LINE MAN Wongnai เปิดรายงานดัชนีราคาอาหารจานเดียวทั่วประเทศไทย ระหว่างปี 2563-2565 เพื่อเป็นข้อมูลเปรียบเทียบกับสถานการณ์เงินเฟ้อและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน โดยใช้ข้อมูลราคาที่ขายจริงจากร้านอาหารกว่า 7 แสนร้านที่ขายเดลิเวอรีบนแพลตฟอร์ม LINE MAN ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย พบประเด็นสำคัญ ดังต่อไปนี้

  • ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวทั่วไทยในรอบปี แพงขึ้น 3.66 บาท หรือ 6.7% (เทียบระหว่างพฤษภาคม 2564 และพฤษภาคม 2565) ใกล้เคียงกับตัวเลขเงินเฟ้อ 7.1% ของกระทรวงพาณิชย์
  • ราคาอาหารในต่างจังหวัดยังต่ำกว่าในกรุงเทพและปริมณฑลอยู่ที่เฉลี่ยจานละ 7 บาท แต่ต่างจังหวัดมีอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาอาหารเร็วกว่าในกรุงเทพและปริมณฑล
  • อาหารเมนูหมูยังราคาใกล้เคียงเดิม แต่เมนูไก่ราคาแพงขึ้นชัดเจน ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2565 เป็นต้นมา
  • ข้าวผัดกะเพราราคาพุ่ง แพงขึ้นเฉลี่ย 3 บาท ภายใน 4 เดือนแรกของปี 2565 (ข้อมูลระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม 2565) จากเฉลี่ยจานละ 56 บาท เพิ่มเป็นเฉลี่ยจานละ 59 บาท

ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวทั่วไทย ระหว่างปี 2563-2565

Key Finding: เงินเฟ้อและต้นทุนวัตถุดิบ ทำให้ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวทั่วไทยปี 2565 แพงขึ้น 3.66 บาท หรือ 6.7% (เทียบระหว่าง พ.ค. 64 และ พ.ค. 65)

LINE MAN Wongnai รายงานความเปลี่ยนแปลงราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียว เช่น ก๋วยเตี๋ยว สุกี้ ข้าวผัดกะเพรา อาหารตามสั่ง ข้าวผัด ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ข้าวขาหมู ราดหน้า ฯลฯ ที่ขายในแต่ละเดือนระหว่างปี 2563-2565

พบว่า ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวในปี 2563 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2564 โดยตัวเลขของปี 2564 น้อยกว่าของปี 2563 อยู่เล็กน้อย ซึ่งอาจเป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด-19

อย่างไรก็ตาม ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวของปี 2565 กลับเพิ่มขึ้นจากปี 2564 อย่างชัดเจน ราคาเฉลี่ยในเดือนมกราคม 2565 อยู่ที่ 55.33 บาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2564 ที่ 53.33 บาท (แพงขึ้น 2 บาท) และถ้าดูตัวเลขในเดือนพฤษภาคม 2565 อยู่ที่ 57.87 บาท เทียบกับเดือนพฤษภาคม 2564 ที่ 54.21 บาท
เพิ่มขึ้น 3.66 บาท หรือประมาณ 6.7% ใกล้เคียงกับตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของกระทรวงพาณิชย์ที่ประเมินไว้ราว 7.1% เดือนพฤษภาคม 2565 (อ้างอิง)

ภาคตะวันออก เป็นภาคที่มีราคาเฉลี่ยของอาหารจานเดียวแพงที่สุดอยู่ที่ 59.96 บาท ส่วนภาคตะวันตก มีราคาเฉลี่ยถูกที่สุดอยู่ที่ 49.92 บาท (มิถุนายน 2565) โดยภาคกลางเป็นภาคที่มีราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 3.97 บาท (เทียบระหว่างมกราคมและมิถุนายน 2565)

ราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียวแยกตามภูมิภาค ในเดือนมิถุนายน 2565 (ราคาที่เพิ่มขึ้นจากมกราคม 2565)

