LINE MAN ประกาศงดเว้นค่าส่งทุกออร์เดอร์คนละครึ่ง
ช่วยลดค่าใช้จ่ายประชาชนทั่วประเทศ 2 สัปดาห์

LINE MAN ประกาศงดเว้นค่าส่งจากโครงการคนละครึ่งทุกออร์เดอร์ทั่วประเทศ (ให้บริการ 68 จังหวัด) ในระยะทาง 5 กิโลเมตรแรก ระหว่างวันที่ 18-31 ตุลาคมนี้ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน

คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “จากรายงานของกระทรวงการคลังเปิดเผยยอดใช้จ่ายสะสมโครงการคนละครึ่งผ่านฟู้ดเดลิเวอรี 361.9 ล้านบาท (ณ วันที่ 15 ต.ค.) เราเห็นยอดขายฝั่งร้านอาหารที่เข้าร่วมคนละครึ่งบน LINE MAN เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 80% สะท้อนให้เห็นผลของการกระตุ้นเศรษฐกิจจากโครงการ ส่งผลเชิงบวกต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดในธุรกิจอาหาร”

LINE MAN จึงช่วยสนับสนุนโครงการนี้ไปอีกขั้น ด้วยการช่วยจ่ายค่าส่งให้ลูกค้าที่สั่งออร์เดอร์คนละครึ่งทุกออร์เดอร์ จากร้านในระยะ 5 กิโลเมตร เป็นเวลานาน 2 สัปดาห์ ตั้งแต่ 18-31 ตุลาคมนี้ ในพื้นที่ 68 จังหวัดทั่วประเทศที่ LINE MAN ให้บริการ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายแก่ลูกค้า และกระตุ้นยอดขายร้านอาหารและเศรษฐกิจไทยในภาพรวม

“จากโครงการคนละครึ่ง รัฐได้เข้ามาช่วยอุดหนุนค่าอาหารครึ่งหนึ่งแล้ว กำแพงที่เหลืออยู่คือค่าส่ง การงดเว้นค่าส่งครั้งนี้ เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ใช้มาใช้สิทธิ์คนละครึ่งผ่าน LINE MAN มากขึ้น โดยมีตัวเลือกร้านอาหารคนละครึ่งมากที่สุดกว่า 45,000 ร้าน นอกจากผู้ใช้สิทธิ์จะได้รับความสะดวกสบายในการสั่งอาหารโดยไม่ต้องเสี่ยงออกจากบ้านและได้ลดค่าใช้จ่ายด้วยแล้ว ยังเป็นการช่วยสนับสนุนเจ้าของร้าน พนักงาน พ่อค้าแม่ค้าในตลาด และไรเดอร์ อีกหลายแสนครอบครัวได้อยู่รอดต่อไป” คุณยอดปิดท้าย

