LINE MAN เผยยอดเดลิเวอรีพุ่ง 20% ในสัปดาห์เดียว
ครองแชมป์ร้านคนละครึ่งเยอะที่สุด 42,000 ร้านทั่วไทย

คนละครึ่งเดลิเวอรีคึกคัก LINE MAN เผยยอดเดลิเวอรีพุ่ง 20% ในสัปดาห์แรกที่เข้าโครงการคนละครึ่ง (4-10 ต.ค.) โดยมีร้านอาหารเข้าร่วมคนละครึ่งกับ LINE MAN มากกว่า 42,000 ร้าน ครองแชมป์ร้านเยอะสุดทั่วไทย ด้านร้านอาหารรายงานยอดขายคนละครึ่งบน LINE MAN สัปดาห์แรกโตเฉลี่ย 80% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า

คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เปิดเผยว่า “หลังจากโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ที่เริ่มใช้สิทธิ์ผ่านฟู้ดเดลิเวอรีได้เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ยอดออร์เดอร์เดลิเวอรีบน LINE MAN เติบโตสูงขึ้นถึง 20% ภายในสัปดาห์เดียว (4-10 ต.ค.) เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยังคงสั่งเดลิเวอรีต่อเนื่องแม้จะเริ่มคลายล็อกดาวน์”

นอกจากนี้ ภายใน 1 สัปดาห์นับตั้งแต่เปิดให้ร้านสมัครคนละครึ่งเมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา มีร้านอาหารเข้าร่วมคนละครึ่งกับ LINE MAN รวมกว่า 42,000 ร้านทั่วประเทศ จากจำนวนร้านอาหารทั้งหมดกว่า 54,000 ร้านที่สมัครขายคนละครึ่งกับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีตามรายงานของกระทรวงการคลัง จึงทำให้ LINE MAN ครองแชมป์ร้านคนละครึ่งมากที่สุด

ปัจจุบัน LINE MAN ให้บริการคนละครึ่งครอบคลุมพื้นที่ให้บริการของ LINE MAN ทั้ง 68 จังหวัดทั่วไทย (ในเดือนพฤศจิกายนนี้จะเปิดให้บริการครบทั้ง 77 จังหวัด) ในจำนวนนี้มี 29 จังหวัดที่มี LINE MAN เป็นแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีเพียงเจ้าเดียวที่รองรับการใช้สิทธิ์คนละครึ่ง ได้แก่

ภาคกลาง ได้แก่ นครนายก, สมุทรสงคราม, ฉะเชิงเทรา, อ่างทอง, สิงห์บุรี, อุทัยธานี, ชัยนาท, สุโขทัย, พิจิตร
ภาคเหนือ ได้แก่ เพชรบูรณ์, แม่ฮ่องสอน
ภาคใต้ ได้แก่ นราธิวาส, สตูล, พัทลุง, ปัตตานี, ระนอง, กระบี่, พังงา
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ บึงกาฬ, อำนาจเจริญ, หนองบัวลำภู, ยโสธร, มุกดาหาร, ศรีสะเกษ, เลย, สกลนคร
ภาคตะวันออก ได้แก่ สระแก้ว, ตราด, ปราจีนบุรี

ด้านร้านอาหารรายงานยอดขายคนละครึ่งบน LINE MAN ในสัปดาห์แรก (4-10 ต.ค.) เติบโตเฉลี่ย 80% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า

คุณอนันทศักดิ์ เอี้ยงทอง เจ้าของร้านเจ๊นิวตำซาดิสต์ รายงานยอดขายหลังจากเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งกับ LINE MAN มียอดออร์เดอร์โตขึ้นราว 30% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ในขณะเดียวกันระบบคนละครึ่งบน LINE MAN ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทำให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมทั้งระบบการจัดการออร์เดอร์ที่ดีทั้งร้านค้าและไรเดอร์ ทำให้มีอัตราสำเร็จของการส่งออร์เดอร์สูงมากช่วยให้ร้านสามารถบริหารจัดการหน้าร้านได้ง่าย และไรเดอร์ไม่พ่วงออร์เดอร์ทำให้ส่งอาหารถึงมือผู้บริโภคได้รวดเร็วในช่วงมื้ออาหารที่มียอดสั่งสูง

คุณนงนุช นามวงษ์ เจ้าของร้านหนึ่งปูม้าทะเลเผา ที่แม้ว่าคลายล็อกดาวน์แล้วแต่ร้านยังไม่พร้อมเปิดให้นั่งทานในร้าน จึงต้องเน้นขายผ่านเดลิเวอรีเพียงช่องทางเดียว ซึ่งหลังจากเริ่มคนละครึ่งเฟส 3 ก็ช่วยดึงยอดขายกลับมาเติบโตได้อีกครั้งถึง 30% โดยมีสัดส่วนลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เป็นผลกระตุ้นจากโครงการคนละครึ่งที่มีแคมเปญโปรโมชันลดค่าอาหารเพิ่มเติมและค่าส่งเริ่มต้น 0 บาทจาก LINE MAN

