LINE ปล่อยภาพยนตร์โฆษณาใหม่ “Life on LINE”
ขยายภาพแพลตฟอร์มดิจิทัลยืนหนึ่งสำหรับทุกไลฟ์สไตล์แห่งยุค “Now Normal”

ชมภาพยนตร์โฆษณา Life on LINE : https://u.lin.ee/B23GHaB/wcvn/PR/lol

LINE ประเทศไทย เดินหน้าตอบโจทย์การเชื่อมโยงทุกไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของคนไทย เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “Life on LINE” นำเสนอภาพการใช้ชีวิตของคนไทยอย่างมีมิติและสีสัน ในยุคต่อจากนี้ การันตีด้วยความไว้วางใจของผู้ใช้งานทั่วไทยกว่า 50 ล้านราย ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานเพื่อไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของผู้บริโภคยุค Now Normal ชีวิตวิถีใหม่ของวันนี้ที่มองหาความสะดวกและประสบการณ์แบบครบถ้วนในที่เดียว

พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย “จากการที่ LINE ประเทศไทยมีผู้ใช้งานครบ 50 ล้านรายนั้นได้แสดงถึงความไว้วางใจของผู้ใช้ทั่วไทยที่มีต่อแพลตฟอร์ม LINE ในการเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันทั้งด้านการสื่อสาร ความบันเทิง ช้อปปิ้ง ขายของออนไลน์ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ในด้านต่างๆ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงทักษะในการเป็น ‘พลเมืองดิจิทัล’ ที่เข้าถึงและใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ในการดำเนินชีวิตได้อย่างอิสระและเท่าเทียม ท่ามกลางข้อจำกัดและสิ่งแวดล้อมที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา สอดคล้องกับแนวคิด Life on LINE ของแพลตฟอร์มที่ต้องการเชื่อมโยงไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้เข้าด้วยกันบนแพลตฟอร์ม LINE เป็นไปตามแนวโน้มผู้บริโภคยุคนาว นอร์มอล (Now Normal) ชีวิตวิถีใหม่ของวันนี้ที่มองหาประสบการณ์ไลฟ์สไตล์แบบครบถ้วนจบในที่เดียว”

พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา

ชมคลิป CEO LINE ประเทศไทยขอบคุณ 50 ล้านผู้ใช้พร้อมฝากถึงภาพยนตร์โฆษณาใหม่ Life on LINE : https://lin.ee/s5KaSu2/wcvn/PRCEOspeech/LOL

ชาญวุฒิ ลือชัยสิทธิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด LINE ประเทศไทย “ภาพยนตร์โฆษณาชุด Life on LINE นี้ เป็นการแสดงถึงความสำเร็จของแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของยุค Now Normal ด้วยการขยายภาพวิสัยทัศน์ของ LINE ผ่านทุกจังหวะการใช้ชีวิตบนแพลตฟอร์ม LINE ของคนยุค Now Normal ออกมาอย่างเป็นรูปธรรม ชัดเจนและเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชีวิตประจำวัน การซื้อขายของออนไลน์ การติดต่อสื่อสารเชื่อมโยงกับทุกเจน และสนุกไปกับเรื่องราวของโลกรอบตัวที่เกิดขึ้นได้พร้อม ๆ กัน ซึ่งชีวิตในแบบ Life on LINE ไม่ได้หมายถึงการใช้ชีวิตอยู่แค่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ แต่เป็นการที่ผู้ใช้รู้จักและสามารถใช้แพลตฟอร์ม LINE อำนวยความสะดวกในการผสมผสานการใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์และโลกออฟไลน์ได้อย่างไร้รอยต่อเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตไปอีกขั้น”

ชาญวุฒิ ลือชัยสิทธิ์

จากแอปพลิเคชันสื่อสารสู่แพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานเพื่อไลฟ์สไตล์ดิจิทัลที่คนไทยเลือกใช้เป็นอันดับหนึ่ง จึงทำให้ภาพยนตร์โฆษณาชุด Life on LINE นี้ สามารถสื่อแนวคิดข้างต้นออกมาได้อย่างชัดเจนผ่านไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ทุกเพศ ทุกวัย ด้วยบริการบนแพลตฟอร์ม LINE ที่พร้อมรองรับทุกช่วงเวลา