News Release View More

MG โชว์ i-SMART พลิกไลฟ์สไตล์การขับขี่ มาแผนที่ความอร่อย กับ Wongnai

ทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเราใช้เวลาในรถยนต์มากพอ ๆ กับอยู่บ้านเลยทีเดียว ไม่ว่าจะขับไปทำงาน ไปห้างสรรพสินค้า ไปออกกำลังกาย และกิจกรรมอีกมากมาย นี่จึงเป็นเหตุผลที่รถยนต์หลาย ๆ ค่ายในปัจจุบันเพิ่มเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความสะดวกสบายของผู้ขับขี่มากขึ้น MG แบรนด์รถยนต์ชั้นนำระดับโลกก็เป็นอีกหนึ่งค่ายที่ไม่หยุดเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ด้วยความเชื่อที่ว่าเทคโนโลยียานยนต์จะต้องสอดคล้องและกลมกลืนกับทุกจังหวะไลฟ์สไตล์ของลูกค้าจึงเป็นที่มาของรถสั่งด้วยเสียงด้วยระบบปฏิบัติการอัจฉริยะใหม่ที่มีชื่อว่า “i-SMART” จุดเด่นของระบบ i-SMART ของ MG อยู่ที่ความสามารถในการเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ขับขี่และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยได้เป็นครั้งแรกของโลก ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนา Smart Car ที่มาช่วยยกระดับความสะดวกสบายและความปลอดภัย ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ในยุคไอที นอกจากนี้ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ยังเข้าถึงการเชื่อมต่อออนไลน์ที่ครอบคลุมทุกการใช้ชีวิตของผู้ขับขี่แบบสุด ๆ ด้วย SMART CONNECT เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์ให้สนุกได้ไม่รู้จบ ทั้ง Online Music ฟังเพลงฮิตทั่วโลกมากกว่า 1 ล้านเพลง และ Food & Travel Guide แนะนำร้านเด็ดจาก Wongnai เป็นต้น และสั่งการทุกฟังก์ชันได้ดั่งใจและแม่นยำด้วย SMART COMMAND โดยเป็นครั้งแรกที่ผู้ใช้สามารถควบคุมและสั่งการด้วยเสียง (Voice Command) เป็นภาษาไทย เริ่มต้นการใช้งานง่าย ๆ เพียงแค่พูดว่า “Hello MG” โดยฟังก์ชั่นที่น่าสนใจ เช่น การโทรออกเพียงพูดชื่อ และเบอร์โทรศัพท์ เปิด – ปิด หรือเปลี่ยนเพลงได้ตามต้องการ หรือแม้กระทั่งการเปิด – ปิดซันรูฟ (Sunroof) รวมถึงหน้าต่างฝั่งคนขับได้ แถมยังสั่งการผ่าน Smartphone และแท็ปเลตได้อีกด้วย  เรียกได้ว่าเป็นการเอาเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้กับรถยนต์ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ยุค 4.0 อย่างแท้จริง เพื่อให้การใช้ชีวิตของผู้บริโภคสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น สำหรับระบบใหม่นี้เขาจะมาพร้อมกับรถยนต์ MG รุ่นใหม่ทุกรุ่นเลย และ 29 ตุลาคม – 4 พฤศจิกายนนี้ เตรียมพบกับระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะ i-Smart ได้ในงาน MG Expo 2018 ณ ลานอีเดน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ หรือใครที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mgcars.com หรือติดต่อสอบถามเกี่ยวกับรถยนต์ MG ได้ที่ MG Call Center โทร 1267 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง นะจ๊ะ!