ในขณะที่คุณษมาพร จิรชัยธร เจ้าของร้านข้าวมันไก่ก่วงเฮงประตูน้ำ เล่าถึงผลกระทบของร้านข้าวมันไก่ที่ถือว่าเป็น เมนูอาหารพื้นฐานที่คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงได้ก็ยังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เนื่องด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้จ่ายรัดกุมมากยิ่งขึ้น เลือกกินเลือกใช้เท่าที่จำเป็นมากที่สุด ซึ่งเมื่อวันที่ 4 ต.ค. ที่ผ่านมาที่สามารถใช้สิทธิ์คนละครึ่งผ่าน LINE MAN ได้ทำให้เราเห็นยอดขายโตขึ้นกว่า 50% สะท้อนให้เห็นว่าโครงการคนละครึ่งสามารถช่วยให้ทุกคนมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นวงจรยาวทั้ง คนซื้อ คนขาย ไรเดอร์ ไปจนถึงคนส่งของ แม่ค้าในตลาด หรือเกษตรกร ถ้าเป็นไปได้จึงอยากให้ภาครัฐสานต่อโครงการคนละครึ่งต่อเนื่องในปีหน้า อย่างน้อยที่สุดควรช่วยลดภาระของปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุดอย่างการกิน ถ้ามีกินจะได้มีแรงทำงานเพื่อช่วยฟื้นเศรษฐกิจต่อไป

