำแหน่งบริหาร ซึ่งน่าจะเป็นสัญญาณได้ว่าที่นี่เปิดกว้างสำหรับทุกคนจริงๆ ในโอกาส Pride Month เราขอร่วมสนับสนุนความหลากหลายและความเท่าเทียมทางเพศด้วยการมอบสวัสดิการเพิ่มเติมสำหรับพนักงาน LGBTQ+ ด้านต่างๆ ได้แก่  เงินสนับสนุนช่วยเหลือสำหรับการแต่งงานเพศเดียวกัน 20,000 บาท เทียบเท่าสวัสดิการของคู่แต่งงานชายหญิง โดยสามารถนำรูปถ่ายจากงานแต่งงานมายื่นเป็นหลักฐานได้ สิทธิ์วันลาสำหรับรับบุตรบุญธรรมมาเลี้ยงโดยลาได้สูงสุด 10 วัน  สิทธิ์วันลาสำหรับผ่าตัดแปลงเพศ โดยลาพักได้สูงสุด 30 วัน  นอกจากนี้เรายังจัดกิจกรรมหลากหลายให้กับพนักงานในช่วง Pride Month อาทิ กิจกรรมดูหนัง LGBTQ+ เพื่อเสวนาประเด็นความเท่าเทียม รวมถึงเชิญ LGBTQ+ Influencer มาร่วมพูดคุย และระดมทุนจากเพื่อนพนักงานในการช่วยเหลือขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางเพศผ่านมูลนิธิต่างๆ” คุณอานนทวงศ์ กล่าวปิดท้ายว่า “เราตั้งเป้าให้ LINE MAN Wongnai เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกความหลากหลาย โดยสร้างบรรยากาศการทำงานให้ทุกคนได้เป็นตัวเองและแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ เป็นองค์กรของคนรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนได้ด้วยความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพของทุกคน หนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนคือกลุ่มพนักงาน LGBTQ+ เราจึงให้ความสำคัญกับการยกระดับสวัสดิการเพื่อเอื้อต่อเพื่อนพนักงานส่วนนี้ เพื่อให้พนักงานได้รับสิทธิประโยชน์เท่าเทียมกันทุกคน ที่ผ่านมาพนักงานส่วนใหญ่ตอบรับกับสิ่งที่เรามอบให้กับพวกเขาในทางบวก โดยเฉพาะเรื่องการทำงานที่ตัดสินกันด้วยตัวผลงาน ไม่เกี่ยวกับเพศสภาพใดๆ”  LINE MAN Wongnai ร่วมสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ และเป็นบริษัท Gender Neutral หรือมีความเป็นกลางทางเพศ ที่ไม่ได้คัดเลือกคนร่วมองค์กรจากเพศสภาพ แต่คัดเลือกจากความสามารถที่เหมาะสมกับตำแหน่งและศักยภาพของคนนั้นๆ สนใจร่วมงานสามารถติดต่อ https://careers.lmwn.com/

LINE MAN Wongnai

27 May 2022

LINE MAN Wongnai ระดมทุนซีรีส์บี 265 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำโดย GIC และ LINE 