LINE MAN Wongnai

31 Jul 2019

ร้านดอกไม้คึกคักรับวาเลนไทน์  คาดแพลตฟอร์มออนไลน์ดันยอดขายโตก้าวกระโดด

LINE MAN MART เผยร้านดอกไม้เดลิเวอรีคึกคัก เติบโตรับเทศกาลเดือนแห่งความรัก ชี้ช่วงวันวาเลนไทน์คาดยอดขายพุ่งเกินครึ่งแสน แม้ต้นทุนดอกไม้เพิ่มสูงขึ้น พร้อมจัดเต็มส่วนลดโปรโมชันสุดพิเศษ กระตุ้นการสั่งซื้อ หนุนความต้องการของผู้บริโภค นางสาวณัชชาพัชร คำศิริ อายุ 43 ปี เจ้าของร้าน Kookkik Flower กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการเปิดร้านดอกไม้ คือมาจากความชอบส่วนตัวและประสบการณ์จากการทำงานออแกไนซ์ จึงตัดสินใจเริ่มต้นลงทุนขายดอกไม้บนแผงลอยด้วยเงินทุนเพียง 700 บาท จากนั้นจึงขยับขยายจนเปิดเป็นร้านดอกไม้ตามตลาด และย้ายมาเปิดที่หน้าบ้านเพื่อเพิ่มพื้นที่ร้านและลดค่าเช่าที่ แต่ประสบปัญหาลูกค้าไม่รู้จักร้าน จึงตัดสินใจเปิดขายแบบออนไลน์ผ่าน LINE MAN MART และได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดีทำให้มีผู้คนรู้จะและสั่งซื้อดอกไม้จากร้านมากขึ้น      โดยปกติร้านสามารถทำยอดขายได้เฉลี่ยเดือนละ 50,000 บาท โดยเป็นยอดขายจากช่องทางเดลิเวอรี 40%  แต่ในช่วงเทศกาลทั้งวาเลนไทน์ และวันแม่ หรือแม้แต่ตรุษจีนถือเป็นช่วงเวลาที่มียอดขายเติบโตสูง โดยมียอดขายจากช่องทางเดลิเวอรีถึง 80% และมาจากหน้าร้านเพียง 20% อย่างวาเลนไทน์ปีที่แล้ว เป็นปีแรกที่เปิดขายบน LINE MAN MART แม้จะวางแผนพลาดประเมินจำนวนออร์เดอร์น้อยกว่าออร์เดอร์ที่ได้รับ จนทำไม่ทันต้องปิดระบบเกือบทั้งวัน มาเปิดได้ช่วงค่ำประมาณสามทุ่มถึงเที่ยงคืนแต่ทำยอดขายไปได้ถึง 5 หมื่นบาท ปีนี้จึงวางแผนรับมือเต็มที่ไม่ยอมปิดระบบแน่นอน จึงได้เตรียมความพร้อมล่วงหน้าทั้งการเพิ่มจำนวนช่างจัดดอกไม้ เพิ่มจำนวนดอกไม้มากขึ้น แม้ราคาต้นทุนดอกไม้ปีนี้ปรับสูงขึ้นถึง 20% มีดอกไม้ประดิษฐ์มากขึ้น มีการทำช่อดอกไม้ไว้ให้ลูกค้าเลือกสั่งได้ทันที รวมไปถึงการจัดทำโปรโมชันเพื่อกระตุ้นยอดขาย  ดอกไม้ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ได้แก่ กุหลาบแดง กุหลาบชมพู กุหลาบขาวและทิวลิป ซึ่งคาดปีนี้ช่อดอกไม้แบบดอกเดี่ยวจะได้รับการตอบรับที่ดีและขายดีที่สุด รองลงมาคือช่อแบบ 5 ดอกและช่อ 10 ดอก ตามลำดับ เนื่องจากการปรับตัวขึ้นของราคาดอกไม้  นางสาวณัชชาพัชร กล่าวทิ้งท้ายว่า “การมีแพลตฟอร์มออนไลน์เข้ามาเสริม ช่วยทำให้การขายดอกไม้ง่ายและสะดวกขึ้น ไม่ต้องกังวล เพราะมีไรเดอร์มารับและส่งได้ตามกำหนดเวลาของลูกค้า แต่ถ้ามีออฟไลน์อย่างเดียวจะต้องนั่งรอ ไม่รู้ว่าลูกค้าจะมาเมื่อไหร่ สำหรับคนที่ไม่เก่งเรื่องเทคโนโลยี เริ่มแรกอาจจะยุ่งยากบ้าง แต่แพลตฟอร์มจะมีทีมให้คำปรึกษา และเราต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจเรื่อย ๆ ด้วยพฤติกรรมของลูกค้าในปัจจุบันยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อความสะดวกสบาย โดยเคล็ดลับที่ทำให้ลูกค้าประทับใจและซื้อซ้ำของร้าน Kookkik Flower คือ เรื่องคุณภาพของดอกไม้ ที่ต้องคัดมาได้ตรงความต้องการของลูกค้า การระมัดระวังในการขนส่ง และการสร้างโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย” สำหรับร้าน Kookkik Flower ตั้งอยู่ที่ย่านงามวงศ์วาน ซอยชินเขต สามารถเข้าไปเลือกสั่งซื้อสินค้ากันได้ที่ https://lin.ee/gOrtK1Pและล่าสุด LINE MAN MART ร่วมเป็นหนึ่งตัวช่วยต้อนรับเทศกาลวันแห่งความรัก ส่งมอบความสุขให้คนไทย ผ่านโปรโมชั่นสุดพิเศษ เมื่อสั่งซื้อในช่วงวันที่ 10-13 กุมภาพันธ์นี้ ใส่โค้ด “LMLOVE” รับส่วนลดทันที 70 บาท เมื่อสั่งซื้อ 500 บาทขึ้นไป พิเศษยิ่งกว่าเมื่อสั่งซื้อสินค้าวันที่ 14  กุมภาพันธ์นี้ รับส่วนลดแบบจัดเต็ม 150 บาท เมื่อสั่งซื้อ 2,000 บาทขึ้นไป เพียงใส่โค้ด “LMVDAY”  สั่งได้เลยที่ https://lineman.onelink.me/1N3T/7hbbpn9m