  • ภาคกลาง 59.63 บาท (+3.97 บาท)
  • ภาคตะวันออก 59.96 บาท (+3.16 บาท)
  • ภาคเหนือ 50.26 บาท (+2.94 บาท)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 56.04 บาท (+3.51 บาท)
  • ภาคใต้ 57.46 บาท (+2.58 บาท)
  • ภาคตะวันตก 49.92 บาท (+2.43 บาท)

เปรียบเทียบราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียว ระหว่างกรุงเทพฯ-ปริมณฑลและจังหวัดอื่นๆ

Key Finding: ราคาอาหารในต่างจังหวัดยังต่ำกว่าในกรุงเทพและปริมณฑลอยู่ที่เฉลี่ย 7 บาท แต่มีอัตราราคาอาหารเพิ่มขึ้นเร็วกว่าในกรุงเทพและปริมณฑล

LINE MAN Wongnai รายงานราคาเฉลี่ยอาหารจานเดียว เปรียบเทียบ ระหว่างกรุงเทพและปริมณฑล 6 จังหวัด (กรุงเทพ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม) กับจังหวัดอื่นๆ ของประเทศไทยที่ขายบนแพลตฟอร์ม LINE MAN เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างค่าครองชีพของกรุงเทพและปริมณฑลกับต่างจังหวัด

พบว่า

  • ราคาอาหารจานเดียวในกรุงเทพและปริมณฑล แพงกว่าต่างจังหวัดเฉลี่ยประมาณ 8 บาท (1 มกราคม 2564) แต่ส่วนแต่งนี้ลดลงเหลือประมาณ 7 บาทแล้ว (1 พฤษภาคม 2565)
  • ตลอดทั้งปี 2564 ราคาอาหารจานเดียวในต่างจังหวัด เพิ่มขึ้นในอัตรา 5.9% ซึ่งขึ้นเร็วกว่ากรุงเทพฯ และปริมณฑลที่เพิ่มขึ้น 2.8% ในช่วงเวลาเดียวกัน
  • ในปี 2565 ราคาอาหารเริ่มปรับเพิ่มอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นมา ราคาอาหารจายเดียวเฉลี่ยในกรุงเทพและปริมณฑลเพิ่มขึ้นมาแล้ว 6.68% และต่างจังหวัดเพิ่ม 7.98% (เทียบ 1 มกราคม 2565 กับ 1 พฤษภาคม 2565) 
ราคาเฉลี่ย (บาท) ณ 1 ม.ค. 64ราคาเฉลี่ย (บาท) ณ 1 พ.ค. 64ราคาเฉลี่ย (บาท) ณ 1 ม.ค. 65ราคาเฉลี่ย (บาท) ณ
1 พ.ค. 65
กรุงเทพฯ และปริมณฑล56.77 57.1958.38(+2.8% YoY)61.01(+6.68% YoY)(+4.5% จาก 1 ม.ค. 65)
จังหวัดอื่นๆ48.7850.0251.64(+5.9% YoY)54.01(+7.98% YoY)(+4.6% จาก 1 ม.ค. 65)
ราคาต่างกัน7.997.176.747

ราคาเฉลี่ยเมนูอาหารแต่ละวัตถุดิบทั่วไทย ช่วงครึ่งปีแรก 2565

Key Finding: อาหารเมนูหมูยังราคาใกล้เคียงเดิม แต่เมนูไก่ราคาแพงขึ้นมากตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 เป็นต้นมา

LINE MAN Wongnai รายงานการเปรียบเทียบราคาอาหารเฉลี่ย (นับรวมอาหารทุกประเภท ทุกระดับราคา) โดยแยกตามประเภทของเนื้อสัตว์ที่ใช้เป็นวัตถุดิบของอาหาร พบว่าเมนูอาหารที่มีไก่เป็นส่วนประกอบมีราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมากที่สุด สอดคล้องกับข่าวเนื้อไก่แพงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในรอบ 20 ปี (อ้างอิง)