บริษัทมีมูลค่าหลังระดมทุนมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นเป็นเทคสตาร์ตอัพที่ใหญ่ที่สุดของไทย LINE MAN Wongnai ประกาศระดมทุนรอบซีรีส์บี มูลค่า 265 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (9,700 ล้านบาท) นำโดย GIC กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของสิงคโปร์ และบริษัท LINE Corporation ในการระดมทุนรอบนี้ยังมี BRV Capital Management, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR), Bualuang Ventures และ Taiwan Mobile ร่วมลงทุนด้วย การระดมทุนครั้งนี้ทำให้บริษัทมีมูลค่าหลังระดมทุนมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.7 หมื่นล้านบาท) ขึ้นเป็นเทคสตาร์ตอัพที่ใหญ่ที่สุดของไทยเมื่อวัดจากมูลค่าบริษัท เงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำมาเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจส่งอาหาร ขยายไปสู่บริการใหม่ๆ ขยายทีมงานด้านเทคโนโลยี และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี บริษัทตั้งเป้าเพิ่มจำนวนพนักงานฝ่ายเทคโนโลยีให้มากกว่า 450 คนภายในสิ้นปี 65 LINE MAN Wongnai ก่อตั้งในปี 63 จากการควบรวมระหว่างแพลตฟอร์มออนดีมานด์ LINE MAN และแพลตฟอร์มรีวิวร้านอาหาร Wongnai โดยมีเป้าหมายเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซด้านบริการ (E-commerce Platform for Services) ที่มีนวัตกรรมมากที่สุด ปัจจุบัน LINE MAN Wongnai มีธุรกิจในเครือ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มบริการออนดีมานด์ – บริการภายใต้แบรนด์ LINE MAN ครอบคลุมการส่งอาหาร สินค้า เมสเซนเจอร์ และแท็กซี่ โดยธุรกิจส่งอาหารมีอัตราการเติบโตของจำนวนออร์เดอร์ต่อเดือนมากกว่า 15 เท่าระหว่างมกราคมปี 63 ถึงสิงหาคมปี 65 ถือเป็นบริการส่งอาหารที่เติบโตเร็วที่สุดในไทย ปัจจุบัน LINE MAN ให้บริการครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วไทย และมีร้านอาหารบนแพลตฟอร์มกว่า 700,000 ร้าน ซึ่งมากที่สุดในท้องตลาด กลุ่มโซลูชันสำหรับร้านค้าและร้านอาหาร – Wongnai มีฐานข้อมูลร้านค้าและร้านอาหารมากกว่า 1 ล้านร้านทั่วไทย นำมาให้บริการค้นหาข้อมูลร้านอาหารและรีวิวจากผู้ใช้งานจริง รวมทั้งมี Wongnai POS ระบบจัดการร้านอาหารและการขายผ่านเดลิเวอรี ถือเป็นผู้นำตลาด POS สำหรับร้านอาหาร และมีผู้ประกอบการร้านอาหารใช้งานมากกว่า 50,000 ร้าน กลุ่มธุรกิจเสริมมูลค่า – ด้วยฐานผู้ใช้งานเดลิเวอรีที่มีทั้งผู้ใช้ ผู้ขับขี่ และร้านอาหารจำนวนมาก นำมาสู่ธุรกิจใหม่ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าแก่ทุกภาคส่วนในอีโคซิสเต็ม โดยมีทั้งธุรกิจโฆษณาสำหรับร้านอาหาร และธุรกิจบริการทางการเงิน คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ความสำเร็จของการระดมทุนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ LINE MAN Wongnai ต้องขอขอบคุณ GIC, LINE และนักลงทุนรายอื่นๆ ที่ให้โอกาสพวกเราสร้างการเปลี่ยนแปลงสำคัญ และขึ้นเป็น National Champion ในอุตสาหกรรมส่งอาหารของประเทศไทย อาหารถือเป็นรากเหง้าของเรามาตั้งแต่เมื่อร่วมก่อตั้ง Wongnai และตอนนี้พวกเราบรรลุความฝันในการเชื่อมต่อลูกค้าหลายล้านคนกับร้านอาหารจำนวนมาก เรายังภูมิใจที่สามารถสร้างงานให้กับไรเดอร์มากกว่า 1 แสนตำแหน่งทั่วประเทศ โดยไรเดอร์จำนวนมากมีรายได้มากกว่าค่าแรงขั้นต่ำ 2 เท่า เรามุ่งมั่นที่จะผลักดันประเทศไทยไปข้างหน้า