LINE MAN Wongnai

10 Feb 2023

อยากกินต้องได้กิน สั่งอาหารเดลิเวอรี่ผ่านเว็บ Wongnai ได้แล้ววันนี้

LINE MAN ผนึก Wongnai พัฒนาบริการใหม่สั่งอาหารผ่านเว็บไซต์ Wongnai เพิ่มความสะดวกมากขึ้น ทั้งค้นหาร้านอาหารและสั่งได้ครบจบในที่เดียว ตอบโจทย์พนักงานออฟฟิศซึ่งนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว ปลดล็อคข้อจำกัดเดิมไม่ต้องเสียเวลาเข้าแอปฯ มั่นใจช่องทางใหม่กระตุ้นคนใช้บริการมากขึ้น Wongnai ก้าวไปอีกขั้นของการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ร่วมมือกันพัฒนาบริการใหม่เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าสั่งซื้ออาหารจากร้านดังพร้อมใช้บริการส่งอาหารจาก LINE MAN ผ่านเว็บไซต์ได้อีกหนึ่งช่องทาง จากเดิมที่สั่งผ่านแอปพลิเคชั่นเพียงอย่างเดียว พร้อมเปิดให้บริการตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2562    ในช่วงที่ผ่านมาบริการ Delivery เข้ามาตอบโจทย์เรื่องความสะดวก และความปลอดภัยในการสั่งซื้ออาหาร ทำให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนในปีนี้จะมุ่งเน้นการใช้ข้อมูลสื่อสารกับผู้ใช้ในการสร้างแรงบันดาลใจให้ตามหาร้านอาหาร ซึ่งปัจจุบันกลุ่มที่ใช้บริการมากสุดจะอยู่ที่ประมาณ 8-10 ครั้งต่อเดือน พร้อมรับตลาด Food Delivery มีศักยภาพที่จะเติบโตหลายเท่าตัวในระยะเวลาอันใกล้ ด้วยปัจจัยหลายด้าน เช่น ระบบขนส่งสาธารณะยังไม่สะดวก ปัญหาการจราจรติดขัด และการขับรถไปเองก็มีปัญหาเรื่องที่จอดรถ โดยเฉพาะร้านอาหารที่เป็นสตรีทฟู้ด ที่ช่วยอำนวยความสะดวกและประหยัดเวลา รวมทั้งเรื่องโปรโมชั่นที่มีออกมาอย่างต่อเนื่อง แม้ผู้ใช้บริการต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้น แต่เชื่อว่ายังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ซึ่งบริการใหม่นี้จะเพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้บริการมากขึ้น เพราะสามารถเลือกดูร้านอาหารและสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องเข้ามาที่แอปพลิเคชั่นอีกขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งพนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่จะอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์กันอยู่แล้ว เมื่อสามารถสั่งอาหารผ่านเว็บไซต์ได้เลย จึงเป็นการตอบโจทย์พนักงานออฟฟิศได้เป็นอย่างดี ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายของบริการใหม่ที่พัฒนาขึ้นมา ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปมาก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่มีพฤติกรรม “อยากกินต้องได้กิน” มองอาหารเป็นเรื่องไลฟ์สไตล์ เป็นเรื่องแฟชั่น ต้องมีความแปลกใหม่ ซึ่งคนกลุ่มนี้ไม่ได้มองว่าทำงานเพื่อเก็บเงินไว้ใช้ตอนเกษียณ แต่ทำงานไปและใช้ชีวิตไปพร้อมกัน ทำให้บริการ Delivery มีประโยชน์ และสร้างความคุ้มค่าแม้ต้องจ่ายเงินเพิ่มในระดับหนึ่ง เพื่อให้ชีวิตสะดวกมากขึ้น ช่วยประหยัดเวลา ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่วางแผนไว้สำหรับบริการนี้คือ เมื่อเห็นสื่อของวงในแล้วจะมีการสั่งอาหารตามมาด้วย ส่วนการแข่งขันในตลาด Food Delivery ที่มีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากผู้ประกอบการรายใหม่มีเข้ามาสู่ตลาดมากขึ้นนั้น แน่นอนว่า ย่อมมีการใช้กลยุทธ์ด้านราคาเข้ามาแข่งขันแน่นอน ซึ่ง LINE MAN ก็พยายามทำราคาให้ดีที่สุด แต่การดำเนินธุรกิจต้องมีความยั่งยืน ทำให้ไม่สามารถลงไปเล่นสงครามราคาได้ อย่างไรก็ตาม ทั้ง LINE MAN และ Wongnai ก็มีโปรโมชั่นออกมาต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้มีการสั่งอาหารมากขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคจะต้องระวังเรื่องโปรโมชั่นของแต่ละแบรนด์เหมือนกัน เพราะบางครั้งอาจลดค่าส่งอาหารแต่ไปเพิ่มราคาอาหาร แต่หากสั่งกับ LINE MAN มั่นใจได้ว่าเป็นราคาหน้า ร้านไม่มีบวกเพิ่มแน่นอน