ราคาเฉลี่ยของอาหารที่ใช้ไก่เป็นส่วนประกอบ เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2565 และพุ่งขึ้นสูงสุดในเดือนเมษายน 2565 ก่อนที่จะค่อยๆ ปรับลดลงมาในเดือนพฤษภาคม แต่ก็ยังถือว่าสูงขึ้นจากช่วงก่อนหน้า

ราคาเฉลี่ยอาหารเมนูไก่ ในช่วงครึ่งปีแรก 2565 

  • 1 มีนาคม 80.37 บาท
  • 1 เมษายน 109 บาท
  • 13 เมษายน 134 บาท (ปรับขึ้นมากเป็นพิเศษในช่วงหยุดสงกรานต์)
  • 1 พฤษภาคม 113 บาท
  • 1 มิถุนายน 93.9 บาท

ส่วนเมนูอาหารที่ใช้หมูเป็นส่วนประกอบ คงอยู่ที่ราว 64-69 บาทตลอดทั้งช่วงครึ่งปีแรก 2565 อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าราคาอาหารเฉลี่ย (รวมเนื้อสัตว์ทุกประเภท) ที่อยู่ราว 64-80 บาท

ราคาเฉลี่ยข้าวผัดกะเพราทั่วไทย ระหว่างปี 2563-2565

Key Finding: ข้าวผัดกะเพราราคาพุ่ง จากราคาเฉลี่ยจานละ 56 บาทช่วงต้นปี 2565 เป็นราคาเฉลี่ยจานละ 59 บาท เฉลี่ยแพงขึ้น 3 บาท

LINE MAN Wongnai ตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงราคาเฉลี่ยของ “ข้าวผัดกะเพรา” อาหารยอดนิยมของคนไทย (นับทั้งข้าวผัดกะเพรา ข้าวราดกะเพรา ใส่เนื้อสัตว์ทุกประเภท แต่ไม่รวมตัวเลือกเสริม เช่น ไข่ดาว ไข่เจียว ที่เลือกสั่งเพิ่มเป็น top-up แยกต่างหาก) ระหว่างปี 2563-2565

พบว่า ราคาเฉลี่ยของข้าวผัดกะเพราในไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยราคาช่วงต้นปี 2564 อยู่ที่จานละ 52.78 บาท และค่อยๆ ขึ้นมาเรื่อยๆ จนอยู่ที่ 54.73 บาทในช่วงปลายปี (เพิ่มขึ้นประมาณ 2 บาท)

แต่ในปี 2565 สถานการณ์ราคาปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยช่วงต้นปี ราคาเฉลี่ยของข้าวผัดกะเพราหนึ่งจานคือ 55.9 บาท และเพิ่มมาเป็น 59 บาทในเดือนพฤษภาคม (แพงขึ้น 3 บาทภายใน 4 เดือน)

ภาคตะวันออก เป็นภาคที่มีราคาเฉลี่ยของข้าวผัดกะเพราแพงที่สุดอยู่ที่ 62.24 บาท ส่วนภาคตะวันตก มีราคาเฉลี่ยถูกที่สุดอยู่ที่ 50.08 บาท

ราคาเฉลี่ยข้าวผัดกะเพราแยกตามภูมิภาค 

  • ภาคกลาง 60.63 บาท
  • ภาคตะวันออก 62.24 บาท
  • ภาคเหนือ 50.57 บาท
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 57.30 บาท
  • ภาคใต้ 56.79 บาท
  • ภาคตะวันตก 50.08 บาท

News Release View More

LINE MAN จับมือ Domino’s Pizza เดินเกมรุกทั่วไทย ผนึกกำลังเบอร์ 1 ขยายสาขา-จัดดีลเอ็กซ์คลูซีฟปั้นยอดโต

LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์อันดับ 1 ของไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญกับ Domino’s Pizza แบรนด์พิซซ่าระดับโลก เดินเกมขยายสาขาใหม่กว่า 10 แห่ง ทั่วหัวเมืองหลักในไทย พร้อมให้บริการเดลิเวอรีแบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะบน LINE MAN เท่านั้น ในช่วงเปิดสาขา ตอกย้ำความแข็งแกร่งของทั้งสองแบรนด์ที่มุ่งมั่นยกระดับในการเสิร์ฟประสบการณ์ความอร่อยเข้าถึงทุกพื้นที่ พร้อมอัดโปรโมชันสุดคุ้มที่หาที่ไหนไม่ได้ ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่แค่การขยายตลาดของ Domino’s Pizza ไปยังต่างจังหวัด แต่ยังแสดงให้เห็นถึงพลังของพาร์ทเนอร์ชิประหว่างแบรนด์ระดับโลกกับหนึ่งในแพลตฟอร์มเดลิเวอรีที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศไทย ที่ให้บริการครอบคลุมใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ มีผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านคน และไรเดอร์อีกกว่า 100,000 คน เป็นแรงสำคัญทำให้ Domino’s Pizza สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพ คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “LINE MAN ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มส่งอาหาร แต่คือ ‘พาร์ทเนอร์เชิงกลยุทธ์’ ที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถขับเคลื่อนการเติบโตของแบรนด์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของไทย เราไม่เพียงแค่ให้บริการที่ครอบคลุม แต่เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการเชื่อมต่อผู้บริโภคให้กับ Domino’s Pizza ในการขยายธุรกิจไปยังพื้นที่ต่างๆ  และยังเป็นการช่วยยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมเดลิเวอรีไทยเป็นพาร์ทเนอร์เคียงข้างร้านอาหารอย่างยั่งยืนอีกด้วย”  นอกเหนือจากศักยภาพของ LINE MAN ในฐานะพาร์ทเนอร์เชิงกลยุทธ์แล้ว Domino’s Pizza ยังเล็งเห็นถึงศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดพิซซ่าในไทยที่มีมูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท จากตลาดร้านอาหารขายด่วน (QSR) ของไทยปีละกว่า 47,000 ล้านบาท จึงเปิดเกมรุกเดินหน้าขยายสาขา ด้วยการร่วมมือกับ LINE MAN เพื่อยึดหัวหาดในทุกเมือง ไม่ว่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยวหรือพื้นที่ที่กำลังเติบโต โดยคาดว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วย ผลักดันยอดขายเติบโตขึ้นไม่ต่ำกว่า 40% หรือคิดเป็นมูลค่าราว 150 ล้านบาท ภายในปีแรกของการเปิดให้บริการร่วมกัน  คุณศิรัตน์ รัตนไพฑูรย์ CEO บริษัท เอธธิคอล กูร์เมต์ จำกัด ผู้มีสิทธิบริหารและจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้ Brand Domino’s Pizza ในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว กล่าวเพิ่มเติมว่า “การร่วมมือกันครั้งนี้ ถือเป็น Win-Win Situation อย่างแท้จริง LINE MAN คือพาร์ทเนอร์ที่ทำให้ Domino’s Pizza เข้าถึงผู้บริโภคในทำเลใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว สร้าง Brand ให้เป็นที่รู้จักอย่างมีประสิทธิภาพ บนพื้นฐานความร่วมมือที่ให้ประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย ผมเชื่อว่าการร่วมมือครั้งนี้ จะสร้างบรรทัดฐานความร่วมมือแบบใหม่ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับร้านค้าที่อยู่ในช่วงขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เหมือนอย่าง Domino’s Pizza ในปัจจุบัน ให้สามารถเจาะเข้าถึงลูกค้าในทำเลใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”  ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการตอกย้ำว่า LINE MAN คือผู้นำเบอร์ 1 ในตลาดเดลิเวอรีอย่างแท้จริงด้วยความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค และการใช้อินไซต์ในการพัฒนาดีลและแคมเปญเฉพาะพื้นที่ ซึ่งนับเป็นตัวเปิดที่สำคัญที่ทำให้ Domino’s Pizza สามารถรุกตลาดเดลิเวอรีในไทยได้อย่างมั่นใจพร้อมลงสนามแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดจากคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ทางยังพร้อมมอบดีลสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และเข้าถึงผู้บริโภคในทุกมุมเมืองทั่วไทยอย่างแท้จริง ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

