Wongnai รับคลายล็อกเฟส 3 ผุดฟีเจอร์-บริการล่าสุด ในแนวคิด “Back To Life” เตรียมความพร้อมให้คนไทยเริ่มต้นใช้ชีวิตแบบ New Normal ด้วยไฮไลต์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ฟีเจอร์ Badge “Be Safe” ให้ค้นหาร้านอาหารที่มีมาตรการด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย รวมถึงเช็กร้านที่เปิดให้นั่งกินที่ร้านได้ เพิ่มความมั่นใจในการรับประทานอาหารนอกบ้าน แคมเปญดีลสุดคุ้มจากร้านอาหาร คลินิกเสริมความงาม สปา และที่พักระดับ 4-5 ดาวทั่วไทยกว่า 600 ดีล ให้กลับไปใช้ชีวิตที่คิดถึง รับส่วนลดสูงสุดกว่า 90% ที่สามารถเก็บไว้ใช้ได้นานสูงสุดถึงปีพ.ศ. 2564 รวมถึงฟีเจอร์และบริการอื่น ๆ อีกมากมาย บนเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น Wongnai เท่านั้น

ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด

ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด กล่าวว่า “ตั้งแต่เริ่มผ่อนปรนให้นั่งกินอาหารที่ร้านได้เมื่อวันที่ 3 พ.ค. และผ่อนปรนเปิดห้างเมื่อวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ธุรกิจร้านอาหารเริ่มมีรายได้กลับมาราว 50-60% โดยจากฐานข้อมูลของ Wongnai พบว่า มีร้านอาหารมากกว่า 8,000 ร้าน ที่มีมาตรการด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยตามแนวปฏิบัติของศบค. และอีกกว่า 4,500 ร้าน ที่เปิดให้นั่งกินที่ร้านได้ นอกจากนี้ แคมเปญดีลที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง New Normal ในการปรับตัวของธุรกิจช่วงวิกฤตเพื่อเพิ่มกระแสเงินสดหมุนเวียน โดยช่วงเวลาล็อกดาวน์ เดือนเม.ย. – พ.ค. ที่ผ่านมา มีร้านอาหารและคลินิกเสริมความงามกว่า 170 ร้านที่เข้าร่วมขายดีลผ่าน Wongnai และมียอดขายดีลผ่าน Wongnai รวมมากกว่า 4,000 ครั้ง เมื่อดูจากแนวโน้มที่เกิดขึ้น ธุรกิจด้านไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ พร้อมที่จะต้อนรับชีวิตปกติวิถีใหม่ โดย Wongnai ในฐานะซูเปอร์ไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อคนไทยกับบริการด้านไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร เราได้พัฒนาฟีเจอร์และบริการใหม่ ๆ มากมาย ภายใต้แนวคิด ‘Back To Life’ เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยให้ทุกคนได้เริ่มต้นใช้ชีวิตแบบ New Normal”

Wongnai ชวน “Back To Life” ให้คนไทยเริ่มต้นใช้ชีวิต New Normal ไปด้วยกัน บนเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น Wongnai ด้วยฟีเจอร์ใหม่และบริการไฮไลท์มากมาย ได้แก่

1.ฟีเจอร์ใหม่ Badge “Be Safe” 

ให้ค้นหาร้านอาหารที่มีมาตรการด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย รวมถึงเช็กว่าร้านเปิดให้นั่งกินที่ร้านได้หรือไม่อีกด้วย นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถร่วม #ปลดล็อกร้านด้วยรูปของคุณ ด้วยการอัปโหลดรูปภาพบรรยากาศร้านที่เปิดให้นั่งกินที่ร้านได้แล้วบน Wongnai เพื่อบอกต่อให้ผู้ร่วมใช้งานทุกคนเตรียมตัวออกไปกินอาหารที่ร้านโปรดได้อย่างมั่นใจ