LINE MAN Wongnai

5 Apr 2019

LINE MAN ยอดพุ่งสัปดาห์เดียว 20% ครองแชมป์ร้านคนละครึ่งเยอะที่สุด!

LINE MAN เผยยอดเดลิเวอรีพุ่ง 20% ในสัปดาห์เดียวครองแชมป์ร้านคนละครึ่งเยอะที่สุด 42,000 ร้านทั่วไทย คนละครึ่งเดลิเวอรีคึกคัก LINE MAN เผยยอดเดลิเวอรีพุ่ง 20% ในสัปดาห์แรกที่เข้าโครงการคนละครึ่ง (4-10 ต.ค.) โดยมีร้านอาหารเข้าร่วมคนละครึ่งกับ LINE MAN มากกว่า 42,000 ร้าน ครองแชมป์ร้านเยอะสุดทั่วไทย ด้านร้านอาหารรายงานยอดขายคนละครึ่งบน LINE MAN สัปดาห์แรกโตเฉลี่ย 80% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เปิดเผยว่า “หลังจากโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ที่เริ่มใช้สิทธิ์ผ่านฟู้ดเดลิเวอรีได้เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ยอดออร์เดอร์เดลิเวอรีบน LINE MAN เติบโตสูงขึ้นถึง 20% ภายในสัปดาห์เดียว (4-10 ต.ค.) เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยังคงสั่งเดลิเวอรีต่อเนื่องแม้จะเริ่มคลายล็อกดาวน์” นอกจากนี้ ภายใน 1 สัปดาห์นับตั้งแต่เปิดให้ร้านสมัครคนละครึ่งเมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา มีร้านอาหารเข้าร่วมคนละครึ่งกับ LINE MAN รวมกว่า 42,000 ร้านทั่วประเทศ จากจำนวนร้านอาหารทั้งหมดกว่า 54,000 ร้านที่สมัครขายคนละครึ่งกับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีตามรายงานของกระทรวงการคลัง จึงทำให้ LINE MAN ครองแชมป์ร้านคนละครึ่งมากที่สุด ปัจจุบัน LINE MAN ให้บริการคนละครึ่งครอบคลุมพื้นที่ให้บริการของ LINE MAN ทั้ง 68 จังหวัดทั่วไทย (ในเดือนพฤศจิกายนนี้จะเปิดให้บริการครบทั้ง 77 จังหวัด) ในจำนวนนี้มี 29 จังหวัดที่มี LINE MAN เป็นแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีเพียงเจ้าเดียวที่รองรับการใช้สิทธิ์คนละครึ่ง ได้แก่ ภาคกลาง ได้แก่ นครนายก, สมุทรสงคราม, ฉะเชิงเทรา, อ่างทอง, สิงห์บุรี, อุทัยธานี, ชัยนาท, สุโขทัย, พิจิตรภาคเหนือ ได้แก่ เพชรบูรณ์, แม่ฮ่องสอนภาคใต้ ได้แก่ นราธิวาส, สตูล, พัทลุง, ปัตตานี, ระนอง, กระบี่, พังงาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ บึงกาฬ, อำนาจเจริญ, หนองบัวลำภู, ยโสธร, มุกดาหาร, ศรีสะเกษ, เลย, สกลนครภาคตะวันออก ได้แก่ สระแก้ว, ตราด, ปราจีนบุรี ด้านร้านอาหารรายงานยอดขายคนละครึ่งบน LINE MAN ในสัปดาห์แรก (4-10 ต.