#LifeonLINE #ตอบทุกโจทย์ชีวิตคุณ

อัปเดต LINE เวอร์ชันล่าสุด คลิก

News Release View More

LINE MAN Wongnai เพิ่มหมวด ‘ฮาลาล’ บนแอปฯ ตอบโจทย์ผู้ใช้ชาวมุสลิม สร้างมาตรฐานความน่าเชื่อถือให้ร้านฮาลาล

LINE MAN Wongnai จับมือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ  สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ลงนามบันทึกความร่วมมือเพื่อยกระดับร้านอาหารที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ‘ฮาลาล’ สู่แพลตฟอร์มดิจิทัล เปิดหมวดร้านอาหาร ‘ฮาลาล’ บนแอปฯ ยกระดับร้านที่ได้มาตรฐานสู่ผู้ใช้ไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มมุสลิมที่มีจำนวนมากและมีกำลังซื้อสูง พร้อมสร้างมาตรฐานความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจร้านอาหารไทย ชี้โอกาสทองตลาดอาหารฮาลาล มูลค่าแตะล้านล้านดอลลาร์ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันธุรกิจร้านอาหารฮาลาลไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ และสร้างแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามองเห็นความสำคัญของการสร้างโอกาสให้กับร้านอาหารฮาลาล โดยมีสำนักงานคณะกรรมการกลางฯ เข้ามาร่วมตรวจสอบและออกหนังสือรับรองมาตรฐานเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคชาวมุสลิม นักชิมไทย และต่างประเทศ ปัจจุบัน มูลค่าตลาดอาหารฮาลาลทั่วโลกเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าปี 2568 จะมีมูลค่าสูงกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธุรกิจฮาลาลเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมดาวรุ่งที่ผู้ประกอบการไทยควรเร่งใช้ประโยชน์เพื่อโอกาสในการแข่งขันได้ทั้งในตลาดในประเทศและต่างประเทศ”  ด้าน พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “การรับรองมาตรฐานฮาลาลไม่เพียงตอบสนองความต้องการด้านศาสนา แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความมั่นใจและเพิ่มมูลค่าให้แก่ธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจฮาลาลของไทย” นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ปัจจุบันเรามีร้านอาหารที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาลทั่วประเทศอยู่บนแพลตฟอร์มแล้วกว่าร้อยละ 70 และยังมีแผนขยายจำนวนร้านอาหารฮาลาลในพื้นที่บริการเดลิเวอรีทั้ง 77 จังหวัด เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจแก่ผู้บริโภคชาวมุสลิมที่มองหาร้านที่ได้รับมาตรฐานการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยจริงๆ และยกระดับผู้ประกอบการร้านอาหารฮาลาลไทยก้าวสู่แพลทฟอร์มดิจิทัลอย่างเต็มศักยภาพ” นอกจากนี้ ภายในงานยังมีร้าน ช่อมาลี (Chormalee Bistro) ร้านอาหารไทย-มุสลิมสมัยใหม่ ที่เป็นตัวแทนร้านอาหารที่ได้รับมาตรฐานฮาลาลและอยู่บนแพลตฟอร์ม LINE MAN เข้าร่วมพิธีลงนาม พร้อมนำเมนูจากทางร้านมาให้ผู้เข้าร่วมงานได้ลองชิม การได้รับมาตรฐานฮาลาล เป็นเสมือนตรารับรองคุณภาพที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจและความน่าเชื่อถือให้กับร้านอาหารและเมื่อผนวกเข้ากับพลังของแพลตฟอร์มที่มีฐานผู้ใช้งานแข็งแกร่ง จะช่วยขยายโอกาสทางธุรกิจได้อย่างแท้จริง ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

30 Sep 2025

LINE MAN ร่วมกับ สสส. ปั้นหลักสูตรดูแลสุขภาวะไรเดอร์ ลุยวิจัยสกัดหลักสูตรที่ไรเดอร์ต้องการ เตรียมขยายผลทั่วประเทศ