2.แคมเปญดีลสุดคุ้ม

พิเศษสุดสำหรับเดือนมิถุนายนนี้ Wongnai เอาใจสายท่องเที่ยว ชวนแพ็กกระเป๋ากลับไปท่องเที่ยวหลังคลายล็อกดาวน์ ด้วยดีลสุดคุ้มสำหรับโรงแรมและที่พักระดับ 4-5 ดาวอีกกว่า 30 แห่งทั่วไทย ทั้ง หัวหิน เขาใหญ่ เชียงใหม่ กระบี่ ภูเก็ต และอีกมากมาย รับส่วนลดที่พักสูงสุดกว่า 70% เริ่มต้น 999 บาท เข้าพักได้ถึงปีพ.ศ. 2564 พร้อมด้วยดีลสุดคุ้มอีกกว่า 600 ดีลจากร้านอาหาร คลินิกเสริมความงาม และสปา ค้นหาได้ที่ ดีลส่วนลดสุดคุ้มจาก Wongnai

3.นวดที่บ้านปลอดภัยกว่ากับ Wongnai Massage at Home

กลับมาอีกครั้งกับบริการนวดถึงที่ เรียกพนักงานนวดจาก Wongnai ไปที่บ้านหรือออฟฟิศ เลี่ยงพื้นที่แออัด ไม่ต้องเดินทาง และไม่ต้องใช้ของร่วมกับผู้อื่น พร้อมด้วยมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และมาตรการคัดกรองผู้รับบริการที่เคร่งครัด เชื่อมั่นได้ในความสะอาดและปลอดภัย เริ่มต้น 599 บาท สามารถนวดได้นานสุดถึง 4 ชั่วโมง และสามารถแชร์กับเพื่อนหรือครอบครัวได้ (3 กม. แรก ฟรีค่าเดินทาง) พื้นที่ให้บริการในเขตไม่เกิน 5 กม. จากสถานีรถไฟฟ้า BTS และ MRT กดจองพนักงานนวดได้แล้วบนแอป Wongnai เท่านั้น

4.บริการ Delivery และ Pickup

สำหรับทุกคนที่คุ้นชินกับการสั่งอาหารแบบ New Normal สามารถสั่งอาหารเดลิเวอรีกว่า 100,000 ร้านทั่วไทย ส่งฟรี 3 กม.แรก (เฉพาะร้านที่ร่วมรายการ) ผ่านเว็บไซต์และแอปฯ Wongnai และ LINE MAN ได้ในทันที พร้อมด้วยโปรโมชั่นมากมาย นอกจากนี้ ฟีเจอร์ “Pickup (รับที่ร้าน)” ให้กดสั่งอาหารล่วงหน้าและจ่ายเงินผ่านแอปฯ แล้วแวะไปรับที่ร้านหรือ Drive Thru ก็ได้ สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องรอคิวหน้าร้าน ลดการสัมผัส และไม่เสียค่าบริการ รับอาหารที่ร้านกว่า 5,000 ร้านได้แล้ววันนี้

“ตลอดช่วง 2 เดือนแห่งความยากลำบากที่ผ่านมา วาระสำคัญสูงสุดของ Wongnai คือการพัฒนาแอปพลิเคชั่น ฟีเจอร์ คอนเทนต์ และบริการมากมายที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อร้านอาหารทั่วประเทศ รวมถึงธุรกิจด้านไลฟ์สไตล์อื่น ๆ เข้ากับคนไทยให้สู้ไปด้วยกัน ในเวลานี้ที่สถานการณ์ผ่อนคลายมากขึ้น เราก็จะยังคงยึดมั่นภารกิจในการเชื่อมต่อสิ่งดี ๆ เพื่อเป็นตัวช่วยให้ทุกคนสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติในวิถีใหม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม เราทุกคนก็ต้องอย่าลืมปฏิบัติตามแนวทางป้องกันอย่างเคร่งครัดเพื่อรักษาสมดุลระหว่างสุขภาพ และสภาพเศรษฐกิจโดยรวม” ยอดกล่าวสรุป

News Release View More

LINE MAN คว้าอันดับ 1 สาขา Delivery จาก Thailand Social Awards 2 ปีซ้อน ชูกระแส Eatfluencer – พลังจิ้น – Miss Grand ครองใจโซเชียลไทย