10 Apr 2025

LINE MAN Wongnai และ กรมอนามัย สานต่อ “หวานน้อยสั่งได้ – เมนูชูสุขภาพ” ปีที่ 3 พบเทรนด์คนไทยสั่ง “ไม่หวานเลย” พุ่ง 160%

LINE MAN Wongnai และกรมอนามัย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือสานต่อโครงการ “หวานน้อยสั่งได้ – เมนูชูสุขภาพ” สู่ปีที่ 3 เผยความสำเร็จปีที่ผ่านมา ยอดออร์เดอร์ของคนไทยเกินครึ่งสั่งลดหวาน ช่วยลดการบริโภคน้ำตาลไปกว่า 120 ตัน พบเทรนด์คนไทยสั่ง “ไม่หวานเลย” พุ่ง 160% ตั้งเป้าขยายความร่วมมือสู่เมนูอาหารจานหลัก  โครงการ “หวานน้อยสั่งได้ – เมนูชูสุขภาพ” มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอาหารและเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น พร้อมสร้างแรงจูงใจให้เลือกบริโภคลดหวาน มัน เค็ม ผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรี ซึ่งจากสถิติพบว่า คนไทยยังบริโภคน้ำตาลและโซเดียมเกินเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกกำหนด โดยมีคนไทยเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) มากถึง 400,000 คนต่อปี หรือคิดเป็น 77% ของการเสียชีวิตทั้งหมด  ความร่วมมือ 2 ปีลดน้ำตาลแล้วกว่า 120 ตัน คนไทยสั่ง “ไม่หวานเลย” พุ่ง 160%  คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เปิดเผยถึงความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างกรมอนามัยและ LINE MAN Wongnai ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา สร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยมีร้านค้าเข้าร่วมกว่า 60,000 ร้านทั่วประเทศ มียอดสั่งเครื่องดื่มแบบหวานน้อยมากถึง 30 ล้านแก้ว หรือคิดเป็น 58% ของยอดสั่งเครื่องดื่มทั้งหมด และมีอัตราการสั่งแบบ “ไม่หวานเลย” เพิ่มขึ้นถึง 160% เมื่อเทียบระหว่างปี 2566 และปี 2567 สามารถช่วยคนไทยลดการบริโภคน้ำตาลได้มากถึง 120 ตัน ส่งผลให้ลดการแจกซองเครื่องปรุงไปได้กว่า 120 ล้านซองตามไปด้วยเช่นกัน เดินหน้าขยายความร่วมมือจากเครื่องดื่มสู่เมนูจานหลัก แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงความร่วมมือในเฟสต่อไป จะขยายจากเมนูเครื่องดื่มสู่กลุ่มอาหารจานหลัก ภายใต้โครงการ “เมนูชูสุขภาพ” และ “เมนูทางเลือก” ที่เน้นการลดน้ำตาล ลดไขมัน และลดโซเดียม โดย LINE MAN Wongnai จะส่งเสริมให้ร้านอาหารบนแพลตฟอร์มพัฒนาสูตรอาหารให้ผ่านเกณฑ์การรับรองจากกรมอนามัย ซึ่งครอบคลุมถึงความปลอดภัยจากเชื้อโรค สารเคมี สารพิษ และต้องมีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมตามเกณฑ์ที่กำหนด ร้านอาหารที่สนใจสามารถขอการรับรองเมนูชูสุขภาพจากกรมอนามัยได้ผ่านโปรแกรมรับรองเมนูชูสุขภาพออนไลน์ (Food4Health) และในอนาคต ผู้บริโภคจะสามารถสั่งอาหารที่เป็นเมนูชูสุขภาพได้โดยตรงบนแพลตฟอร์ม LINE MAN พร้อมทั้งมีกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น โปรโมชั่นลดการแจกซองเครื่องปรุงรส สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการลดการปรุงรส ซึ่งจะเป็นการสร้างการรับรู้ และสร้างพฤติกรรมการบริโภคที่ดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ภายในงานลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทาง LINE MAN Wongnai และกรมอนามัย ได้มอบ “ป้ายเมนูชูสุขภาพ และหวานน้อยสั่งได้” ให้แก่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยหนึ่งในร้านที่เข้ารับมอบป้ายในครั้งนี้ ได้แก่ ร้าน “อีกา” ร้านอาหารไทยสูตรชุมชนในเครือ It’s Happened to be A Closet และร้าน “ชาตรามือ” ตำนานร้านชาไทยที่อยู่เคียงคู่คนไทยมานาน ซึ่งเป็นร้านที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค และพร้อมขับเคลื่อนแนวคิดอาหารสุขภาพร่วมกับภาครัฐและเอกชน โครงการ “หวานน้อยสั่งได้ – เมนูชูสุขภาพ” ถือเป็นต้นแบบของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่สามารถนำแนวคิดเชิงนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริง เพื่อสร้างพฤติกรรมการบริโภคที่ดีให้กับประชาชนไทยอย่างยั่งยืน ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