LINE MAN ร่วมมือกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมภาคีผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ปั้นหลักสูตรดูแลสุขภาวะไรเดอร์ กาย-ใจ-ความปลอดภัยบนท้องถนน มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างอาชีพไรเดอร์ให้ยั่งยืน ล่าสุดนำร่องจัดกิจกรรมอบรมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก่อนเตรียมขยายผลหลักสูตรให้เข้าถึงไรเดอร์ทั่วประเทศ ไม่จำกัดค่าย อาชีพไรเดอร์กลายเป็นอาชีพมาแรงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีคนหลายแสนคนที่ก้าวเข้าสู่สายอาชีพนี้และกลายเป็นที่พึ่งให้กับคนทั่วไป ร้านค้า และร้านอาหารในทุกๆ วัน แต่การทำงานบนท้องถนนทั้งวันทำให้ไรเดอร์ต้องเผชิญกับปัญหาด้านสุขภาพตามมาจากการขับขี่รถจักรยานยนต์หลายชั่วโมง และความเครียดจากการจราจร ด้วยเหตุนี้ LINE MAN และ สสส. ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเดียวกันในการยกระดับคุณภาพชีวิตแก่ไรเดอร์ไทยจึงได้ร่วมมือกันพัฒนาหลักสูตรดูแลสุขภาวะที่ผ่านการวิจัยความต้องการจากไรเดอร์โดยตรง โดยได้นำร่องจัดการอบรมไปแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง ณ ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. ตลอดเดือนธันวาคมที่ผ่านมา นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “สำหรับ LINE MAN ในฐานะแพลตฟอร์ม เราต้องการผลักดันวิชาชีพไรเดอร์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งรากฐานที่สำคัญคือเรื่องสุขภาพของไรเดอร์ ถ้าไรเดอร์มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงก็จะทำให้สร้างโอกาสทำมาหากินได้ ด้วยเหตุนี้เราจึงได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านสุขภาพโดยเฉพาะ อย่าง สสส. เพื่อเริ่มต้นวิจัยความต้องการของไรเดอร์เกี่ยวกับปัญหาด้านสุขภาพและนำมาสกัดเพื่อพัฒนาหลักสูตรสุขภาวะเพื่อสร้างความรู้ในการดูแลตัวเองอย่างถูกต้องขั้นต้นให้แก่ไรเดอร์” ด้าน นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่า “หนึ่งในความตั้งใจของ สสส. คือการปลูกฝังเรื่องการดูแลสุขภาพให้แก่คนทำงานอาชีพไรเดอร์ การร่วมมือในหลักสูตร ‘ไรเดอร์สร้างเสริมสุขภาพ’ ครั้งนี้ LINE MAN ถือเป็นแพลตฟอร์มพาร์ทเนอร์เจ้าแรกที่ร่วมมือลงแรงปั้นหลักสูตรเพื่อดูแลสุขภาวะของไรเดอร์อย่างจริงจัง พร้อมได้รับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนานโยบาย คณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และมูลนิธินโยบายถนนปลอดภัย โดยนำร่องจัดกิจกรรมอบรมไปแล้ว 3 ครั้งตลอดเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ได้แก่ “หลักสูตรเหล่านี้ได้ถูกพัฒนาจากทีมนักวิจัยที่ทำแบบสำรวจความต้องการของจำนวนไรเดอร์เกี่ยวกับทักษะที่จำเป็นและสกัดออกมาเป็นหลักสูตรที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มไรเดอร์ได้เป็นอย่างดี  สำหรับกิจกรรมอบรมทั้ง 3 ครั้งมีไรเดอร์เข้าร่วมกว่า 70 คน และในอนาคตเตรียมขยายผลหลักสูตรให้เข้าถึงไรเดอร์ทั่วประเทศ ไม่จำกัดค่ายให้มีส่วนร่วมได้” คุณอิสริยะทิ้งท้าย นอกจากนี้ ช่วงสิ้นปี LINE MAN ยังได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลกรุงเทพ (BDMS) จัดกิจกรรมอบรมการปฐมพยาบาลและช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานประจำปี 2565 ภายใต้โครงการ “BDMS อบรมการช่วยชีวิต” สำหรับไรเดอร์ LINE MAN จำนวน 50 คน เพื่อตอกย้ำความตั้งใจของ LINE MAN ในการช่วยเสริมสร้างทักษะในการช่วยชีวิตให้แก่ไรเดอร์บนท้องถนน