LINE MAN ตอกย้ำความเป็นผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ คว้ารางวัล Best Brand Performance on Social Media สาขา Delivery ผู้ที่ทำผลงานยอดเยี่ยมบนโซเชียลมีเดียในกลุ่มธุรกิจขนส่งอาหารและบริการเรียกรถ เป็นปีที่สองติดต่อกัน จากเวที Thailand Social Awards ครั้งที่ 13 ซึ่งจัดโดยบริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จด้าน Social Media Marketing ที่สามารถครองใจผู้บริโภคและสร้าง Engagement อย่างต่อเนื่อง จนทำให้ LINE MAN กลายเป็นแบรนด์ที่อยู่ใน Top of Mind ของผู้ใช้ทั่วประเทศ ด้วยผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านคนต่อเดือน และบริการครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วไทย ความสำเร็จนี้เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า LINE MAN ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มเดลิเวอรี แต่คือเบอร์ 1 ด้าน Social Media Marketing ที่ขับเคลื่อนเทรนด์และพฤติกรรมผู้บริโภคผ่านโซเชียลมีเดียอย่างแท้จริง ยืนหนึ่งขวัญใจชาวโซเชียล ดึงกระแสคู่จิ้นติดท็อปเทรนด์หนึ่งในกุญแจสำคัญที่ทำให้ LINE MAN ครองตำแหน่งผู้นำขวัญใจชาวโซเชียล และคว้ารางวัลนี้ได้ต่อเนื่องถึงสองปีซ้อน คือ กลยุทธ์การตลาดที่ใช้พลังของแฟนด้อมเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ และนำกระแสที่มาแรงมาปรับให้เข้ากับแบรนด์อย่างแยบยล หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นคือการจับกระแส ‘คู่จิ้นสุดฮอต’ ไม่ว่าจะเป็นคู่จิ้นนางงามตัวแม่อย่าง อิงฟ้า-ชาล็อต, มาร์คคริส-จินวุค จากวง BUS, ซี-นุนิว คู่จิ้นสุดสวีท และ ต้าห์อู๋-ออฟโรด คู่จิ้นทีป๊อปมากความสามารถที่มีทั้งงานเพลงและการแสดง ที่สามารถสร้างกระแสและดึงดูดความสนใจจากแฟนคลับได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคอนเทนต์ที่เหล่านี้มักได้รับ Engagement สูงสุด ติดอันดับท็อปอยู่เสมอ นอกจากนี้ LINE MAN ยังมอบประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟผ่านคอนเทนต์ฟินๆ คูปองส่วนลดสุดคุ้ม และกิจกรรมที่ให้แฟน ๆ ได้ใกล้ชิดกับคนดังในดวงใจ เช่น การไลฟ์สดและอีเวนต์ลงพื้นที่ ซึ่งช่วยสร้าง Engagement ที่ถล่มทลาย และทำให้ขึ้นติด Top Trending อย่างต่อเนื่อง สร้างการรับรู้ และย้ำความเป็นแบรนด์ผู้นำที่เกาะทุกกระแสในโซเชียลได้อย่างแท้จริง จากซ้ายไปขวา: คุณกล้า ตั้งสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด และ คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai จับเทรนด์ Eatfluencer กินตามคนดังบนโซเชียลดันยอดขายบน LINE MAN LINE MAN ยกระดับกระแสกินตามเทรนด์ให้เป็นมากกว่าความฮิตชั่วคราว ด้วยกลยุทธ์การตลาดที่เข้าใจเทรนด์ไวรัลและการสร้างสรรค์คอนเทนต์ให้เข้าถึงทุกกระแสนิยมผ่านการร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง โดยในปีที่ผ่านมา LINE MAN ต่อยอดความสำเร็จจากเมนูไวรัล ‘ไข่พะโล้’ ร้าน ‘ครัวบ้านเอ’ ของ “เอ ศุภชัย” ผู้จัดการดาราชื่อดังที่สร้างกระแสผ่านร้านอาหารของตัวเองทำให้เกิดการแชร์และพูดถึงเป็นวงกว้าง จนทำให้ยอดออร์เดอร์เมนูไข่พะโล้เดลิเวอรีบนร้านข้าวแกงทั่วประเทศเติบโตแรงพุ่งขึ้นกว่า 2 เท่าในเดือนเดียว (ส.