ด้วยการพัฒนาบริการที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนไทย เพื่อให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น” คุณอึนจอง ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไลน์ พลัส คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “LINE MAN ถือเป็นหนึ่งในบริการที่ประสบความสำเร็จที่สุด แสดงให้เห็นว่า LINE สามารถสร้างบริการที่เหมาะกับความต้องการของผู้ใช้ในแต่ละประเทศได้ การระดมทุนรอบนี้จะช่วยให้ LINE MAN Wongnai มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตในอนาคตเพื่อเป้าหมายในการสร้างชีวิตที่ดีกว่าและสะดวกกว่าให้กับผู้ใช้ชาวไทย” เกี่ยวกับ LINE MAN Wongnai LINE MAN Wongnai คือบริษัทเทคสตาร์ตอัพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังการระดมทุนซีรีส์บีที่นำโดย GIC และ LINE บริษัทตั้งเป้าสู่การเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซด้านบริการครบวงจร ได้แก่ ส่งอาหาร สินค้า แท็กซี่ เมสเซนเจอร์ รีวิวร้านอาหาร และโซลูชันสำหรับร้านอาหาร บริษัทขับเคลื่อนโดยพนักงานกว่า 1,000 คนที่ทุ่มเทเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง เชื่อมต่อผู้ใช้หลายล้านคนในไทยเพื่อยกระดับชีวิตให้ดีขึ้น เกี่ยวกับ GIC GIC คือบริษัทลงทุนชั้นนำระดับโลก ก่อตั้งเมื่อปี 1981 เพื่อวางอนาคตด้านการเงินให้กับประเทศสิงคโปร์ มีภารกิจจัดการทุนสำรองระหว่างประเทศของสิงค์โปร์ โดยเน้นการลงทุนที่สร้างคุณค่าระยะยาวในสินทรัพย์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นหุ้น ตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ หุ้นของบริษัทนอกตลาด เวนเจอร์แคปิตอล และโครงสร้างพื้นฐาน แนวทางการลงทุนของ GIC ที่ให้ความสำคัญในการเพิ่มคุณค่าให้กับทุกการลงทุนผ่านการลงทุนระยะยาว ความเชี่ยวชาญที่หลากหลายด้านสินทรัพย์ และการเชื่อมต่อกับทั่วโลก ช่วยให้บริษัทกลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในฐานะนักลงทุน GIC มีสำนักงานใหญ่ที่ประเทศสิงคโปร์ มีพนักงานทั่วโลกมากกว่า 1,900 คน จากเมืองสำคัญทางการเงิน 11 แห่ง และมีการลงทุนมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ GIC ได้ที่ www.gic.com.sg เกี่ยวกับ LINE Corporation LINE Corporation ตั้งอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นองค์กรที่มุ่งมั่นปฏิบัติภายใต้พันธกิจ Closing the Distance เชื่อมต่อผู้ใช้งานทั่วโลกให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นด้วยข้อมูลข่าวสาร บริการและผลิตภัณฑ์ของ LINE เริ่มจากแอพพลิเคชั่น LINE ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายน 2554 ต่อมาได้เติบโตและขยายธุรกิจออกไปในรูปแบบหลากหลายในระบบนิเวศทั่วโลกซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI), fintech และอื่น ๆ โดย LINE ได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของ Z Holdings Group หนึ่งในกลุ่มบริษัทอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น เมื่อเดือนมีนาคม 2564 เกี่ยวกับ LINE Plus Corporation  LINE Plus Corporation ก่อตั้งในปี 2556 ที่ประเทศเกาหลีใต้ ในฐานะบริษัทภายใต้ LINE Corporation ซึ่งมีบทบาทในการสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจระดับโลกของ LINE ทั้งด้านโปรแกรมเมอร์ นักออกแบบ นักการตลาด บุคลากรฝ่ายขาย และ การประชาสัมพันธ์ที่ดำเนินงานร่วมกันจากทั่วโลก