LINE MAN Wongnai

22 Dec 2022

สรุปบทเรียน 3 เคสจริงร้านอาหารเดลิเวอรี รับเทรนด์ “แพ็กเกจรักษ์โลก”

สรุปบทเรียน 3 เคสจริงร้านอาหารเดลิเวอรี รับเทรนด์ “แพ็กเกจรักษ์โลก” เติบโต อัตราการผลิตพุ่ง ดันต้นทุนต่อชิ้นปรับลดลงราว 50% จากสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการ Work from home มีการขนส่งทั้งอาหาร พัสดุ สินค้า ฯลฯ มากขึ้นเป็นผลให้ปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มสูง ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างปี 2562 (ช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19) มีอัตราการสร้างขยะพลาสติกเฉลี่ย 96 กรัม/คน/วัน ในขณะที่ปี 2563 เฉลี่ยอยู่ที่ 134 กรัม/คน/วัน เพิ่มขึ้นกว่า 40%* นี่เป็นเหตุผลที่ภาครัฐและภาคธุรกิจหันมาสนใจประเด็นบรรจุภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อมหรือ Eco-packaging มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารยังคงมีภาพจำเรื่องข้อจำกัดเรื่องต้นทุน และคุณสมบัติของบรรจุภัณฑ์ที่อาจไม่สามารถใส่อาหารได้ทุกประเภท วันนี้เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ Eco-packaging ก้าวหน้าขึ้น มีต้นทุนที่ถูกลงกว่าเมื่อก่อน บทความนี้จึงสรุปบทเรียน 3 เคสจริงของร้านอาหารเดลิเวอรีบน LINE MAN หลังใช้แพ็กเกจรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อให้เจ้าของร้านอาหารอื่นๆ สามารถนำไปปรับใช้ได้ Sizzler: เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ให้ตอบโจทย์กับชนิดของอาหาร สร้างประสบการณ์การกินที่ดีให้กับผู้บริโภค Sizzler หนึ่งในร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายของเมนูอาหารสไตล์ตะวันตก ทั้งสเต๊ก ซีฟู้ด และสลัด ได้ตื่นตัวและปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาเป็นระยะเวลากว่า 3 ปีแล้ว ปัจจุบัน Sizzler ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นสัดส่วน 90% ของบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด คุณกรีฑากร ศิริอัฐ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอส แอล อาร์ ที จำกัด (Sizzler) เล่าว่า “Eco-packaging ที่แบรนด์เลือกใช้มีทั้งบรรจุภัณฑ์จากเยื่อและกระดาษ (Fiber–Based Packaging) ที่ทำมาจากเส้นใยคุณภาพ มีความคงทนสูง สามารถนำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟได้ ซึ่งเรานำมาใช้เพื่อบรรจุสเต๊ก นอกจากนี้ยังมีกล่องกระดาษคราฟท์สำหรับบรรจุภัณฑ์ Sizzler to go ที่มีคุณสมบัติทนน้ำสลัด และคงสภาพในตู้เย็นได้ 1-2 วัน” “บรรจุภัณฑ์ที่ดีที่สุดคือบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับจุดประสงค์การใช้งานมากที่สุด การเลือกบรรจุภัณฑ์ต้องคำนึงถึงการสร้างประสบการณ์ในการสั่งอาหารที่ดีให้กับลูกค้า โดยยึดจากพฤติกรรมของลูกค้าเป็นหลัก เช่น เมนูสเต๊ก เมื่อลูกค้าต้องการสั่งไปทานที่บ้าน บรรจุภัณฑ์ที่เราใช้ต้องมีความแข็งแรงคงทนเพื่อให้สามารถเข้าไมโครเวฟได้” ปัจจุบัน Eco-packaging พัฒนาคุณภาพ ราคาที่ถูกลง รวมถึงรองรับการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น โดย DezpaX สตาร์ทอัพผู้ให้บริการ Packaging Solutions ด้านอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรจากเอสซีจี ได้ให้คำแนะนำกับ Sizzler และร้านอาหารมือใหม่อีกมากมายเพื่อหาบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมที่สุดกับการใช้งานของแต่ละร้าน “เราไม่จำเป็นต้องดีดนิ้วแล้วเปลี่ยนทุกอย่างในครั้งเดียว