News Release View More

LINE MAN Wongnai มาตรการช่วยร้านอาหารช่วง COVID-19 เดือนกรกฎาคม 2564

LINE MAN Wongnai ช่วยร้านอาหารปรับตัวสู้เปิดสถิติเดลิเวอรีช่วงโควิดระลอก 3พร้อม 6 มาตรการช่วยเหลือร้านอาหาร 6 จังหวัดในเดือนกรกฎาคม LINE MAN Wongnai เปิดข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคในช่วงโควิดระลอก 3 เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2564 เพื่อให้ร้านอาหารใน 6 จังหวัดที่ต้องปิดรับลูกค้านั่งทานในร้านตามคำสั่ง ศบค. รู้แนวทางการปรับขายเดลิเวอรีให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และออก 6 มาตรการ #Saveร้านอาหาร ช่วยสนับสนุนร้านอาหารให้ก้าวต่อไปได้ คุณยอด ชินสุภัคกุล ซีอีโอของ LINE MAN Wongnai ได้พูดคุยกับกลุ่มตัวแทนร้านอาหาร ที่นำโดยคุณต่อ-ธนพงศ์ วงศ์ชินศรี แห่งร้าน Penguin Eat Shabu และคุณแทน-กิตติเดช วิมลรัตน์ นักรีวิวอาหารชื่อดัง ผ่านเพจ Torpenguin – ผู้ชายขายบริการ เปิดเผยสถิติล่าสุดของผู้บริโภคในช่วงโควิดระบาดรอบล่าสุด (พฤษภาคม-มิถุนายน 2564) เพื่อเป็นแนวทางให้ร้านในพื้นที่ควบคุม 6 จังหวัด ปรับตัวให้เหมาะสมกับผู้บริโภคช่วงนี้ มีเทรนด์ที่น่าสนใจดังนี้ 5 เขต-อำเภอที่มีคนสั่งมากที่สุด กลายเป็นเขตรอบนอกกรุงเทพฯ ได้แก่ อำเภอเมือง สมุทรปราการ, อำเภอเมือง นนทบุรี, อำเภอบางพลี สมุทรปราการ, อำเภอบางบัวทอง นนทบุรี และอำเภอคลองหลวง ปทุมธานี ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน เทรนด์ที่เปลี่ยนไปจากช่วงก่อนหน้าคือ พื้นที่นอกกรุงเทพฯ ติดอันดับพื้นที่ที่มีคนสั่งมากที่สุดแทนเพราะคน Work from Home กันมากขึ้น ในขณะที่พื้นที่ในกรุงเทพฯ ที่มีคนสั่งมากที่สุด คือ เขตจตุจักรและลาดกระบัง ในขณะที่เขตชั้นใน แชมป์เก่าอย่างปทุมวันและวัฒนา กลับไม่ติด Top 10 อีกแล้ว ซึ่งหมายถึงเป็นโอกาสดีของร้านรอบนอกกรุงเทพฯ ส่วนร้านในพื้นที่ชั้นในกรุงเทพฯ ก็ลำบากขึ้นเพราะผู้บริโภคหายไปจากในเมือง 5 ประเภทของร้านอาหารที่คนนิยมสั่งเดลิเวอรีสูงสุด ได้แก่ ร้านกาแฟ, ร้านอาหารจานเดียว, ร้านอาหารตามสั่ง, ร้านก๋วยเตี๋ยว และร้านอาหารไทย เทรนด์ร้านอาหารที่เปลี่ยนไปจากปี 2020 คือ ร้านกาแฟกลับมาเป็นที่นิยมติดอันดับ 1 (เดิมอันดับ 7) ในขณะที่ร้านก๋วยเตี๋ยว ตกไปอยู่อันดับ 4 (เดิมอันดับ 1) ส่วนร้านฟาสต์ฟู้ด ขึ้นมาเป็นอันดับ 7 (เดิมไม่ติด Top 10) ในขณะที่ร้านอาหารเกาหลี/ญี่ปุ่น หลุดโผ Top 10 ครั้งแรก อายุของผู้บริโภคที่สั่งเดลิเวอรี ไม่เปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก กลุ่มวัยเรียนและ First Jobber อายุ 20-24 ปีสั่งเดลิเวอรีสูงสุด ตามด้วยกลุ่มวัยทำงานอายุ 30-34 ปี และ 25-29 ปี วันและเวลาที่มีการสั่งเดลิเวอรีสูงที่สุด วันอาทิตย์, วันศุกร์ และวันเสาร์ เป็นวันที่มีออร์เดอร์สูงที่สุดตามลำดับ ช่วงเวลาที่มีออร์เดอร์สูงที่สุดคือ 11:00-12:00 น., 12:00-13:00 น. และ 13:00-14:00 น. แล้วเว้นช่วงมาเป็นมื้อเย็น 18:00-19:00 น. และ 19:00-20:00 น. ระยะทางเฉลี่ยที่ผู้ใช้ LINE MAN สั่งอาหารคือ 3.19 กิโลเมตร ซึ่งลดน้อยลงจากในอดีต 10 เมนูที่ถูกสั่งเยอะที่สุด ได้แก่ กาแฟ, ชา, โกโก้, ตำปูปลาร้า, คอหมูย่าง, ข้าวมันไก่, ลาบหมู, หมูปิ้ง, หมูสามชั้น และปาท่องโก๋ ตามลำดับ ราคาเฉลี่ยต่อจานที่คนกดสั่งมากที่สุด คือ 60-70 บาท เมนูที่ถูกสั่งตามช่วงเวลาเยอะที่สุด ช่วงเช้า (6:00-9:00) กาแฟ, หมูปิ้ง, ปาท่องโก๋, ชา, โกโก้, ข้าวมันไก่, โจ๊ก, ต้มเลือดหมู, ไข่ลวก และโก๋กรอบ ตามลำดับ ช่วงกลางวัน (9:00-21:00) กาแฟ ยังคงเป็นเมนูที่ถูกสั่งเยอะที่สุดในช่วงกลางวัน ตามมาด้วย