LINE MAN Wongnai

26 Sep 2022

CTO Plans to Attract Tech Talents for Made-in-Thailand Services & Stronger Status as Thailand’s Biggest Tech Firm

LINE MAN Wongnai is set to expand its tech team after the USD 1 billion series B fundraising. The number of tech staff will rise to 450 within the first half of 2023 to follow the goal of developing Made-in-Thailand services that will make positive impacts for the nation.  Mr. Pattrawoot Suesatayasilp, Chief Technology Officer of LINE MAN Wongnai who is also a co-founder of Wongnai, reveals LINE MAN Wongnai’s technology investment plan as follows: Behind This National Platform are More Than 350 Tech Talents  More than 10 million Thais have used LINE MAN Wongnai services. To facilitate such scale of services, LINE MAN Wonghai has now hired more than 350 tech talents in three main teams – Engineering Team, Product Team, and Data Team. These teams work together to deliver ease of use and better life to Thais: 1) Users enjoy greater convenience through on-demand services; 2) Merchants can sell online and achieve business growth; and 3) Riders have a sustainable livelihood and source of income.   Strengths of Tech Firm with Tech Team, HQ in Thailand “More than 90% of LINE MAN Wongnai’s tech staff are Thai and based in Thailand. Therefore, our platform adapts real fast to the Thai user’s changing situations. Aside, everyone at LINE MAN Wongnai works in line with its Core Values namely Innovate Faster, Go Deeper, and Respect Everyone,” Mr. Pattrawoot says.   It took LINE MAN Wongnai just six weeks to link the government’s ‘half-half co-payment’ scheme to its platform. The result was so impressive that 75% of restaurants participating in the scheme’s Phase 3 have chosen to register themselves on LINE MAN.  LINE MAN Wongnai has lately set up a tech hub in Chiang Mai. No matter where tech staff are based, they are under the same welfare and remuneration structure.   “We have also recruited foreigners from Singapore, China, and India who had worked for international platforms before. Such recruitment strategy enables us to acquire know-how that can be applied to our context and support our scalability. We have allowed foreign staff to work from anywhere,” Mr. Pattrawoot adds.  Tech Team to Have 450 Members by 2023, Work in World-Class Environment  Mr. Pattrawoot reveals that LINE MAN Wongnai will increase the number of its tech talents to 450 by the first half of 2023, with many senior positions in the new structure. This move aims at accommodating the growth of the firm’s platform, deepening its food-delivery services, and developing various new services in the form of E-commerce Platform for Services.  “Throughout the past 12 years, we have been committed to developing Thailand’s most inspiring tech company. With us, tech talents can contribute to the development of a Thai platform that their friends, family members and people around them really use in their everyday life. We can guarantee that LINE MAN Wongnai’s work environment is challenging and offers the work experiences that are as great as international platforms,” Mr. Pattrawoot concludes. 

LINE MAN Wongnai

8 Nov 2022

สรุปบทเรียน 3 เคสจริงร้านอาหารเดลิเวอรี รับเทรนด์ “แพ็กเกจรักษ์โลก”