เส้นทางบรรจุภัณฑ์ Eco-friendly ยังมีโอกาสพัฒนาได้อีกมาก เราสามารถเปลี่ยนทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งถึงวันที่ความต้องการใช้พลาสติกน้อยลง และใช้ Eco-packaging มากขึ้น จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงได้ง่ายขึ้นอีกขั้น” คุณกรีฑากรกล่าว Phoenix Lava: เลือกบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเพื่อให้ลูกค้าได้อาหารที่ยังคงความสดใหม่ ร้านซาลาเปาไส้ไหล Phoenix Lava เป็นอีกหนึ่งร้านที่ใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นสัดส่วนถึง 80% โดยคุณปริญญ์ สุขสมิทธิ์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ฟีนิกซ์ ลาวา จำกัด เล่าว่า “กระดาษรองซาลาเปามีราคาขึ้นอยู่กับความหนาของกระดาษ ด้วยความที่ซาลาเปาของเราเป็นไส้ลาวา มีความหนักกว่าซาลาเปาไส้อื่นๆ จึงต้องใช้กระดาษที่หนาประมาณ 325-350 แกรม ในขณะที่ซาลาเปาทั่วไป ใช้อยู่ที่ 250-300 แกรม” บรรจุภัณฑ์ของ Phoenix Lava ที่พัฒนาร่วมกับ DezpaX ให้ความสำคัญกับการคงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ด้วย “กล่องบรรจุภัณฑ์ซาลาเปาต้องเก็บความร้อนไว้ได้นานที่สุด รวมถึงต้องมีคุณสมบัติลดการเกิดไอน้ำภายในกล่อง เราจึงใช้วิธีการเคลือบด้วยวัสดุแบบฟู้ดเกรด ส่วนเมนูทอดที่ต้องใช้กล่องที่มีคุณสมบัติระบายความร้อน สามารถใช้บรรจุภัณฑ์แบบ Eco-packaging ที่หาซื้อได้ทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องหนา เพราะอาจทำให้แป้งเกิดการออกซิเดชัน ส่งผลให้ของทอดไม่แข็งตัวได้” “ปัจจุบันนี้ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่าย ด้วยราคาที่ถูกลงเรื่อยๆ ทำให้เราเห็นหลายร้านหันมาใช้กันมากขึ้น ในอนาคตเรื่องของกฎหมายการบังคับใช้พลาสติกคงจะเกิดขึ้นและเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ประกอบการร้านอื่นๆ อาจเริ่มต้นจากการทดลองเปลี่ยนสินค้าเพียง 1-2 ชิ้น จากสินค้าทั้งหมดให้เป็น Eco-packaging ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี” คุณปริญญ์ กล่าว เผ็ดมาร์ค: เลือกลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ร้านอาหารเมนูขวัญใจคนไทยอย่างกะเพราจากร้านเผ็ดมาร์คที่มีระดับความเผ็ดแบบ “เผ็ดมาก” จนกลายเป็นรสชาติเอกลักษณ์ที่ลูกค้าพูดถึง ร้านมียอดขายหลักมาจากการเดลิเวอรีกว่า 80% คุณแทน กิตติเดช วิมลรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้งร้านเผ็ดมาร์ค ด้วยแพชชั่นในการรักษาสิ่งแวดล้อม ตั้งใจออกแบบและเลือกใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับเดลิเวอรีที่ช่วยลดขยะหรือสร้างมลพิษให้สิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด “เผ็ดมาร์ค ใช้เวลากว่า 1 ปี ในการวางแผน ปรับสูตร รวมไปถึงออกแบบบรรจุภัณฑ์ร่วมกับ DezpaX เพื่อพัฒนาดีไซน์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถึงแม้ Eco-packaging มีต้นทุนที่สูงกว่าพลาสติกในระดับหนึ่ง เผ็ดมาร์คยินดีลดกำไรลง 2-3 บาทต่อออร์เดอร์ เลือกใช้ Eco-packaging สำหรับส่งเดลิเวอรีทาง LINE MAN และช่องทางอื่นๆ”  การเริ่มต้นที่ดี คือ การเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนเท่าที่สามารถทำได้ โดยไม่รบกวนต้นทุนของธุรกิจจนเกินไป เพราะการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ เรียกว่าเป็นการช่วยสิ่งแวดล้อมที่ง่ายที่สุด ทำได้ง่ายกว่าการเก็บขยะจากท้องทะเล” คุณแทนสรุป  DezpaX “Food Packaging Solutions partner” เพื่อนคู่คิดร้านอาหารในการสร้างสรรค์ทุกความต้องการด้านบรรจุภัณฑ์ ปัจจุบันมีการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้อย่างแพร่หลาย ส่งผลให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์มีการวิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์วงการฟู้ดเดลิเวอรีมากขึ้น การผลิตที่มากขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง นำมาสู่ราคาสินค้าต่ำลงมากถึง 50% ภายในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นทางเลือกใหม่ให้กับร้านอาหารได้ดียิ่งขึ้น คุณปฐมพงศ์ ดีปัญญา CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง DezpaX.com เปิดเผยว่า “จากปี 2564 มีแนวโน้มผู้สั่งซื้อบรรจุภัณฑ์จากกระดาษและเยื่อธรรมชาติจาก DezpaX เพิ่มมากขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน และในตลาดใช้บรรจุภัณฑ์โฟมลดลงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นพัฒนาการที่ดีมากสำหรับร้านอาหารในประเทศไทย” “จากเทคโนโลยีการผลิตและนวัตกรรมการออกแบบ ทำให้บรรจุภัณฑ์จากเยื่อธรรมชาติ 100% มีความแข็งแรงเพียงพอ สามารถเรียงซ้อนเมื่อขนส่งเดลิเวอรีและสามารถย่อยสลายในบ่อขยะฝังกลบภายใน 90 วัน อีกทั้งปัจจุบันบรรจุภัณฑ์จากพลาสติกที่สามารถ reuse หรือ recycle ได้ เช่น พลาสติกแบบ PET ที่ใช้ผลิตแก้วน้ำ และ ขวดน้ำ, พลาสติกแบบ LDPE ที่ใช้ผลิตถุงพลาสติกชั้นเดียวหรือฉลากขวดน้ำ หรือพลาสติกแบบ PP ที่ใช้ผลิตกล่องอาหารที่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ เป็นต้น ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับร้านอาหาร  และในอนาคตอันใกล้ จากนโยบายของภาครัฐ และการตื่นตัวของผู้บริโภค จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีการใช้งานอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดย DezpaX พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์กับทุกร้าน เหมือนดังเช่น เผ็ดมาร์ค, Sizzler, Phoenix Lava และร้านอื่นๆ ในการสร้างไอเดียและพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งาน ราคา และเอกลักษณ์ของร้านอาหาร”  คุณปฐมพงศ์ กล่าว การที่ผู้ประกอบการร้านอาหารเริ่มตื่นตัวหันมาใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกในทุกวันนี้ ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่ดีทำให้ราคาของ Eco-packaging เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยภายใน 5 ปีที่ผ่านมามีต้นทุนที่ลดลงประมาณ 50% เพราะมีอัตราการผลิตที่เพิ่มมากขึ้น เช่น กล่องเยื่อชานอ้อยจากเดิมราคาประมาณ 3 บาท ปัจจุบันราคาลดลงเหลือ 2 บาท รวมถึงมีวัสดุใหม่ๆ เข้ามาทดแทนเพื่อลดต้นทุน เช่น แก้วกาแฟ 16oz ที่มีต้นกำเนิดจากพืชต่างๆ จากเดิมที่ราคาประมาณ 3.2 บาท ปัจจุบันมีทางเลือกใหม่ในการใช้แก้วกาแฟ BIOMAT 16oz ที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติเช่นเดียวกัน ในราคาต้นทุนประมาณ 2 บาท เป็นต้น โดย LINE MAN ในฐานะผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรียังมุ่งมั่นสนับสนุนร้านค้าในการใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกต่อไปในอนาคต *ข้อมูลจากการเสวนาในประเด็น “ขยะพลาสติก: การจัดการและโอกาส Post COVID-19 หาทางออก เพิ่มโอกาส สร้างรูปแบบที่สมดุล มุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน” เปรียบเทียบอัตราการสร้างขยะในช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. 2562 และช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. 2563