ค.-ก.ย. 2567) และยังมีการทำงานร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ที่มีฐานแฟนคลับแน่น เช่น “บิว-วราภรณ์” เจ้าของแบรนด์ Bonnana เค้กกล้วยหอมยอดฮิต ซึ่งเป็นร้านที่ขายเฉพาะบน LINE MAN เท่านั้น จุดกระแส เค้กกล้วยหอมฟีเวอร์ ให้กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับประเทศ กลยุทธ์นี้ช่วยกระตุ้นทั้งยอดสั่งซื้อ และสร้างการรับรู้ถึงแพลตฟอร์มในกลุ่มแฟนคลับลูกค้าได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้มีร้านอาหารกว่า 2,000 ร้านทั่วประเทศเพิ่มเมนูเค้กกล้วยหอมตามเทรนด์ และสร้างยอดออร์เดอร์เค้กกล้วยหอมพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์! นอกจากนี้ LINE MAN ยังแสดงให้เห็นถึงความทันในการจับทุกกระแสไวรัล เช่น การต่อยอด MV ลิซ่าพาบุกเยาวราช ด้วยการส่งโปรโมชันพิเศษและคอนเทนต์ที่ตรงกับความสนใจของผู้บริโภค หรือแม้กระทั่งการนำ กระแสหมูเด้ง มาสร้างคอนเทนต์ที่เชื่อมโยงอารมณ์กับผู้ใช้อย่างสร้างสรรค์ ก็สามารถดึงดูดความสนใจได้อย่างล้นหลาม ทุกกลยุทธ์เหล่านี้ไม่เพียงยืนยันความเป็นผู้นำตลาดเดลิเวอรี แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจตลาดและความสามารถในการสร้างความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ครีเอทคอนเทนต์นอกกรอบ ข้ามไปเกาะกระแสภาพยนตร์ซีรีส์ นอกจากนี้ยังได้ยกระดับการตลาดด้วยการสร้างคอนเทนต์ที่แตกต่างและเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมบันเทิง โดยหนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นคือ คอนเทนต์ ‘เปิบพิศวาส’ ที่รวมเมนูสุดยั่วลิ้น เพื่อต่อยอดกระแสและร่วมโปรโมทซีรีส์ ‘ดอกเตอร์ไคลแมกซ์ ปุจฉาพาเสียว’ บน Netflix สะท้อนถึงความสามารถของ LINE MAN ในการผสานความบันเทิงเข้ากับแพลตฟอร์มเดลิเวอรีได้อย่างแตกต่าง รางวัล Best Brand Performance on Social Media สาขา Delivery จากเวที Thailand Social Awards เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์ที่เข้าใจคนไทยอย่างแท้จริง ด้วยกลยุทธ์ที่เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคและการสร้างคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์เทรนด์ในแต่ละช่วงเวลา LINE MAN จึงไม่เพียงเป็นแพลตฟอร์มเดลิเวอรีที่ครองใจคนไทย แต่ยังเป็นผู้นำในการสร้าง Engagement บนโซเชียลมีเดียอันแข็งแกร่งที่สามารถเชื่อมต่อผู้บริโภค แบรนด์ และร้านค้า สามารถเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแท้จริง ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