สรุปบทเรียน 3 เคสจริงร้านอาหารเดลิเวอรี รับเทรนด์ “แพ็กเกจรักษ์โลก” เติบโต อัตราการผลิตพุ่ง ดันต้นทุนต่อชิ้นปรับลดลงราว 50% จากสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการ Work from home มีการขนส่งทั้งอาหาร พัสดุ สินค้า ฯลฯ มากขึ้นเป็นผลให้ปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มสูง ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างปี 2562 (ช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19) มีอัตราการสร้างขยะพลาสติกเฉลี่ย 96 กรัม/คน/วัน ในขณะที่ปี 2563 เฉลี่ยอยู่ที่ 134 กรัม/คน/วัน เพิ่มขึ้นกว่า 40%* นี่เป็นเหตุผลที่ภาครัฐและภาคธุรกิจหันมาสนใจประเด็นบรรจุภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อมหรือ Eco-packaging มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารยังคงมีภาพจำเรื่องข้อจำกัดเรื่องต้นทุน และคุณสมบัติของบรรจุภัณฑ์ที่อาจไม่สามารถใส่อาหารได้ทุกประเภท วันนี้เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ Eco-packaging ก้าวหน้าขึ้น มีต้นทุนที่ถูกลงกว่าเมื่อก่อน บทความนี้จึงสรุปบทเรียน 3 เคสจริงของร้านอาหารเดลิเวอรีบน LINE MAN หลังใช้แพ็กเกจรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อให้เจ้าของร้านอาหารอื่นๆ สามารถนำไปปรับใช้ได้ Sizzler: เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ให้ตอบโจทย์กับชนิดของอาหาร สร้างประสบการณ์การกินที่ดีให้กับผู้บริโภค Sizzler หนึ่งในร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายของเมนูอาหารสไตล์ตะวันตก ทั้งสเต๊ก ซีฟู้ด และสลัด ได้ตื่นตัวและปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาเป็นระยะเวลากว่า 3 ปีแล้ว ปัจจุบัน Sizzler ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นสัดส่วน 90% ของบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด คุณกรีฑากร ศิริอัฐ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอส แอล อาร์ ที จำกัด (Sizzler) เล่าว่า “Eco-packaging ที่แบรนด์เลือกใช้มีทั้งบรรจุภัณฑ์จากเยื่อและกระดาษ (Fiber–Based Packaging) ที่ทำมาจากเส้นใยคุณภาพ มีความคงทนสูง สามารถนำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟได้ ซึ่งเรานำมาใช้เพื่อบรรจุสเต๊ก นอกจากนี้ยังมีกล่องกระดาษคราฟท์สำหรับบรรจุภัณฑ์ Sizzler to go ที่มีคุณสมบัติทนน้ำสลัด และคงสภาพในตู้เย็นได้ 1-2 วัน” “บรรจุภัณฑ์ที่ดีที่สุดคือบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับจุดประสงค์การใช้งานมากที่สุด การเลือกบรรจุภัณฑ์ต้องคำนึงถึงการสร้างประสบการณ์ในการสั่งอาหารที่ดีให้กับลูกค้า โดยยึดจากพฤติกรรมของลูกค้าเป็นหลัก เช่น เมนูสเต๊ก เมื่อลูกค้าต้องการสั่งไปทานที่บ้าน บรรจุภัณฑ์ที่เราใช้ต้องมีความแข็งแรงคงทนเพื่อให้สามารถเข้าไมโครเวฟได้” ปัจจุบัน Eco-packaging พัฒนาคุณภาพ ราคาที่ถูกลง รวมถึงรองรับการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น โดย DezpaX สตาร์ทอัพผู้ให้บริการ Packaging Solutions ด้านอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรจากเอสซีจี ได้ให้คำแนะนำกับ Sizzler และร้านอาหารมือใหม่อีกมากมายเพื่อหาบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมที่สุดกับการใช้งานของแต่ละร้าน “เราไม่จำเป็นต้องดีดนิ้วแล้วเปลี่ยนทุกอย่างในครั้งเดียว เส้นทางบรรจุภัณฑ์ Eco-friendly ยังมีโอกาสพัฒนาได้อีกมาก