ชา, ตำ, คอหมูย่าง, โกโก้, ลาบหมู, ข้าวมันไก่, หมูสามชั้น, ข้าวผัด และแซลมอน/แซลมอนเบิร์น ช่วงค่ำ (หลัง 21:00) นิยมอาหารอีสาน ได้แก่ หมูสามชั้น, ตำ, คอหมูย่าง และลาบหมู ตามมาด้วย ข้าวต้ม, ไส้กรอก, ข้าวมันไก่, ข้าวผัดหมู, ส้มตำ และยำ คุณยอด ชินสุภัคกุล ยังเสริมว่า “ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ตอนนี้ ในฐานะแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี เราจะทำอย่างเต็มที่เพื่อสร้างยอดขายให้ร้านอาหาร มีรายได้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายของร้าน ชดเชยกับยอดขายหน้าร้านที่หายไปมากที่สุดเท่าที่ทำได้ ด้วยการออกมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ผ่านแคมเปญ #Saveร้านอาหาร ให้สามารถใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ จากแพลตฟอร์มโดยไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ LINE MAN ยังเป็นฟู้ดเดลิเวอรีรายเดียวที่มอบทางเลือกให้ร้านอาหารเลือกว่าจะเข้าร่วม GP หรือ Non-GP ตามความสมัครใจและความเหมาะสมของแต่ละร้าน” เปิด 6 มาตรการ #Saveร้านอาหาร เดือนกรกฏาคม 2564 ร้านอาหารสามารถเลือกได้เองว่าจะขายแบบ Non-GP หรือ GP หากเลือกขายแบบ non-GP จะไม่ต้องเสียส่วนแบ่งรายได้เลย ลูกค้าจ่ายค่าส่งตามระยะทางจริง ส่วนถ้าเลือกขายแบบ LINE MAN GP ลูกค้าจะได้ค่าส่งเริ่มต้นที่ 0 บาท เลือกสลับระหว่าง Non-GP และ GP ได้เองผ่าน Wongnai Merchant App ร้านใหม่ขายแบบ GP ฟรี ไม่เสียค่าธรรมเนียม 15 วัน สำหรับร้านอาหารที่ไม่เคยเข้าร่วมการขายออนไลน์แบบ GP มาก่อน ในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ระหว่างวันที่ 1-31 กรกฎาคม 2564 สมัครได้ที่ https://bit.ly/3jwXHov ช่วยร้านกระตุ้นยอดขาย แจกคูปองส่วนลดให้ร้าน โค้ดส่วนลด 80 บาทสำหรับลูกค้าใหม่ พร้อมกับกรอบรูปสำหรับโปรโมทให้ร้านนำไปใช้ได้ฟรีเพื่อดึงดูดลูกค้า ส่วนลูกค้าทั่วไปมีโค้ดส่วนลด 30 บาท สำหรับการสั่งในทุกออร์เดอร์จากทั้งร้านอาหาร GP และ Non-GP ยกเว้นค่า GP สำหรับการใช้งานฟีเจอร์ Self Delivery (ระบบร้านรับ-ส่งเอง) และ Pickup (รับที่ร้าน) ไม่คิดค่าธรรมเนียม (เดิมคิดที่ 5% ของยอดขาย) เหมาะสำหรับร้านที่มีบุคลากรสามารถจัดส่งได้เอง หรือลูกค้าสะดวกมารับที่หน้าร้าน สามารถใช้แพลตฟอร์มของ LINE MAN เพื่อรับออเดอร์ได้ฟรี เปิดใช้ได้ด้วยตัวเองผ่าน Wongnai Merchant App Wongnai Deals #ช่วยเชฟSaveร้าน ช่วยสนับสนุนเชฟร้านอาหารกลุ่มไฟน์ไดนิ่งให้ขายได้ ผ่านการขายดีลพรีออเดอร์อาหารล่วงหน้าแบบส่งถึงบ้าน โดยไม่คิดค่า GP ให้พื้นที่สื่อโปรโมทร้านบนช่องทางทั้งหมดของ LINE MAN Wongnai ฟรี และถ่ายภาพอาหารเพื่อโปรโมทร้านให้ฟรีจากช่างภาพมืออาชีพ สำหรับร้านอาหารในพื้นที่ 6 จังหวัดควบคุม กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร นอกจากนี้ LINE MAN Wongnai ยังได้อุดหนุนร้านอาหารในพื้นที่ควบคุม 6 จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบจากการงดนั่งรับประทานอาหารที่ร้านและมีวัตถุดิบอยู่เป็นจำนวนมากแต่ไม่สามารถค้าขายได้ตามปกติ โดยนำมาปรุงเป็นอาหารเพื่อส่งมอบต่อให้กับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าในโรงพยาบาลพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงได้เป็นตัวกลางในการบริจาคอาหารให้กับชุมชนต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 ที่กระจายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสิ้นกว่า 50 ชุมชนทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล *เงื่อนไขอื่นๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