3 Mar 2025

“สั่งง่าย ได้บุญ” LINE MAN MART จับมือ ท็อปส์ ชวนคนไทยทำบุญถวายสังฆทานออนไลน์ 9 วัดดัง 4 ภาค 

LINE MAN MART ร่วมกับ ท็อปส์ ชวนเปิดมิติใหม่ของการทำบุญรับเทศกาลสงกรานต์ ด้วยการถวายสังฆทานกับ 9 วัดดังทั่วไทยได้อย่างง่ายดาย เพียงสั่งซื้อชุดถวายสังฆทานจากร้านท็อปส์บน LINE MAN MART ก็สามารถร่วมทำบุญได้ทุกที่ไม่มีข้อจำกัด ตั้งแต่วันนี้ถึง 10 เมษายนนี้  เปิดมิติใหม่ของการทำบุญรับเทศกาลสงกรานต์เพียงสั่งซื้อสินค้าทำบุญหรือชุดสังฆทานจากร้านท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ หรือท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด บน LINE MAN MART ก็สามารถร่วมทำบุญได้ 9 วัดดังทั่วไทย ได้แก่ ภาคเหนือ วัดห้วยปลากั้ง จ.เชียงราย, ภาคกลาง วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กทม., วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดพนัญเชิงวรวิหาร จ.อยุธยา, ภาคใต้ วัดฉลอง (วัดไชยธาราราม) จ.ภูเก็ต, ภาคอีสาน วัดทุ่งเศรษฐี จ.ขอนแก่น, วัดพระธาตุหนองบัว, ภาคตะวันออก วัดป่าประดู่พระอารามหลวง จ.ระยอง และภาคตะวันตก วัดมหาธาตุวรวิหาร จ.เพชรบุรี สำหรับสังฆทานชุดทำบุญมีให้เลือกสรรจำนวน 2 ชุดได้แก่ ชุดสังฆทานยา ราคา 1,899 บาท และ ชุดสังฆทานถุงทองมหามงคล ราคา 2,599 บาท สำหรับนำไปถวายทั้ง 9 วัด โดยสามารถช้อปง่าย ๆ เพียงกดสั่งผ่าน LINE MAN MART เพียง 3 ขั้นตอน ดังนี้  1. เลือกซื้อสังฆทานจากร้านท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ และท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด บน LINE MAN MART  2. ชำระเงินสินค้าผ่านทาง LINE MAN MART พร้อมระบุชื่อ นามสกุล เบอร์โทรของผู้ทำบุญ และชื่อ-นามสกุล ผู้ที่ต้องการอุทิศส่วนกุศลให้ 3. ท็อปส์จะเป็นตัวแทนในการนำสินค้าไปทำบุญทั้งหมด 9 วัดทั่วไทย โดยสั่งสินค้าตามจำนวนคำสั่งซื้อ โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและร่วมทำบุญ 9 วัดดังทั่วไทยกับร้านท็อปส์บน LINE MAN MART ได้แล้ววันนี้ ทาง https://lineman.onelink.me/1N3T/8ilm0ie8

LINE MAN Wongnai

4 Apr 2023

LINE MAN เปิดโซน ‘กินข้าว’ ที่งาน Thailand Rice Fest 2024

LINE MAN สานต่อความสำเร็จในงาน Thailand Rice Fest 2024 เป็นปีที่ 2 มุ่งสนับสนุนสินค้าไทยและเกษตรกรท้องถิ่น เปิดโซน “กินข้าว co-created by LINE MAN Wongnai” ชูเอกลักษณ์อาหารไทย ผ่านเมนูพิเศษจากข้าวพันธุ์ไทยกว่า 25 ร้านดัง พร้อมมอบโค้ดส่วนลดบริการ LINE MAN MESSENGER และ LINE MAN RIDE อำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางรับ-ส่งถึงบ้าน เมื่อวันที่ 11-15 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  ภายในงาน Thailand Rice Fest 2024 ผู้เข้าร่วมงานจะได้พบกับโซนกินข้าว co-created by LINE MAN Wongnai พื้นที่แห่งการสร้างสรรค์เมนูจากข้าวพันธุ์ไทยหลากหลายสายพันธุ์จากร้านอาหารกว่า 25 ร้าน สะท้อนถึงความหลากหลายของข้าวสายพันธุ์ไทย เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ลิ้มลองและเรียนรู้ถึงความหลากหลายของข้าวไทย นอกจากนี้ภายในงานยังมีบูธ Wongnai POS มาเปิดให้ผู้ประกอบการหรือร้านค้าที่สนใจได้ทดลองใช้งาน พร้อมด้วยโปรโมชันสุดคุ้มเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการอีกด้วย ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ  ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai: [email protected]

LINE MAN Wongnai

13 Dec 2024

LINE MAN และ LINE Pay ช่วยปัญหาโภชนาการเด็กห่างไกล เสริมความรู้ สร้างมื้อดี จับมือพันธมิตรมอบ 1.7 ล้าน ปูอนาคตที่ดีสู่เด็ก 100 โรงเรียนทั่วไทย

การรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบ 5 หมู่ดูจะเป็นเรื่องไม่ยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเด็ก ๆ ในพื้นที่ห่างไกล ปัญหาโภชนาการไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กเท่านั้น แต่ยังทำให้พวกเขาไม่สามารถเรียนและเล่นได้อย่างเต็มที่ ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการอันขวางฝันที่พวกเขาอยากทำในอนาคตได้ ปัญหาด้านโภชนาการของเด็กไทยจึงเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน โครงการ FOOD FOR GOOD มูลนิธิยุวพัฒน์ จึงได้ถูกก่อตั้งขึ้นด้วยหมุดหมายให้เด็กไทยมีภาวะโภชนาการที่เหมาะสม ผ่านการสนับสนุนงบประมาณอาหารกลางวัน มากไปกว่านั้นยังสนับสนุนความรู้ด้านโภชนาการให้แก่ครู เพื่อให้ความรู้ด้านโภชนาการคงอยู่อย่างยั่งยืน  โรงเรียนบ้านท่าแฉลบ (เอครพานิช) โรงเรียนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรีที่มีจำนวนนักเรียนชั้นอนุบาลถึงประถมรวมกันเพียง 53 คน เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่ร่วมโครงการ FOOD FOR GOOD และเป็นโรงเรียนตัวอย่างที่ทั้งคุณครูและนักเรียนร่วมมือกันเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาทางโภชนาการกันอย่างขันแข็ง “ถ้าเมนูวันนี้เป็นไข่พะโล้ จากงบประมาณที่มี เด็ก ๆ จะได้กินไข่แค่ครึ่งฟองเท่านั้น…” กิ่งทอง นวลหงษ์ คุณครูโรงเรียนบ้านท่าแฉลบฯ เล่าว่า ก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการ FOOD FOR GOOD เด็ก ๆ ได้รับอาหารกลางวันในสัดส่วนที่ไม่เพียงพอ เพราะต้องตักในปริมาณน้อย ๆ เพื่อให้เพียงพอต่อนักเรียนทั้งโรงเรียน แต่หลังจากได้ร่วมโครงการนี้ เด็ก ๆ ได้รับประทานมื้อกลางวันครบ 5 หมู่ โดยครูไม่ต้องมากังวลว่าจะเหลือ แต่สิ่งที่ได้มากกว่ามื้ออาหารคือ “ความรู้ทางโภชนาการ” ที่นักโภชนาการของโครงการได้มาให้ความรู้อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ความรู้เรื่องสารอาหาร 5 หมู่ ว่าเด็ก ๆ ในแต่ละวัยควรได้รับในปริมาณเท่าไหร่ นำไปสู่การเรียนรู้เรื่องของปริมาณการตักเสิร์ฟอาหารให้เด็ก ๆ แต่ละวัยอย่างเหมาะสม การปรับพฤติกรรมการกินอาหารสำหรับเด็กอ้วนหรือเด็กผอม  ไปจนถึงการวางแผนเมนูอาหารของนักเรียนตลอด 12 สัปดาห์ ให้เด็ก ๆ ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและหลากหลาย และที่สำคัญการวางแผนเมนูอาหารหมุนเวียนล่วงหน้านี้ยังช่วยบริหารจัดการเรื่องการจัดเตรียมวัตถุดิบและงบประมาณ มากไปกว่านั้น ความรู้นี้ถูกถ่ายทอดสู่ทั้งผู้บริหาร คุณครู และนักเรียน ทำให้ทุกคนสามารถนำความรู้นี้ไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันได้ ไม่เพียงแต่อยู่ในรั้วโรงเรียนเท่านั้น  คุณครูกิ่งทอง เสริมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการก้าวไปพร้อมกับนักเรียน เพื่อให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าการกินอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการเป็นสิ่งที่สำคัญกับชีวิตของเด็ก ๆ จริง ๆ ครูที่โรงเรียนบ้านท่าแฉลบจึงเป็นเหมือน “เพื่อนซี้” ด้านโภชนาการของนักเรียนที่กำลังเติบโตไปพร้อมกัน  “เด็ก ๆ ชั้นอนุบาล หรือ ป.1 จะกินผักกันไม่ค่อยเก่ง