26 Mar 2025

LINE MAN ร่วมกับ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดคอร์สซ่อมบำรุงจักรยานยนต์

LINE MAN และ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจับมือเดินหน้าปั้นโครงการพัฒนาทักษะอาชีพให้ไรเดอร์ต่อเนื่อง LINE MAN ร่วมกับ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดโครงการ “ไลน์แมน เสริมทักษะซ่อมบำรุงจักรยานยนต์” โครงการนำร่องเพื่อพัฒนาและต่อยอดทักษะของไรเดอร์ทั่วประเทศให้สามารถสร้างโอกาสทางอาชีพตามความสนใจ ด้วยหลักสูตรซ่อมบำรุงจักรยานยนต์และการขับขี่อย่างปลอดภัย โดยผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งให้ไรเดอร์ได้เข้าเรียนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดย LINE MAN และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้จับมือเตรียมปั้นโครงการพัฒนาทักษะอาชีพให้ไรเดอร์ในอนาคต เดินหน้าตามนโยบายของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก โดยมีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาทักษะให้ไรเดอร์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสร้างโอกาสทางอาชีพเพิ่มเติม นอกจากนี้ LINE MAN ยังเตรียมขยายความร่วมมือกับสถาบันเชี่ยวชาญด้านต่างๆ ในการสร้างสรรค์คอร์สอบรมที่เป็นประโยชน์แก่ไรเดอร์อย่างต่อเนื่อง ในงานเปิดตัวโครงการได้รับเกียรติจากนายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai, นายสรรชัย ชอบพิมาย ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาผู้ฝึกและเทคโนโลยีการฝึก กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ผู้แทนอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ,นายวีระพงษ์ วงษ์ชาดี นักวิชาการพัฒนาฝีมือเเรงงานชำนาญการพิเศษ สังกัดสำนักพัฒนาผู้ฝึกและเทคโนโลยีการฝึก และนายเกียรติศักดิ์ นาถชัชวาล ครูฝึกฝีมือแรงงาน สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 สมุทรปราการ ร่วมเปิดงาน พร้อมกับไรเดอร์ที่มาร่วมอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ณ The Phyll Connect เมื่อเร็วๆ นี้

LINE MAN Wongnai

20 Jul 2022

LINE MAN กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม ลงนามความร่วมมืออัพสกิลไรเดอร์ และเสริมความรู้สิทธิประกันสังคม