LINE MAN Wongnai

8 Jul 2021

Back To Life รวมบริการล่าสุดจาก Wongnai เริ่มต้นใช้ชีวิต New Normal!

Wongnai รับคลายล็อกเฟส 3 ผุดฟีเจอร์-บริการล่าสุด ในแนวคิด “Back To Life” เตรียมความพร้อมให้คนไทยเริ่มต้นใช้ชีวิตแบบ New Normal ด้วยไฮไลต์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ฟีเจอร์ Badge “Be Safe” ให้ค้นหาร้านอาหารที่มีมาตรการด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย รวมถึงเช็กร้านที่เปิดให้นั่งกินที่ร้านได้ เพิ่มความมั่นใจในการรับประทานอาหารนอกบ้าน แคมเปญดีลสุดคุ้มจากร้านอาหาร คลินิกเสริมความงาม สปา และที่พักระดับ 4-5 ดาวทั่วไทยกว่า 600 ดีล ให้กลับไปใช้ชีวิตที่คิดถึง รับส่วนลดสูงสุดกว่า 90% ที่สามารถเก็บไว้ใช้ได้นานสูงสุดถึงปีพ.ศ. 2564 รวมถึงฟีเจอร์และบริการอื่น ๆ อีกมากมาย บนเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น Wongnai เท่านั้น ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด กล่าวว่า “ตั้งแต่เริ่มผ่อนปรนให้นั่งกินอาหารที่ร้านได้เมื่อวันที่ 3 พ.ค. และผ่อนปรนเปิดห้างเมื่อวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ธุรกิจร้านอาหารเริ่มมีรายได้กลับมาราว 50-60% โดยจากฐานข้อมูลของ Wongnai พบว่า มีร้านอาหารมากกว่า 8,000 ร้าน ที่มีมาตรการด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยตามแนวปฏิบัติของศบค. และอีกกว่า 4,500 ร้าน ที่เปิดให้นั่งกินที่ร้านได้ นอกจากนี้ แคมเปญดีลที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง New Normal ในการปรับตัวของธุรกิจช่วงวิกฤตเพื่อเพิ่มกระแสเงินสดหมุนเวียน โดยช่วงเวลาล็อกดาวน์ เดือนเม.ย. – พ.ค. ที่ผ่านมา มีร้านอาหารและคลินิกเสริมความงามกว่า 170 ร้านที่เข้าร่วมขายดีลผ่าน Wongnai และมียอดขายดีลผ่าน Wongnai รวมมากกว่า 4,000 ครั้ง เมื่อดูจากแนวโน้มที่เกิดขึ้น ธุรกิจด้านไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ พร้อมที่จะต้อนรับชีวิตปกติวิถีใหม่ โดย Wongnai ในฐานะซูเปอร์ไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อคนไทยกับบริการด้านไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร เราได้พัฒนาฟีเจอร์และบริการใหม่ ๆ มากมาย ภายใต้แนวคิด ‘Back To Life’ เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยให้ทุกคนได้เริ่มต้นใช้ชีวิตแบบ New Normal” Wongnai ชวน “Back To Life” ให้คนไทยเริ่มต้นใช้ชีวิต New Normal ไปด้วยกัน บนเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น Wongnai ด้วยฟีเจอร์ใหม่และบริการไฮไลท์มากมาย ได้แก่ 1.ฟีเจอร์ใหม่ Badge “Be Safe”  ให้ค้นหาร้านอาหารที่มีมาตรการด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย รวมถึงเช็กว่าร้านเปิดให้นั่งกินที่ร้านได้หรือไม่อีกด้วย นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถร่วม #ปลดล็อกร้านด้วยรูปของคุณ ด้วยการอัปโหลดรูปภาพบรรยากาศร้านที่เปิดให้นั่งกินที่ร้านได้แล้วบน Wongnai เพื่อบอกต่อให้ผู้ร่วมใช้งานทุกคนเตรียมตัวออกไปกินอาหารที่ร้านโปรดได้อย่างมั่นใจ 2.แคมเปญดีลสุดคุ้ม พิเศษสุดสำหรับเดือนมิถุนายนนี้ Wongnai เอาใจสายท่องเที่ยว ชวนแพ็กกระเป๋ากลับไปท่องเที่ยวหลังคลายล็อกดาวน์ ด้วยดีลสุดคุ้มสำหรับโรงแรมและที่พักระดับ 4-5 ดาวอีกกว่า 30 แห่งทั่วไทย ทั้ง หัวหิน เขาใหญ่ เชียงใหม่ กระบี่ ภูเก็ต และอีกมากมาย รับส่วนลดที่พักสูงสุดกว่า 70% เริ่มต้น 999 บาท เข้าพักได้ถึงปีพ.ศ. 2564 พร้อมด้วยดีลสุดคุ้มอีกกว่า 600 ดีลจากร้านอาหาร คลินิกเสริมความงาม และสปา ค้นหาได้ที่ ดีลส่วนลดสุดคุ้มจาก Wongnai 3.นวดที่บ้านปลอดภัยกว่ากับ Wongnai Massage at Home กลับมาอีกครั้งกับบริการนวดถึงที่ เรียกพนักงานนวดจาก Wongnai ไปที่บ้านหรือออฟฟิศ เลี่ยงพื้นที่แออัด ไม่ต้องเดินทาง และไม่ต้องใช้ของร่วมกับผู้อื่น พร้อมด้วยมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และมาตรการคัดกรองผู้รับบริการที่เคร่งครัด เชื่อมั่นได้ในความสะอาดและปลอดภัย เริ่มต้น 599 บาท สามารถนวดได้นานสุดถึง 4 ชั่วโมง และสามารถแชร์กับเพื่อนหรือครอบครัวได้ (3 กม. แรก ฟรีค่าเดินทาง) พื้นที่ให้บริการในเขตไม่เกิน 5 กม. จากสถานีรถไฟฟ้า BTS และ MRT กดจองพนักงานนวดได้แล้วบนแอป Wongnai เท่านั้น 4.บริการ Delivery และ Pickup สำหรับทุกคนที่คุ้นชินกับการสั่งอาหารแบบ New Normal สามารถสั่งอาหารเดลิเวอรีกว่า 100,000 ร้านทั่วไทย ส่งฟรี 3 กม.แรก (เฉพาะร้านที่ร่วมรายการ) ผ่านเว็บไซต์และแอปฯ Wongnai และ LINE MAN ได้ในทันที พร้อมด้วยโปรโมชั่นมากมาย นอกจากนี้ ฟีเจอร์ “Pickup (รับที่ร้าน)” ให้กดสั่งอาหารล่วงหน้าและจ่ายเงินผ่านแอปฯ แล้วแวะไปรับที่ร้านหรือ Drive Thru ก็ได้ สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องรอคิวหน้าร้าน ลดการสัมผัส และไม่เสียค่าบริการ รับอาหารที่ร้านกว่า 5,000 ร้านได้แล้ววันนี้ “ตลอดช่วง 2 เดือนแห่งความยากลำบากที่ผ่านมา วาระสำคัญสูงสุดของ Wongnai คือการพัฒนาแอปพลิเคชั่น ฟีเจอร์ คอนเทนต์ และบริการมากมายที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อร้านอาหารทั่วประเทศ รวมถึงธุรกิจด้านไลฟ์สไตล์อื่น ๆ เข้ากับคนไทยให้สู้ไปด้วยกัน ในเวลานี้ที่สถานการณ์ผ่อนคลายมากขึ้น เราก็จะยังคงยึดมั่นภารกิจในการเชื่อมต่อสิ่งดี ๆ เพื่อเป็นตัวช่วยให้ทุกคนสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติในวิถีใหม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม เราทุกคนก็ต้องอย่าลืมปฏิบัติตามแนวทางป้องกันอย่างเคร่งครัดเพื่อรักษาสมดุลระหว่างสุขภาพ และสภาพเศรษฐกิจโดยรวม” ยอดกล่าวสรุป

LINE MAN Wongnai

5 Jun 2020

LINE MAN เปิดสถิติ “ที่สุดแห่งปี 2022” Soft Power คนดังปลุกเมนูฮิตข้ามคืน ด้าน “ส้มตำ” แชมป์ยอดสั่ง 6.8 ล้านจาน