ค.) เติบโตเฉลี่ย 80% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า คุณอนันทศักดิ์ เอี้ยงทอง เจ้าของร้านเจ๊นิวตำซาดิสต์ รายงานยอดขายหลังจากเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งกับ LINE MAN มียอดออร์เดอร์โตขึ้นราว 30% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ในขณะเดียวกันระบบคนละครึ่งบน LINE MAN ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทำให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมทั้งระบบการจัดการออร์เดอร์ที่ดีทั้งร้านค้าและไรเดอร์ ทำให้มีอัตราสำเร็จของการส่งออร์เดอร์สูงมากช่วยให้ร้านสามารถบริหารจัดการหน้าร้านได้ง่าย และไรเดอร์ไม่พ่วงออร์เดอร์ทำให้ส่งอาหารถึงมือผู้บริโภคได้รวดเร็วในช่วงมื้ออาหารที่มียอดสั่งสูง คุณนงนุช นามวงษ์ เจ้าของร้านหนึ่งปูม้าทะเลเผา ที่แม้ว่าคลายล็อกดาวน์แล้วแต่ร้านยังไม่พร้อมเปิดให้นั่งทานในร้าน จึงต้องเน้นขายผ่านเดลิเวอรีเพียงช่องทางเดียว ซึ่งหลังจากเริ่มคนละครึ่งเฟส 3 ก็ช่วยดึงยอดขายกลับมาเติบโตได้อีกครั้งถึง 30% โดยมีสัดส่วนลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เป็นผลกระตุ้นจากโครงการคนละครึ่งที่มีแคมเปญโปรโมชันลดค่าอาหารเพิ่มเติมและค่าส่งเริ่มต้น 0 บาทจาก LINE MAN ในขณะที่คุณษมาพร จิรชัยธร เจ้าของร้านข้าวมันไก่ก่วงเฮงประตูน้ำ เล่าถึงผลกระทบของร้านข้าวมันไก่ที่ถือว่าเป็น เมนูอาหารพื้นฐานที่คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงได้ก็ยังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เนื่องด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้จ่ายรัดกุมมากยิ่งขึ้น เลือกกินเลือกใช้เท่าที่จำเป็นมากที่สุด ซึ่งเมื่อวันที่ 4 ต.ค. ที่ผ่านมาที่สามารถใช้สิทธิ์คนละครึ่งผ่าน LINE MAN ได้ทำให้เราเห็นยอดขายโตขึ้นกว่า 50% สะท้อนให้เห็นว่าโครงการคนละครึ่งสามารถช่วยให้ทุกคนมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นวงจรยาวทั้ง คนซื้อ คนขาย ไรเดอร์ ไปจนถึงคนส่งของ แม่ค้าในตลาด หรือเกษตรกร ถ้าเป็นไปได้จึงอยากให้ภาครัฐสานต่อโครงการคนละครึ่งต่อเนื่องในปีหน้า อย่างน้อยที่สุดควรช่วยลดภาระของปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุดอย่างการกิน ถ้ามีกินจะได้มีแรงทำงานเพื่อช่วยฟื้นเศรษฐกิจต่อไป

LINE MAN Wongnai

12 Oct 2021