LINE MAN จับมือ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และ สำนักงานประกันสังคม ลงนามความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาทักษะไรเดอร์ และความรู้สิทธิประกันสังคม ตั้งเป้าส่งเสริมให้ไรเดอร์มีทักษะความรู้ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ และได้รับสวัสดิการที่เหมาะสม ความมุ่งมั่นของการลงนามความร่วมมือครั้งนี้คือการส่งเสริมให้ไรเดอร์มีทักษะความรู้ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ และได้รับสวัสดิการที่เหมาะสม โดยอาศัยความร่วมมือและความเชี่ยวชาญจากหน่วยงานภาครัฐ ปัจจุบัน อาชีพไรเดอร์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั้งแบบเต็มเวลาและพาร์ตไทม์ หากมีทักษะซ่อมบำรุงพาหนะเบื้องต้น จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความพร้อมในการทำงาน ระหว่างปี 2023-2025 กรมพัฒนาฝีมือแรงงานร่วมกับ LINE MAN จัดอบรมหลักสูตรบำรุงรักษารถจักรยานยนต์เบื้องต้นให้ไรเดอร์แล้ว 372 คน และเตรียมขยายการฝึกอบรมเพิ่มอีก 80 คน ใน 4 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด ชุมพร กำแพงเพชร และพิษณุโลก ในหลักสูตร 6 ชั่วโมง ครอบคลุมเกี่ยวกับกฎจราจร ความรู้พื้นฐานรถจักรยานยนต์ การดูแลรักษารถจักรยานยนต์  นอกจากนี้ ยังพัฒนาหลักสูตรออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม DSD Online Training เพื่อให้ไรเดอร์เข้าถึงความรู้ได้สะดวกขึ้น ขณะเดียวกัน แรงงานในอาชีพไรเดอร์จำนวนมากยังเข้าไม่ถึงสิทธิประกันสังคม สำนักงานประกันสังคมจึงร่วมกับ LINE MAN ให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ตามมาตรา 40 พร้อมแนะนำช่องทางสมัครและชำระเงินสมทบให้แรงงานอิสระบนแพลตฟอร์มดิจิทัลด้วยซึ่งเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ และกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้แรงงานอิสระได้รับการคุ้มครองอย่างทั่วถึง คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “พันธกิจของเรามุ่งมั่นที่จะยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของไรเดอร์กว่า 100,000 คน โดยส่งเสริมให้ไรเดอร์มีทักษะความรู้ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ และได้รับสวัสดิการที่เหมาะสม ในส่วนของ LINE MAN จะสนับสนุนการพัฒนาฝีมือแรงงานในสาขาอาชีพตามความต้องการ โดยบริษัทจะจัดหากลุ่มเป้าหมายในการฝึกอบรม และสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดฝึกอบรม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามแผนการฝึกอบรมตามที่ทุกฝ่ายตกลงร่วมกันตามภารกิจที่เหมาะสมภายใต้งบประมาณที่บริษัทได้จัดสรรไว้ ซึ่งเราได้เชิญชวนไรเดอร์เข้าร่วมอบรม ผ่านช่องทางสื่อสารของ LINE MAN มีการลงพื้นที่จัดอบรมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ที่ผ่านมาได้ร่วมจัดอบรมซ่อมรถจักรยานยนต์ไปแล้ว 17 จังหวัด ให้ความรู้ด้านประกันสังคมซึ่งได้รับผลตอบรับอย่างดีจากไรเดอร์ ทั้งนี้ คาดว่าในปีนี้จะจัดอบรมเพิ่มอีก 20 จังหวัด เพื่อต่อยอดสู่ทุกจังหวัดทั่วไทยในอนาคต และผมเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะช่วยให้ไรเดอร์ได้นำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการทำงานได้ในระยะยาวอย่างยั่งยืน” สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก คุณเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และคุณมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม พร้อมด้วยผู้บริหารจากทั้ง 3 หน่วยงาน ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

10 Mar 2025