LINE MAN รวบรวมสถิติ “ที่สุดแห่งปี 2022” เผยเทรนด์การกินของคนไทยกว่า 10 ล้านคนทั้ง 77 จังหวัด ที่สั่งจากร้านอาหารกว่า 7 แสนร้านตลอดทั้งปี  พบปรากฏการณ์พลังคนดังรันวงการอาหารไทยแจ้งเกิดเมนูขวัญใจคนไทยในชั่วข้ามคืน พร้อมเผยสถิติที่น่าสนใจในทุกบริการบน LINE MAN ย้ำภาพผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ของคนไทย   2022 ปีแห่ง Soft Power คนดังรันวงการอาหารไทย ดันเมนูแจ้งเกิดเป็นพลุแตก ยกให้เป็นปีแห่งปรากฏการณ์พลังของคนดังที่พาอาหารไทยไปสู่ระดับโลก เพียงแค่คำพูดคำเดียวหรือภาพโซเชียลหนึ่งภาพก็สามารถสร้างกระแสฟีเวอร์ ร้านอาหารรับออร์เดอร์ถล่มทลายเพียงข้ามคืน ส่งผลต่อเนื่องไปยังเกษตรกรและผู้ผลิตวัตถุดิบให้มียอดขายโตตามอย่างคึกคัก สำหรับปีนี้เมนูแจ้งเกิดแห่งปีต้องมอบให้ “ส้มตำ” แชมป์ขายดีแห่งปี เสิร์ฟไปแล้วกว่า 6.8 ล้านจาน ส้มตำขึ้นแท่นเป็นเมนูแห่งชาติประจำปีที่มียอดสั่งสูงที่สุดบน LINE MAN กว่า 6.8 ล้านจาน (1 ม.ค. – 28 พ.ย. 65) ปริมาณเทียบเท่ากับการเลี้ยงชาวอีสานได้ครบทุกครัวเรือน สำหรับเมนูส้มตำยอดนิยม 3 อันดับแรก ได้แก่ ตำปูปลาร้า, ตำป่า และตำไทย นอกจากนี้อาหารอีสานเมนูอื่นๆ ได้แก่ ลาบหมู, คอหมูย่าง และน้ำตกหมู ก็ยังติด 10 อันดับเมนูขายดีเช่นเดียวกัน สะท้อนวัฒนธรรมการ ‘ล้อมวงกินข้าว’ ของคนไทยที่มีส้มตำและอาหารอีสานเป็นตัวกลางกระชับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวและเพื่อนฝูงในทุกมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี เปิดอันดับของใช้ที่คนไทยมักจะลืมและสินค้าใช้ด่วนบน LINE MAN MART  เทรนด์ Quick Commerce ค่อย ๆ เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคในการสั่งของสด-ของใช้จากร้านออนไลน์มากขึ้นไม่ต้องเสียเวลาเดินออกไปซื้อด้วยตัวเอง ปัจจุบัน LINE MAN MART มีร้านค้ารายย่อยหลากหลายประเภทสินค้าบนแพลตฟอร์มมากกว่า 60,000 ร้าน และใช้เวลาเฉลี่ยในการจัดส่งเพียง 20 นาทีตอบรับความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องการสินค้าทันที ในปีนี้ LINE MAN MART พบสถิติที่น่าสนใจจากสินค้าที่มักจะลืมหรือสินค้าที่ต้องการใช้ด่วน 5 อันดับที่มียอดสั่งสูงที่สุด ได้แก่  สายชาร์จแบตโทรศัพท์, ผ้าอนามัย, ถุงยางอนามัย, น้ำตาเทียม และที่ตรวจครรภ์ ตามลำดับ สำหรับถุงยางอนามัยพบว่าช่วงเวลาที่มียอดสั่งสูงที่สุดคือช่วง 18.00-20.00 น.  นอกจากนี้ในช่วงเทศกาลสำคัญ ผู้ใช้ยังมีแนวโน้มสั่งสินค้าประจำเทศกาลมาส่งถึงที่มากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงสภาพจราจรหรือฉลองแบบส่วนตัวที่บ้าน โดยสินค้ายอดฮิตช่วงเทศกาล ได้แก่ ชุดหมูกระทะ ช่วงปีใหม่, ดอกกุหลาบ ช่วงวันวาเลนไทน์, พวงมาลัย ช่วงวันแม่แห่งชาติ และใบตอง ช่วงวันลอยกระทง ส่งด่วน ส่งเอกสาร วางบิลได้แล้วทั่วไทยด้วย LINE MAN MESSENGER  ปีนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของบริการ LINE MAN MESSENGER ส่งของด่วน ส่งเอกสาร วางบิล ที่ขยายพื้นที่ให้บริการครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศเรียบร้อยแล้ว และได้รับกระแสตอบรับที่ดีในพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีแนวโน้มการใช้งานเติบโตต่อเนื่อง สำหรับพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีการใช้งานเมสเซนเจอร์สูงสุดประจำแต่ละภาค ได้แก่ พัทยา, เชียงใหม่, สงขลา, กาญจนบุรี และขอนแก่น  ตามสถิติพบว่ากลุ่มผู้ใช้งานอันดับหนึ่งคือ ‘แม่ค้าพ่อค้าออนไลน์’ เป็นผลจากการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซทั่วประเทศที่ต้องการตอบรับความคาดหวังของลูกค้าที่ต้องการรับของทันที มีผู้ใช้ดีเด่นที่เรียกเมสเซนเจอร์บ่อยที่สุดในปีถึง 6,142 ครั้ง LINE MAN TAXI เผยพื้นที่ปริมณฑลติดอันดับปลายทางที่ถูกเรียกไปส่งมากที่สุด สำหรับบริการ LINE MAN TAXI เรียกแท็กซี่ไว้ใจได้ รับส่งถึงที่ที่ให้บริการครอบคลุมกรุงเทพมหานคร และเขตพื้นที่ปริมณฑลและจังหวัดใกล้เคียงรวม 5 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม และสมุทรสาคร จากสถิติพบว่าพื้นที่ที่คนเรียกมารับมากที่สุด ได้แก่ จตุจักร, ห้วยขวาง และวัฒนา ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่มีออฟฟิศและชุมชนหนาแน่น ในขณะเดียวกันปลายทางที่มีคนเรียกไปส่งมากที่สุดเป็นที่อยู่อาศัยย่านชานเมืองที่ขยายตัวออกไป ได้แก่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ, เขตจตุจักร กรุงเทพฯ และอำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี โดยช่วงเวลาส่วนใหญ่ที่คนเรียกแท็กซี่มากที่สุดคือช่วง 17.00-20.00 น. นอกจากข้อมูลที่สุดแห่งปี 2022 แล้ว LINE MAN ยังได้สร้างสีสันให้กับนักกินทั่วไทย เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ย้อนรอยความฟินที่คุณกินในปี 2022 ที่จะพาผู้ใช้กว่า 10 ล้านคนย้อนกลับไปดูเมนูโปรดที่สั่งบ่อยที่สุดหรือสไตล์การกินที่เป็นตัวเอง และอันดับที่สุดแห่งปีของตัวเองอีกมากมาย เล่นได้แล้ววันนี้บนแอป LINE MAN คลิก https://lineman.onelink.me/1N3T/xtcwv2ha