LINE MAN Wongnai

20 Feb 2022

LINE MAN ชวนลองร้านใหม่กับฟีเจอร์ “ร้านที่ไม่เคยลอง”

LINE MAN อัปเดตฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด “ร้านที่ไม่เคยลอง” ที่รวมร้านอาหารกว่า 30,000 หมื่นร้านมาไว้ในปุ่มเดียว เพื่อมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารร้านใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยสั่งมาก่อน ให้ผู้ใช้ทั่วประเทศได้ลิ้มลองรสชาติอาหารที่หลากหลายในทุกมื้อ โดย LINE MAN จะใช้วิธีการ Personalize ตามประวัติการสั่งอาหารของผู้ใช้แต่ละคนเพื่อแนะนำร้านอาหารที่ผู้ใช้ยังไม่เคยสั่ง ทำให้แต่ละคนจะมีร้านที่ไม่เคยลองแตกต่างกันไป  และเพื่อต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง สำหรับสายเดินทางไปเที่ยวต่างถิ่นสามารถเลือกสั่งร้านจากปุ่ม “คัดจากนักกินทั่วไทย” สั่งร้านไหนก็อิ่มอร่อยแน่นอนเพราะการันตีแล้วจากรางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice 2023 ที่คัดจากผู้ใช้ที่กินจริงทั่วประเทศ  สำหรับสายหาของกินแถวบ้าน ปาร์ตี้กับครอบครัว ก็กดสั่งอาหารซัพพอร์ตร้านเล็กใกล้บ้านก็สะดวกสบาย สั่งผ่านฟีเจอร์ “ร้านที่ไม่เคยลอง” พร้อมรับโค้ดส่วนลดทันที 50 บาท* เมื่อสั่งอาหาร 150 บาท  ปฏิเสธไม่ได้ว่าวันนี้ คนไทยนิยมมองหาประสบการณ์การรับประทานอาหารใหม่ ๆ และหลากหลายมากขึ้น โดยข้อมูลของ LINE MAN ระบุว่า คนไทยมีวิธีการค้นหาร้านอาหารที่ลงรายละเอียดความต้องการลึกมากขึ้น เนื่องจากต้องการมองหาประสบการณ์การรับประทานอาหารที่แตกต่างจากเดิม โดยในปีที่ผ่านมาผู้ใช้ LINE MAN กว่า 30% มีการลองสั่งอาหารจากร้านใหม่ ๆ ที่ไม่เคยสั่งมาก่อน จึงเป็นที่มาของการพัฒนาฟีเจอร์ “ร้านที่ไม่เคยลอง” เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ใช้งานแต่ละคนเข้าถึงร้านอาหารใหม่ที่หลากหลาย โดยร้านที่ไม่เคยลองของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันออกไปด้วยการ Personalize จากแอปฯ พร้อมให้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ ในมื้ออาหาร และขณะเดียวกันยังเป็นการเพิ่มโอกาสให้ร้านอาหารสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ได้มากขึ้น ฟีเจอร์ “ร้านที่ไม่เคยลอง” รวบรวมร้านอาหารที่คุณยังไม่เคยสั่งกว่า 30,000 ร้าน จากร้านอาหารทั่วประเทศบน LINE MAN ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาคำว่า “วันนี้จะกินอะไรดี ไม่รู้จะสั่งร้านไหน ร้านเยอะไปหมดเลือกไม่ถูก” ให้คนไทยลองร้านใหม่ ๆ ในรัศมีใกล้เคียง พร้อมช่วยประหยัดเวลาในการมองหาร้านที่ถูกใจ ให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงร้านใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเจอมาก่อนได้ และช่วงเทศกาลสงกรานต์รับซัมเมอร์นี้ อร่อยถูกปาก รสชาติถูกใจ จะอยู่ที่ไหน มื้อไหน ๆ ก็อิ่มคุ้มสุดฟินได้กับมื้ออาหารเดลิเวอรีจาก LINE MAN  พบกับร้านอาหารใหม่ ๆ ที่คุณไม่เคยลองใกล้บ้านคุณได้แล้ววันนี้ ผ่าน “ร้านที่ไม่เคยลอง” ได้ที่ https://lineman.onelink.me/1N3T/r4hdeqi1   *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

LINE MAN Wongnai

7 Apr 2023