เราสามารถเปลี่ยนทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งถึงวันที่ความต้องการใช้พลาสติกน้อยลง และใช้ Eco-packaging มากขึ้น จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงได้ง่ายขึ้นอีกขั้น” คุณกรีฑากรกล่าว Phoenix Lava: เลือกบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเพื่อให้ลูกค้าได้อาหารที่ยังคงความสดใหม่ ร้านซาลาเปาไส้ไหล Phoenix Lava เป็นอีกหนึ่งร้านที่ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นสัดส่วนถึง 80% โดยคุณปริญญ์ สุขสมิทธิ์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ฟีนิกซ์ ลาวา จำกัด เล่าว่า “กระดาษรองซาลาเปามีราคาขึ้นอยู่กับความหนาของกระดาษ ด้วยความที่ซาลาเปาของเราเป็นไส้ลาวา มีความหนักกว่าซาลาเปาไส้อื่นๆ จึงต้องใช้กระดาษที่หนาประมาณ 325-350 แกรม ในขณะที่ซาลาเปาทั่วไป ใช้อยู่ที่ 250-300 แกรม” บรรจุภัณฑ์ของ Phoenix Lava ที่พัฒนาร่วมกับ DezpaX ให้ความสำคัญกับการคงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ด้วย “กล่องบรรจุภัณฑ์ซาลาเปาต้องเก็บความร้อนไว้ได้นานที่สุด รวมถึงต้องมีคุณสมบัติลดการเกิดไอน้ำภายในกล่อง เราจึงใช้วิธีการเคลือบด้วยวัสดุแบบฟู้ดเกรด ส่วนเมนูทอดที่ต้องใช้กล่องที่มีคุณสมบัติระบายความร้อน สามารถใช้บรรจุภัณฑ์แบบ Eco-packaging ที่หาซื้อได้ทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องหนา เพราะอาจทำให้แป้งเกิดการออกซิเดชัน ส่งผลให้ของทอดไม่แข็งตัวได้” “ปัจจุบันนี้ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่าย ด้วยราคาที่ถูกลงเรื่อยๆ ทำให้เราเห็นหลายร้านหันมาใช้กันมากขึ้น ในอนาคตเรื่องของกฎหมายการบังคับใช้พลาสติกคงจะเกิดขึ้นและเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ประกอบการร้านอื่นๆ อาจเริ่มต้นจากการทดลองเปลี่ยนสินค้าเพียง 1-2 ชิ้น จากสินค้าทั้งหมดให้เป็น Eco-packaging ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี” คุณปริญญ์ กล่าว เผ็ดมาร์ค: เลือกลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ร้านอาหารเมนูขวัญใจคนไทยอย่างกะเพราจากร้านเผ็ดมาร์คที่มีระดับความเผ็ดแบบ “เผ็ดมาก” จนกลายเป็นรสชาติเอกลักษณ์ที่ลูกค้าพูดถึง ร้านมียอดขายหลักมาจากการเดลิเวอรีกว่า 80% คุณแทน กิตติเดช วิมลรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้งร้านเผ็ดมาร์ค ด้วยแพชชั่นในการรักษาสิ่งแวดล้อม ตั้งใจออกแบบและเลือกใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับเดลิเวอรีที่ช่วยลดขยะหรือสร้างมลพิษให้สิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด “เผ็ดมาร์ค ใช้เวลากว่า 1 ปี ในการวางแผน ปรับสูตร รวมไปถึงออกแบบบรรจุภัณฑ์ร่วมกับ DezpaX เพื่อพัฒนาดีไซน์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถึงแม้ Eco-packaging มีต้นทุนที่สูงกว่าพลาสติกในระดับหนึ่ง เผ็ดมาร์คยินดีลดกำไรลง 2-3 บาทต่อออร์เดอร์ เลือกใช้ Eco-packaging สำหรับส่งเดลิเวอรีทาง LINE MAN และช่องทางอื่นๆ”  การเริ่มต้นที่ดี คือ การเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนเท่าที่สามารถทำได้ โดยไม่รบกวนต้นทุนของธุรกิจจนเกินไป เพราะการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ เรียกว่าเป็นการช่วยสิ่งแวดล้อมที่ง่ายที่สุด ทำได้ง่ายกว่าการเก็บขยะจากท้องทะเล” คุณแทนสรุป  DezpaX “Food Packaging Solutions partner” เพื่อนคู่คิดร้านอาหารในการสร้างสรรค์ทุกความต้องการด้านบรรจุภัณฑ์ ปัจจุบันมีการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้อย่างแพร่หลาย ส่งผลให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์มีการวิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์วงการฟู้ดเดลิเวอรีมากขึ้น การผลิตที่มากขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง นำมาสู่ราคาสินค้าต่ำลงมากถึง 50% ภายในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นทางเลือกใหม่ให้กับร้านอาหารได้ดียิ่งขึ้น คุณปฐมพงศ์ ดีปัญญา CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง DezpaX.com เปิดเผยว่า “จากปี 2564 มีแนวโน้มผู้สั่งซื้อบรรจุภัณฑ์จากกระดาษและเยื่อธรรมชาติจาก DezpaX เพิ่มมากขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน และในตลาดใช้บรรจุภัณฑ์โฟมลดลงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นพัฒนาการที่ดีมากสำหรับร้านอาหารในประเทศไทย” “จากเทคโนโลยีการผลิตและนวัตกรรมการออกแบบ ทำให้บรรจุภัณฑ์จากเยื่อธรรมชาติ 100% มีความแข็งแรงเพียงพอ สามารถเรียงซ้อนเมื่อขนส่งเดลิเวอรีและสามารถย่อยสลายในบ่อขยะฝังกลบภายใน 90 วัน อีกทั้งปัจจุบันบรรจุภัณฑ์จากพลาสติกที่สามารถ reuse หรือ recycle ได้ เช่น พลาสติกแบบ PET ที่ใช้ผลิตแก้วน้ำ และ ขวดน้ำ, พลาสติกแบบ LDPE ที่ใช้ผลิตถุงพลาสติกชั้นเดียวหรือฉลากขวดน้ำ หรือพลาสติกแบบ PP ที่ใช้ผลิตกล่องอาหารที่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ เป็นต้น ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับร้านอาหาร  และในอนาคตอันใกล้ จากนโยบายของภาครัฐ และการตื่นตัวของผู้บริโภค จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีการใช้งานอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดย DezpaX พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์กับทุกร้าน เหมือนดังเช่น เผ็ดมาร์ค, Sizzler, Phoenix Lava และร้านอื่นๆ ในการสร้างไอเดียและพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งาน ราคา และเอกลักษณ์ของร้านอาหาร”  คุณปฐมพงศ์ กล่าว การที่ผู้ประกอบการร้านอาหารเริ่มตื่นตัวหันมาใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกในทุกวันนี้ ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่ดีทำให้ราคาของ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยภายใน 5 ปีที่ผ่านมามีต้นทุนที่ลดลงประมาณ 50% เพราะมีอัตราการผลิตที่เพิ่มมากขึ้น เช่น กล่องเยื่อชานอ้อยจากเดิมราคาประมาณ 3 บาท ปัจจุบันราคาลดลงเหลือ 2 บาท รวมถึงมีวัสดุใหม่ๆ เข้ามาทดแทนเพื่อลดต้นทุน เช่น แก้วกาแฟ 16oz ที่มีต้นกำเนิดจากพืชต่างๆ จากเดิมที่ราคาประมาณ 3.2 บาท ปัจจุบันมีทางเลือกใหม่ในการใช้แก้วกาแฟ BIOMAT 16oz ที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติเช่นเดียวกัน ในราคาต้นทุนประมาณ 2 บาท เป็นต้น โดย LINE MAN ในฐานะผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรียังมุ่งมั่นสนับสนุนร้านค้าในการใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกต่อไปในอนาคต *ข้อมูลจากการเสวนาในประเด็น “ขยะพลาสติก: การจัดการและโอกาส Post COVID-19 หาทางออก เพิ่มโอกาส สร้างรูปแบบที่สมดุล มุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน” เปรียบเทียบอัตราการสร้างขยะในช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. 2562 และช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. 2563

LINE MAN Wongnai

20 Feb 2022