LINE MAN Wongnai

23 Dec 2022

LINE MAN ชู 2024 ปีแห่ง Eat-fluencer แจ้งเกิดเมนูใหม่ ชุบชีวิตเมนูเก่า ดัน “ชาชีส-เค้กกล้วยหอม-ไข่พะโล้” ยอดกระฉูด

LINE MAN ผู้นำแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีหนึ่งเดียวในไทยที่ให้บริการครอบคลุม 77 จังหวัด ลงลึก 1 ใน 4 อำเภอทั่วประเทศไทย สรุปเทรนด์การกินคนไทยที่สุดแห่งปี 2024 จากฐานข้อมูลผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านคน และร้านอาหารกว่า 5 แสนร้าน ยกให้เป็น “ปีแห่ง Eat-fluencer” ที่อินฟลูเอ็นเซอร์ปลุกเมนูเก่าเขย่าเมนูธรรมดาให้กลับมาฮิตอีกครั้ง ดันยอดออร์เดอร์ “ชาชีส-เค้กกล้วยหอม-ไข่พะโล้-ขนมไข่-ข้าวขาหมู-ข้าวมันไก่” พุ่งทะลุจนกลายเป็นเมนูไวรัลสุดปังแห่งปี เมนูไวรัลแห่งปี! Eat-fluencer แจ้งเกิดเมนูใหม่ ชุบชีวิตเมนูเก่า คนไทยกินตามเทรนด์ ปีนี้เห็นได้ว่ากระแสในโลกโซเชียลและอินฟลูเอ็นเซอร์มีบทบาทสำคัญในการแจ้งเกิดเมนูอาหาร โดย Top 6 เมนูไวรัลสุดปังแห่งปีที่มียอดออร์เดอร์เติบโตสูงที่สุด อันดับ 1 ได้แก่ “ชาชีส” ที่กระโดดเข้ามาเป็นเมนูไวรัลยอดฮิต ดันยอดออร์เดอร์ชาชีสบน LINE MAN เติบโตขึ้นถึง 7 เท่า พร้อมจำนวนร้านชาชีสบน LINE MAN เพิ่มขึ้นกว่า 4,000 ร้านทั่วประเทศ โดยร้านติดท็อปขายดีที่สุดทั่วประเทศ ได้แก่ ร้าน OWL CHA, BEARHOUSE และ Nose Tea ที่สั่งได้เฉพาะบน LINE MAN ด้วยเช่นกัน อันดับ 2 เค้กกล้วยหอม ปลุกกระแสโดยร้าน Bonnana หนึ่งในร้าน LINE MAN Only ที่เจ้าของคืออินฟลูเอนเซอร์สายกินชื่อดังอย่าง บิว วราภรณ์ จากกระแสนี้ทำให้มีร้านอาหารที่เพิ่มเมนูเค้กกล้วยหอมกว่า 2,000 ร้าน ส่งผลให้ยอดออร์เดอร์เค้กกล้วยหอมทั่วประเทศเติบโต 115% เมนู “ขนมไข่” ขนมย้อนวัยที่กินกันตอนเด็กๆ ถูกปลุกกระแสให้กลับมาอีกครั้งจากขนมไข่ไส้เนย ต้นตำรับจังหวัดสงขลา ฮิตกินกันทั่วบ้านทั่วเมือง มียอดสั่งเติบโตถึง 50% หนึ่งในร้านบน LINE MAN คือร้านรุนขนมไข่ เช่นเดียวกับ หมูเด้ง โกลบอลซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกที่สร้างกระแสอาหารสุดแปลกกับคนไทยที่มองน้องแล้วนึกถึงข้าวขาหมู จนทำให้มียอดค้นหาบน LINE MAN เพิ่มขึ้น 50 % พุ่งแรงแซงเมนูฮิต อย่างชาบู-ซูชิเป็นประวัติการณ์  ไม่ใช่แค่นั้น เมนูเบสิคคู่คนไทย “ข้าวมันไก่” กลับขึ้นมาอยู่ในลิสต์เมนูมาแรงได้อีกครั้ง หลังจากเจ้าแม่แห่งวงการร้านอาหาร ปลา-อัจฉรา บุรารักษ์ แห่ง iberry Group เปิดร้านอาหารแห่งใหม่ “ข้าวมันไก่โต๊ะคิม” ยกระดับข้าวมันไก่จานธรรมดาให้อร่อยแบบไม่ธรรมดา บวกกับร้านข้าวมันไก่ระดับพรีเมี่ยมเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ร้านหมึกมันไก่ ร้านบุญตงเกียรติ และ ร้าน FEI JI (เฟ๋ย จี) ข้าวมันไก่สไตล์สิงคโปร์ ซึ่งเป็นร้านที่สั่งได้เฉพาะบน LINE MAN จนมียอดสั่งข้าวมันไก่ภาพรวมทั่วประเทศเติบโตกว่า 23% ทิ้งท้ายด้วย ไข่พะโล้ เมนูบ้านๆ ที่ถูกชุบชีวิตโดยพี่เอ-ศุภชัย ช่วยดันยอดขายร้านข้าวแกงเติบโตแรงทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ยอดออร์เดอร์เมนูไข่พะโล้บน LINE MAN โตขึ้นกว่า 2 เท่า ในระยะเวลาเพียงแค่ 