สิ่งที่ครูจะทำคือเราจะกินให้เขาดู ทำให้เขาเห็นว่าการกินผักไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ให้กำลังใจตอนเด็ก ๆ ฝึกกินผักอยู่ข้าง ๆ เหมือนเราเป็นเพื่อนเขา” ธมนวรรณ อั๋นประเสริฐ นักโภชนาการจากโครงการ FOOD FOR GOOD พูดถึง ปัญหา “ภาวะทุพโภชนาการ” ในเด็กไทย มีทั้งเกิดจากการได้รับอาหารน้อยหรือมากเกินความต้องการ ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาภาวะโภชนาการที่ได้รับสารอาหารเกินที่เกิดจากเด็ก ๆ มีพฤติกรรมการเลือกกินขนม น้ำหวาน และกินตามใจปาก หรือปัญหาเด็กขาดสารอาหาร ส่งผลให้เด็ก ๆ ไม่มีแรงเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน ทำให้เป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการทั้งในการร่างกายและการเรียนรู้อีกด้วย  “แม้ปัญหาเรื่องโภชนาการ จะเป็นปัญหาที่ไม่ได้มองเห็นผลลัพธ์ได้อย่างทันที แต่ถ้าเด็ก ๆ ขาดสารอาหารหรือได้รับสารอาหารเกินความต้องการของร่างกายสะสมไปเรื่อย ๆ จะส่งผลในเรื่องของสุขภาพ สติปัญญารวมถึงพัฒนาการของเขาในอนาคต มากไปกว่านั้นผลกระทบนี้จะส่งผลให้เขาไม่สามารถประกอบอาชีพตามที่เขาใฝ่ฝันได้ เช่น เด็กบางคนอยากจะโตไปเป็นแอร์โฮสเตส แต่ว่าส่วนสูงไม่ถึงเกณฑ์ เด็กคนนั้นก็จะไปถึงฝันไม่ได้เพราะปัญหาด้านการเจริญเติบโตของร่างกายที่เกิดจากปัญหาทางโภชนาการที่ไม่ถูกแก้แต่เนิ่น ๆ ” ปฏิเสธไม่ได้ว่างบประมาณในการสนับสนุนโครงการเป็นสิ่งสำคัญ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา คนไทยได้มีส่วนร่วมสนับสนุนโครงการ FOOD FOR GOOD โดยทุกออร์เดอร์ที่ลูกค้าสั่งอาหารบน LINE MAN ที่จ่ายด้วยบัตร Mastercard ผ่าน LINE Pay ทางพันธมิตรจะสมทบเงิน 10 บาททุกออร์เดอร์ จากตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ เพื่อเป็นตัวแทนผู้ใช้ส่งมื้อดีให้น้อง ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผู้บริหารและทีมงาน LINE MAN, LINE Pay และ Mastercard ได้ลงพื้นที่ ณ โรงเรียนบ้านท่าแฉลบ ร่วมกับทีมงานและนักโภชนาการจากโครงการ FOOD FOR GOOD ทำกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านโภชนาการให้กับน้อง ๆ ผ่านการเรียนการสอนและการเล่นเกม รวมทั้งร่วมกันทำกล้วยเชื่อมกับน้อง ๆ ส่งท้ายด้วยกิจกรรมสันทนาการที่พาน้อง ๆ ขยับร่างกายสนุกสนานเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญา กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคุณมาลียา โชติสกุลรัตน์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์จาก LINE MAN Wongnai, คุณชานนทร์ เฉลิมวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจจาก LINE Pay และคุณ Alexia Guan ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจจาก Mastercard ร่วมกันเรียนรู้การตักเสิร์ฟอาหารกลางวันในปริมาณที่เหมาะสมพร้อมกับคุณครู และรับประทานอาหารกลางวันถูกต้องตามหลักโภชนาการร่วมกับน้อง ๆ ด้วยบรรยากาศที่แสนอบอุ่นอีกด้วย *ภาพประกอบบทความได้รับการอนุญาตถ่ายภาพจากผู้ปกครองเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ   ฝ่ายสื่อสารองค์กร LINE MAN Wongnai และ LINE Pay: [email protected]

LINE MAN Wongnai

14 Feb 2024