1 เดือนช่วงที่มีกระแส (ระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายน 2567) ต้องยกให้พี่เอ-ศุภชัยเป็นผู้ทรงอิทธิพลด้านการสร้างกระแสเมนูไวรัลแห่งปี ตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 เมนูอาหารของพี่เอสร้างการมีส่วนร่วมบนโลกโซเชียลไปแล้วกว่า 24 ล้านครั้ง “ไก่ทอด” ผงาด ล้มแชมป์เก่า “ส้มตำ” ขึ้นแท่นเมนูขายดีสุดแห่งปี เสิร์ฟไปแล้วกว่า 21 ล้านชิ้น ไก่ทอด ขึ้นแท่นเป็นเมนูอาหารที่มียอดสั่งสูงที่สุดบน LINE MAN เสิร์ฟไปแล้วกว่า 21 ล้านชิ้น เทียบเท่าการเสิร์ฟให้กับคน 1 ใน 3 ของทั้งประเทศ ตามมาด้วย ตำปูปลาร้า, ข้าวกะเพราหมูสับ/หมูกรอบ, ข้าวมันไก่ และตำป่า ตามลำดับ เมื่อเจาะลึกที่เมนูไก่ทอด พบว่าไก่ทอดอเมริกัน อย่าง KFC หรือ McDonald’s เป็นเมนูไก่ทอดที่เติบโตสูงสุดถึง 90% ตามมาติด ๆ ด้วย ไก่ทอดญี่ปุ่น เช่น ปีกไก่ทอดยามะจังจากร้าน Sekai no Yamachan และ ไก่ทอดเกาหลี “กาแฟดำ” ยึดเก้าอี้แชมป์เมนูเครื่องดื่มแห่งปี “ชาเขียวนม” ยอดสั่งสูงสุดในหมวดชา  ด้านเมนูหมวดเครื่องดื่มที่มียอดสั่งสูงสุดในปี 2024 อันดับ 1 ได้แก่ Black Coffee หรือ กาแฟดำ ตามมาด้วย ชาเขียวนม, เอสเปรสโซ่, ชานม และชาไทย ตามลำดับ ในขณะที่เทรนด์การดื่มชาก็เติบโตได้ดี โดย “ชาเขียวนม” เป็นเมนูชายอดนิยม พบกระแสที่น่าสนใจของ “ชาไทย” ที่เป็นเมนูเครื่องดื่มที่เติบโตแรงที่สุด ในปีนี้จะเห็นว่าร้านเครื่องดื่มและคาเฟ่ต่างพัฒนาเมนูชาไทยให้มีความหลากหลาย เช่น ชาไทยไข่มุก, ชาไทยลาเต้, ชาไทยปั่น หรือแม้กระทั่งชาไทยน้ำช่อดอกมะพร้าวที่สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมทั้งเลือกใช้ใบชาที่ปลูกในไทยมากขึ้น  โดยกระแสความนิยมของชาไทยจากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติในปีนี้กำลังส่งสัญญาณว่าปีหน้าอาจจะกลายเป็นเมนูเครื่องดื่มแห่งปีในลำดับต่อไป ชุดเครื่องต้มยำ และ สินค้าสัตว์เลี้ยง ติดท็อปสินค้าขายดีบน LINE MAN MART ต้นหอม, ผักชี, พริก และ ชุดเครื่องต้มยำ ติดอันดับสินค้าขายดีแห่งปีบน LINE MAN MART สอดคล้องกับกระแสการทำอาหารไทยที่บ้านที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน เทรนด์ Pet Parent หรือการเลี้ยงสัตว์เป็นสมาชิกในครอบครัว ส่งผลให้สินค้ากลุ่มสัตว์เลี้ยงเติบโตตามไปด้วย โดย ทรายแมว กลายเป็นสินค้าสัตว์เลี้ยงที่มียอดออร์เดอร์สูงสุด ตามมาด้วยอาหารแมว, อาหารสุนัข, อาหารหนู และอาหารเม่นแคระ แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มการเลี้ยงสัตว์ของคนไทยมีการเติบโตอย่างชัดเจน LINE MAN ยังคงยืนหนึ่งในวงการฟู้ดเดลิเวอรี ด้วยฐานข้อมูลร้านอาหารที่ครอบคลุมและบริการที่หลากหลาย ที่ตอบสนองทุกความต้องการของคนไทย มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพบริการและโปรโมชันที่คุ้มค่า รวมถึงเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีและถูกที่สุดทุกวัน ข้อมูลเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 16 ธันวาคม ของปี 2567 และ ปี 2566 ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

20 Dec 2024